thansettakij
thansettakij
CPAXT โชว์รายได้ ไตรมาส 3 ปี 69 แตะ 1.3 แสนล้าน เร่งปรับพอร์ต-ขยายธุรกิจ

CPAXT โชว์รายได้ ไตรมาส 3 ปี 69 แตะ 1.3 แสนล้าน เร่งปรับพอร์ต-ขยายธุรกิจ

07 พ.ย. 69 | 04:00 น.
อัปเดตล่าสุด :07 พ.ย. 69 | 04:37 น.

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เปิดผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีรายได้รวม 130,362 ล้านบาท กำไรสุทธิปกติ 2,013 ล้านบาท รับแรงหนุนยอดขายออนไลน์โต 26% เดินหน้าลดต้นทุน ขยายธุรกิจในมาเลเซีย และปรับพอร์ตสินทรัพย์ หวังเห็นผลชัดตั้งแต่ไตรมาส 4 ต่อเนื่องถึงปี 2570

KEY

POINTS

  • CPAXT (แม็คโคร-โลตัส) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีรายได้รวม 130,362 ล้านบาท และกำไรสุทธิปกติ 2,013 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจค้าส่ง ยอดขายออนไลน์ที่โต 26% และธุรกิจในมาเลเซีย
  • บริษัทเร่งปรับพอร์ตธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ (Asset Optimization) เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว โดยตั้งเป้าเห็นผลตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป
  • เดินหน้าขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยเข้าซื้อกิจการซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมในมาเลเซีย และมุ่งพัฒนาธุรกิจดิจิทัลสู่การเป็นผู้นำด้าน Retail Tech

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผู้ดำเนินธุรกิจแม็คโคร-โลตัส เผยผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีรายได้รวม 130,362 ล้านบาท กำไรสุทธิปกติ 2,013 ล้านบาท รับแรงหนุนยอดขายธุรกิจค้าส่ง ยอดขายออนไลน์โต 26% และธุรกิจในมาเลเซีย พร้อมเร่งปรับพอร์ตธุรกิจ บริหารต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์ ตั้งเป้าเห็นผลเต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570

รายได้ออนไลน์โต 26% คุมต้นทุนหนุนกำไรขั้นต้น

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกภายใต้แบรนด์แม็คโครและโลตัส รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2569 มีรายได้รวม 130,362 ล้านบาท และกำไรสุทธิปกติ 2,013 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากยอดขายธุรกิจค้าส่ง การเติบโตของยอดขายออนไลน์กว่า 26% ธุรกิจในประเทศมาเลเซีย รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นจากกลยุทธ์ด้านราคาและการบริหารสินค้าสูญเสียของธุรกิจค้าปลีก

 

CPAXT โชว์รายได้ ไตรมาส 3 ปี 69 แตะ 1.3 แสนล้าน เร่งปรับพอร์ต-ขยายธุรกิจ

 

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสดังกล่าว บริษัทมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากกลยุทธ์การเติบโต ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสด ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในงวดนี้ โดยบริษัทระบุว่ารายการดังกล่าวจะส่งผลเชิงบวกต่อผลประกอบการตั้งแต่ไตรมาสถัดไปและปี 2570

นายธนิก ธราวิศิษฏ์ ประธานคณะผู้บริหาร – กลุ่มสายงานการเงิน บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไตรมาส 3 เป็นช่วงสำคัญของการปรับเปลี่ยนธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว บริษัทเดินหน้าพัฒนาธุรกิจทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ควบคู่กับการปรับพอร์ตและขยายธุรกิจในทำเลศักยภาพทั้งในและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าเห็นผลลัพธ์อย่างเต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 ทั้งด้านรายได้ คุณภาพกำไร และผลตอบแทนระยะยาว

 

นายธนิก ธราวิศิษฏ์ ประธานคณะผู้บริหาร – กลุ่มสายงานการเงิน บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน

 

เร่งลดต้นทุน-เพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์

สำหรับแนวทางดำเนินธุรกิจ บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพกำไรขั้นต้น ควบคู่กับการลดต้นทุนจัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้า (Last-mile) ซึ่งเริ่มเห็นผลในช่วงปลายไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ผลการดำเนินงานโดยรวม

ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจในภูมิภาคผ่านการเข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor (TFP) ผู้ดำเนินธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมในมาเลเซีย เพื่อเพิ่มสัดส่วนธุรกิจในตลาดสินค้าพรีเมียมที่มีกำลังซื้อสูง โดยบริษัทระบุว่าตลาดดังกล่าวมีศักยภาพเติบโต 8-10% ต่อปี พร้อมขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมหลายระดับ และต่อยอดองค์ความรู้จากการลงทุนในต่างประเทศเพื่อสนับสนุนการเติบโตระยะยาว

นอกจากนี้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยังมุ่งปรับพอร์ตธุรกิจและยกระดับคุณภาพสินทรัพย์ (Asset Optimization) เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้สินทรัพย์และสร้างผลตอบแทน ขณะเดียวกันเดินหน้าพัฒนาโครงการ Happy & Healthy Mall ภายใต้แนวคิด Experience-led Destination ที่ผสานพื้นที่เช่าศูนย์การค้าเข้ากับประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ เพื่อดึงดูดผู้ใช้บริการและผู้เช่าที่มีคุณภาพ โดยมีแผนพัฒนาและปรับปรุงกว่า 78 แห่งทั่วประเทศ

ดันธุรกิจออนไลน์สู่ Retail Tech

ด้านการพัฒนาธุรกิจดิจิทัล บริษัทได้รับการจัดอันดับเป็นองค์กรอันดับ 1 ในกลุ่ม Grocery E-Commerce ในประเทศไทย สะท้อนการยกระดับธุรกิจสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและมุ่งสู่การเป็นผู้นำ Retail Tech

ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001:2026 จาก LRQA ซึ่งเป็นมาตรฐานฉบับใหม่ และเป็นองค์กรแรกในอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยที่ได้รับการรับรองดังกล่าว สะท้อนแนวทางบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน