thansettakij
thansettakij
อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี ‘เบนเนท’ สบู่ไทยรายได้เกือบ 2 พันล้าน ที่มี ‘บุ๋ม’ เป็นภาพจำ

อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี ‘เบนเนท’ สบู่แบรนด์ไทยรายได้ 2 พันล้าน ที่มี ‘บุ๋ม’ เป็นภาพจำ

สบู่เบนเนททำตลาดในไทยตั้งแต่ปี 2544 จากธุรกิจรับจ้างผลิตสบู่สู่แบรนด์ที่สร้างรายได้ 2,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมใช้ “บุ๋ม ปนัดดา” เป็นพรีเซนเตอร์มายาวนาน 24 ปี ก่อนประกาศยุติบทบาทในวันที่ 5 พ.ย. 2569

KEY

POINTS

  • เบนเนทเป็นแบรนด์สบู่ไทยที่เติบโตจนมีรายได้ 2,000 ล้านบาท โดยมีภาพลักษณ์ผูกกับพรีเซ็นเตอร์ ‘บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี’ มาอย่างยาวนาน
  • ความสำเร็จของแบรนด์เกิดจากกลยุทธ์การใช้พรีเซ็นเตอร์คนเดิมต่อเนื่องเกือบ 24 ปี พร้อมสโลแกนติดหู ‘อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี’ จนกลายเป็นภาพจำของผู้บริโภค
  • ล่าสุด บริษัทได้ประกาศยุติบทบาทพรีเซ็นเตอร์ของบุ๋ม ปนัดดา ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของแบรนด์ หลังจากร่วมงานกันมานานกว่า 2 ทศวรรษ

จาก 'สบู่ก้อนสีส้ม' ที่วางขายตามร้านค้าทั่วไป สู่แบรนด์ที่สร้างรายได้เกือบ 2,000 ล้านบาทต่อปี ‘เบนเนท’ เป็นธุรกิจสบู่ไทยที่เติบโตจากการสร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ก่อนใช้กลยุทธ์ทำตลาดผ่านพรีเซ็นเตอร์คนเดิมอย่าง ‘บุ๋ม–ปนัดดา วงศ์ผู้ดี’ มาอย่างยาวนาน พร้อมวลีติดหู ‘อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี’ ที่ทำให้ผู้บริโภคจดจำชื่อแบรนด์ได้จนถึงวันนี้ ขณะที่บริษัท พาภิญโญ กรุ๊ป จำกัด มีรายได้สูงสุดเกือบ 2,000 ล้านบาทในปี 2567 ก่อนลดลงในปี 2568 และล่าสุดประกาศยุติบทบาทพรีเซ็นเตอร์ที่อยู่คู่แบรนด์มานานกว่า 2 ทศวรรษ

จากโรงงานรับจ้างผลิต สู่สบู่ไทยรายได้ 2 พันล้าน ‘เบนเนท’ กับ 24 ปีที่มี ‘บุ๋ม’ เป็นภาพจำ

เบนเนทเริ่มต้นทำตลาดในปี 2544 ภายใต้การดำเนินธุรกิจของ 'ชาย ปราบเล่ง' ก่อนจดทะเบียนบริษัท พาภิญโญ กรุ๊ป จำกัด เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2548 โดยธุรกิจเริ่มจากประสบการณ์รับจ้างผลิตสบู่ให้ผู้อื่น ก่อนพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างแบรนด์ของตัวเอง

 

อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี ‘เบนเนท’ สบู่แบรนด์ไทยรายได้ 2 พันล้าน ที่มี ‘บุ๋ม’ เป็นภาพจำ

 

การมีแบรนด์ของตัวเองทำให้ธุรกิจสามารถกำหนดผลิตภัณฑ์ จุดขาย และแนวทางสื่อสารกับผู้บริโภคได้โดยตรง สินค้าที่สร้างชื่อให้เบนเนทคือสบู่วิตามินซีและอี หรือสบู่ก้อนสีส้มที่ผู้บริโภคคุ้นเคย ซึ่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่ช่วยให้ชื่อแบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตสบู่และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ภายใต้ชื่อเบนเนท เทียบทอง และขิงทอง โดยมีผลิตภัณฑ์ทั้งสบู่และโลชั่นจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีกต่าง ๆ

‘อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี’ กลยุทธ์ที่ทำให้คนจำแบรนด์

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของเบนเนทคือการเลือก ‘บุ๋ม–ปนัดดา วงศ์ผู้ดี’ ซึ่งได้รับตำแหน่งนางสาวไทยปี 2543 มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ตั้งแต่ช่วงเริ่มทำตลาด และใช้เธอเป็นตัวแทนแบรนด์ต่อเนื่องมายาวนาน โดยไม่เปลี่ยนพรีเซ็นเตอร์คนใหม่เหมือนแนวทางที่สินค้าอุปโภคบริโภคหลายแบรนด์เลือกใช้

วลี ‘อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี’ กลายเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสาร เพราะเป็นข้อความสั้นที่เข้าใจง่ายและเชื่อมโยงกับบุคลิกของพรีเซ็นเตอร์ เมื่อใช้ซ้ำผ่านสื่อโฆษณาอย่างต่อเนื่อง ทั้งชื่อบุ๋มและชื่อเบนเนทจึงกลายเป็นภาพจำร่วมกัน การทำตลาดในช่วงแรกยังใช้สื่อโฆษณานอกบ้าน

