
“ชนัญดา ทวีสิน” ทายาทอดีตนายกฯ ดึงแบรนด์ดังญี่ปุ่น ‘Cheese Wonder’ บุกตลาดไทย
“ชนัญดา ทวีสิน” ทายาทอดีตนายกรัฐมนตรี ‘เศรษฐา ทวีสิน’ กับก้าวสำคัญ ร่วมเป็นผู้ก่อตั้งเครือ BEANS แตกไลน์สู่ธุรกิจขนมหวานครั้งแรก นำเข้าชีสเค้ก Cheese Wonder จากฮอกไกโด จับมือ “วู้ดดี้” ปักหมุดป๊อปอัพสโตร์ ในสยามพารากอน
KEY
POINTS
- ชนัญดา ทวีสิน ทายาทอดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมมือกับวู้ดดี้-วุฒิธร นำเข้าแบรนด์ชีสเค้กพรีเมียม "Cheese Wonder" จากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น มาจำหน่ายในไทย
- เป็นการขยายธุรกิจจากเครื่องดื่มสู่ตลาดขนมหวานครั้งแรก โดยจะเปิดจำหน่ายในรูปแบบป๊อปอัพสโตร์ที่สยามพารากอน เป็นเวลาประมาณ 2 เดือน
- ตั้งเป้าทดลองตลาดด้วยการจำกัดจำนวนสินค้า 30,000 ชิ้น คาดสร้างรายได้ประมาณ 14 ล้านบาท และหากได้รับการตอบรับดีอาจนำเข้าสินค้าอื่นเพิ่มเติม
- ชูจุดเด่นความเป็นขนมหายากที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพสูง และมีรสชาติพิเศษ "Cheese Wonder Basque" ที่จำหน่ายเฉพาะในประเทศไทย
“ชนัญดา ทวีสิน” ทายาทของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และหนึ่งในผู้ก่อตั้งเครือกาแฟ BEANS ขยายพอร์ตธุรกิจจากเครื่องดื่มสู่ตลาดขนมหวานเป็นครั้งแรก ด้วยการนำเข้า “Cheese Wonder” (ชีส วันเดอร์) ชีสเค้กแช่แข็งจากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น มาจำหน่ายในไทย ร่วมกับ “วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา” ผ่านบริษัท กินดื่ม จำกัด โดยเปิดจำหน่ายรูปแบบป๊อปอัพสโตร์ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. 69 - 15 ม.ค. 70
“ชนัญดา ทวีสิน” ดึงแบรนด์ดังญี่ปุ่น ‘Cheese Wonder’ บุกตลาดไทย
การนำเข้า Cheese Wonder ครั้งนี้เป็นการทดลองขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดขนมหวานและเบเกอรี่ ซึ่งแตกต่างจากธุรกิจหลักของ BEANS ที่เน้นเครื่องดื่ม โดยกำหนดระยะเวลาจำหน่ายเพียงประมาณ 2 เดือน พร้อมจำกัดจำนวนสินค้ารวม 3 หมื่นชิ้น ตั้งเป้ารายได้ราว 14 ล้านบาท หากได้รับการตอบรับที่ดี มีโอกาสพิจารณานำเข้าสินค้าอื่นจากแบรนด์เดียวกันเพิ่มเติมในอนาคต
นางสาวชนัญดา ทวีสิน หนึ่งในผู้ก่อตั้งเครือ BEANS และผู้นำเข้า Cheese Wonder ภายใต้บริษัท กินดื่ม จำกัด เปิดเผยว่า Cheese Wonder มีจุดเด่นจากการเป็นขนมหวานพรีเมียมที่หาซื้อได้ยาก แม้จะมีผู้บริโภคชาวไทยรู้จักอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เป็นสินค้าที่เข้าถึงได้ทั่วไป เนื่องจากในญี่ปุ่นไม่มีหน้าร้านถาวร เน้นจำหน่ายผ่านป๊อปอัพสโตร์ตามเมืองต่าง ๆ และสินค้ามีจำนวนจำกัดในแต่ละรอบ
ก่อนเข้ามาทำตลาดในไทย Cheese Wonder เคยขยายตลาดผ่านรูปแบบป๊อปอัพสโตร์ในฮ่องกงและสิงคโปร์ โดยการนำเข้าไทยครั้งนี้มุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียมที่ชื่นชอบขนมหวานและให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบ รวมถึงกลุ่มที่มองหาของขวัญหรือของฝากในช่วงเทศกาลปลายปี
สำหรับการเลือกสยามพารากอนเป็นจุดเริ่มต้น เนื่องจากเป็นทำเลที่มีผู้บริโภคหลากหลาย ทั้งลูกค้าคนไทย นักท่องเที่ยว และกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง หลังเปิดจำหน่ายประมาณ 2 สัปดาห์ มีแผนขยายไปยังสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงกลุ่มนักเดินทางและผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าเป็นของฝาก