โดยเฉพาะป้ายโฆษณาข้างรถเมล์ ช่วยให้ผู้บริโภคพบเห็นผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน ขณะที่ตัวสบู่ก้อนสีส้มทำหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ของสินค้า ความต่อเนื่องนี้ทำให้เบนเนทมีกรณีการตลาดที่น่าสนใจ เพราะพรีเซ็นเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงคนที่มาปรากฏตัวในโฆษณาเป็นครั้งคราว แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพจำแบรนด์มาเป็นเวลานานเกือบ 24 ปี จนผู้บริโภคบางส่วนเรียกติดปากว่า ‘สบู่บุ๋ม’

ตลาดสบู่ก้อนเกือบหมื่นล้าน เบนเนทประกาศยอดขายอันดับ 1 ต่อเนื่อง

เบนเนททำตลาดอยู่ในหมวดสบู่ก้อน ซึ่งยังเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคใช้ในชีวิตประจำวัน โดยข้อมูลจากการคาดการณ์ของแบรนด์กลุ่มผู้นำตลาด ระบุว่าตลาดสบู่ก้อนในประเทศไทยมีมูลค่า 9,525 ล้านบาทในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 9,072 ล้านบาทในปี 2567 สำหรับเบนเนท บริษัทระบุว่าเป็นสบู่ก้อนที่มียอดขายอันดับหนึ่งต่อเนื่อง 11 ปี ตามข้อมูล NielsenIQ โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวผ่านช่องทางของแบรนด์และสื่อการตลาด 

รายได้ทะลุ 2,000 ล้าน ก่อนลดลงในปี 2568

การเติบโตของเบนเนทสะท้อนผ่านผลประกอบการของบริษัท พาภิญโญ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งขยับจากธุรกิจที่มีรายได้ไม่ถึง 1,000 ล้านบาทในปี 2560 สู่ระดับเกือบ 2,000 ล้านบาทต่อปีในเวลาต่อมา ข้อมูลผลประกอบการย้อนหลังระบุว่า ปี 2560 บริษัทมีรายได้ 976 ล้านบาท และกำไรประมาณ 50 ล้านบาท ก่อนเพิ่มเป็นรายได้ 1,985 ล้านบาท กำไร 120 ล้านบาทในปี 2564

ส่วนผลประกอบการในช่วง 4 ปีล่าสุดมีดังนี้

ปี            รายได้ (ล้านบาท)  กำไรสุทธิ (ล้านบาท)

2565      1,887                    132

2566      2,011                    139

2567      2,026                   140

2568      1,937                   105

ในปี 2567 บริษัทมีรายได้สูงสุดในช่วงข้อมูลดังกล่าวที่ 2,026.13 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 140.61 ล้านบาท ก่อนที่ปี 2568 รายได้จะลดลงเหลือ 1,937.34 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 4.4% ขณะที่กำไรสุทธิลดลงเหลือ 105.61 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 24.9% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าธุรกิจยังมีรายได้ในระดับเกือบ 2,000 ล้านบาทต่อปี แต่ผลประกอบการล่าสุดชะลอตัวลงทั้งรายได้และกำไร โดยยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุว่าสาเหตุเกิดจากปัจจัยใดโดยเฉพาะ

25 ปีของเบนเนท กับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ

ตลอดเส้นทางธุรกิจ เบนเนทสร้างการจดจำผ่านองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกัน ทั้งผลิตภัณฑ์สบู่วิตามินซีและอี สีส้มที่เป็นเอกลักษณ์ การวางจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีก และการใช้พรีเซ็นเตอร์คนเดิมมาอย่างยาวนาน วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 บริษัท พาภิญโญ กรุ๊ป จำกัด ประกาศยุติบทบาทการเป็นพรีเซ็นเตอร์ของบุ๋ม ปนัดดา โดยมีผลตั้งแต่วันเดียวกัน พร้อมถอดสื่อโฆษณาที่ปรากฏภาพของเธอออกจากทุกช่องทางการสื่อสารของบริษัท

 

อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี ‘เบนเนท’ สบู่แบรนด์ไทยรายได้ 2 พันล้าน ที่มี ‘บุ๋ม’ เป็นภาพจำ

 

แถลงการณ์ระบุว่า การตัดสินใจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบุ๋ม ปนัดดา ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยบริษัทขอบคุณผู้บริโภคที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด 

การสิ้นสุดบทบาทครั้งนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนของแบรนด์ที่ใช้พรีเซ็นเตอร์คนเดิมมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ขณะที่ธุรกิจยังมีฐานรายได้เกือบ 2,000 ล้านบาทต่อปี และต้องรักษาตำแหน่งในตลาดสบู่ก้อนที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาท จากจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ในปี 2544 จนถึงวันนี้ เบนเนทมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคย ฐานธุรกิจขนาดใหญ่ และภาพจำจากสโลแกนที่อยู่คู่กับชื่อบุ๋ม ปนัดดามานานกว่า 24 ปี สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือการเดินหน้าสื่อสารแบรนด์และรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เมื่อภาพจำที่เคยอยู่คู่สินค้ามาอย่างยาวนานกำลังเปลี่ยนไป สิ่งที่ต้องจับคือหลังจากนี้ 'ใคร' จะมานั่งแท่นพรีเซนเตอร์เบทเนทคนต่อไป