ทดลองตลาดขนม วางขายแค่ 2 เดือน
ขณะเดียวกัน การทดลองตลาดครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการจำหน่ายสินค้าให้หมดตามจำนวนที่กำหนด แต่ยังเป็นโอกาสให้บริษัทเรียนรู้ระบบการทำงานของธุรกิจขนม ตั้งแต่การนำเข้าสินค้า การบริหารสต็อก การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการจัดการหน้าร้าน ก่อนนำประสบการณ์ไปใช้ประกอบการตัดสินใจขยายพอร์ตธุรกิจในระยะยาว
ด้านนายกฤตธี ธนวิพุธ หนึ่งในผู้ก่อตั้งเครือกาแฟ BEANS และผู้ร่วมดำเนินธุรกิจนำเข้า Cheese Wonder กล่าวว่า การเจรจากับแบรนด์ใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือนก่อนจะได้ข้อสรุป โดยร่วมมือกับวู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา เพื่อขยายการทำตลาดในประเทศไทย ในความร่วมมือครั้งนี้ ฝั่ง BEANS รับผิดชอบการดำเนินงานและระบบปฏิบัติการเป็นหลัก ขณะที่วู้ดดี้เข้ามามีบทบาทด้านการประชาสัมพันธ์ การตลาด และการสร้างการรับรู้ให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น
จุดขายสำคัญของ Cheese Wonder อยู่ที่การเป็นชีสเค้กแช่แข็งจากฮอกไกโด ก่อตั้งในปี 2564 โดยให้ความสำคัญกับวัตถุดิบต้นทาง รวมถึงกระบวนการผลิตแบบโฮมเมด ทำให้กำลังการผลิตมีจำกัดและต้องส่งสินค้าจากญี่ปุ่นมายังไทยเป็นรอบทุกสัปดาห์ อีกหนึ่งความแตกต่างคือเนื้อสัมผัสของชีสเค้กที่เปลี่ยนไปตามระดับความละลาย สามารถรับประทานได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ แบบแช่แข็งที่เนื้อแน่นคล้ายไอศกรีมชีสเค้ก แบบคลายความเย็นเล็กน้อยที่ให้สัมผัสนุ่มและครีมมี่ และแบบละลายเต็มที่ซึ่งเนื้อสัมผัสนุ่มขึ้นพร้อมรสชีสที่เข้มข้นกว่าเดิม
สำหรับการนำเข้า Cheese Wonder ในไทยครั้งนี้มีสินค้า 4 รูปแบบ ได้แก่ Cheese Wonder Classic ชีสเค้กที่ประกอบด้วยฐานคุกกี้อัลมอนด์ ชีสซูเฟล่ และชีสมูส, Wonder Sand บิสกิตกรอบสอดไส้ครีมชีส, Cheese Wonder Mont Blanc ที่ผสมผสานเกาลัดกับชีสมูส และ Cheese Wonder Basque ซึ่งเป็นรสชาติพิเศษที่จำหน่ายเฉพาะในประเทศไทยและมีจำนวนจำกัด ราคาตั้งแต่ 470-1,550 บาท จำกัด
โดยราคาจำหน่ายในไทยสูงกว่าญี่ปุ่นประมาณ 10% สินค้าทั้งหมดที่นำเข้ามาจำหน่ายมีจำนวนประมาณ 30,000 ชิ้น โดยบางรายการมีโควตาจำกัดเป็นพิเศษ เช่น Cheese Wonder Mont Blanc มีประมาณ 960 ชุด และ Cheese Wonder Classic มีเข้ามาจำหน่ายประมาณ 500 ชุด ส่วน Wonder Sand จะเป็นการนำเข้ามาจำหน่ายในไทยครั้งสุดท้าย เนื่องจากแบรนด์ต้นทางเตรียมยุติการผลิตสินค้าไลน์นี้ในช่วงเวลาเดียวกัน
การจำหน่ายแบบจำกัดจำนวนและระยะเวลาจึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางทดลองตลาด โดยใช้ความหายากของสินค้าและจังหวะเทศกาลปลายปีเป็นปัจจัยดึงดูดผู้บริโภค ขณะที่เป้ารายได้ 14 ล้านบาทจะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลตอบรับของการเข้าสู่ตลาดขนมหวานครั้งแรก
ทั้งนี้ การขยายจากธุรกิจกาแฟสู่ขนมหวานยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทดลองพอร์ตสินค้าใหม่ โดยผลตอบรับในช่วงประมาณ 2 เดือนจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับบริษัทในการประเมินความต้องการของตลาด ความพร้อมของระบบหลังบ้าน และโอกาสนำเข้าสินค้าเพิ่มเติมในอนาคต






