
ตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคึกคัก ‘เดโก้’ จับมือทุนจีน พัฒนานวัตกรรมฟาสต์ชาร์จ
“เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี” จับมือสองพันธมิตรยักษ์ใหญ่ เปิดตัวเทคโนโลยี Fast Charge แก้ Pain Point ตลาด เร่งปูพรมสถานีชาร์จ 5 หมื่นแห่ง ตั้งเป้ายอดขาย 2 แสนคันภายในปี 2573
KEY
POINTS
- เดโก้ (DECO) ร่วมมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีจากจีน พัฒนาระบบชาร์จเร็ว (Fast Charge) สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
- นวัตกรรมใหม่สามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ได้ภายใน 5-10 นาที เพื่อแก้ปัญหาการชาร์จที่ใช้เวลานานซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของตลาด
- มีแผนติดตั้งสถานีชาร์จเร็ว 40,000-50,000 แห่งทั่วประเทศภายใน 2 ปี และเตรียมวางจำหน่ายรถรุ่นใหม่ในไตรมาส 4 ปีนี้
- ตั้งเป้าผลักดันยอดขายให้ถึง 2 แสนคันภายในปี 2573 พร้อมชูประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก
การประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด และพันธมิตรเทคโนโลยีจากจีน นับเป็นก้าวสำคัญในการสลายอุปสรรคเชิงโครงสร้างของตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมชาร์จไวและการสร้างระบบนิเวศสถานีชาร์จที่ครอบคลุม เพื่อเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม
ชูโนฮาวจีน แก้ปัญหาระบบชาร์จ
นายกฤตเมธ ตั้งพิชญโพธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด (DECO) เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับ บริษัท เดอะ ฟิวเจอร์ นิวอีเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด และ Zhengzhou Zhengfang Technology Co., Ltd. จากประเทศจีน เพื่อพัฒนาระบบชาร์จเร็วประสิทธิภาพสูง (Fast Charge) สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% ถึง 100% ได้ภายใน 5 นาทีสำหรับขนาดทั่วไป และไม่เกิน 10 นาทีสำหรับแบตเตอรี่ความจุสูงสุด
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มุ่งแก้ปัญหาหลักที่ทำให้ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเติบโตช้าเมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้า โดยปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามีอัตราการเติบโตสูงถึง 30% ต่อปี ขณะที่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเติบโตเพียง 2–3% ต่อปีเท่านั้น
ปัจจัยสำคัญมาจากข้อจำกัดทางกายภาพของรถจักรยานยนต์ที่มีพื้นที่บรรจุแบตเตอรี่น้อย ไม่สามารถเพิ่มขนาดแบตเตอรี่ให้เดินทางไกลขึ้นได้เหมือนรถยนต์ ประกอบกับกระบวนการชาร์จไฟแบบเดิมที่ต้องใช้เวลานานตั้งแต่ 2–3 ชั่วโมง จนถึง 8–16 ชั่วโมง ซึ่งไม่สอดรับกับวิถีชีวิตและการใช้งานเชิงพาณิชย์
นอกจากนี้ ระบบชาร์จเร็วยังช่วยลดความซับซ้อนในกระบวนการผลิต เนื่องจากในอดีตเดโก้ต้องผลิตแบตเตอรี่หลากหลายขนาดตามระยะทางวิ่ง (ตั้งแต่ 40-150 กิโลเมตร) แต่เมื่อมีระบบชาร์จเร็วทั่วถึง ขนาดของแบตเตอรี่จะไม่ใช่อุปสรรคในการใช้งานอีกต่อไป โดยบริษัทเตรียมวางจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่น Fast Charge ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
สร้างระบบนิเวศโครงสร้างพื้นฐาน
ในการพัฒนาเทคโนโลยี "DECO Fast Charge" ได้มีการแบ่งบทบาทความเชี่ยวชาญของพันธมิตรทั้ง 3 ฝ่ายอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้กับห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่
- บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด (DECO): รับผิดชอบการออกแบบ ผลิต ปรับโครงสร้างตัวรถ การบูรณาการระบบ และดูแลการทำตลาดในประเทศไทย
- Zhengzhou Zhengfang Technology Co., Ltd.: รับผิดชอบการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียม ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ระบบชาร์จเร็ว และโปรโตคอลการสื่อสาร
- บริษัท เดอะ ฟิวเจอร์ นิว เอนเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด: รับผิดชอบการวางแผน การลงทุน การติดตั้ง และบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จเพื่อการค้า
เทคโนโลยีดังกล่าวจะถูกนำไปต่อยอดร่วมกับระบบนิเวศ NEXA EV Station Hub ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง อาทิ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) ที่สนับสนุนพื้นที่ โครงข่ายดิจิทัล และระบบ Cloud/IoT, บริษัท เอ็มอีเอ สมาร์ทเอนเนอร์ยี่โซลูชั่นส์ จำกัด (MEAei) สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้า รวมถึง บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (MTW) และ บริษัท เรด เทค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ร่วมเชื่อมโยงเทคโนโลยี ยานยนต์ แบตเตอรี่ และระบบดิจิทัลเข้าด้วยกัน
สำหรับแผนการขยายสถานีชาร์จ เดโก้ตั้งเป้าติดตั้งสถานีชาร์จประมาณ 4 – 5 หมื่นแห่งทั่วประเทศภายในระยะเวลา 2 ปี โดยเน้นการกระจายไปยังจุดที่มีความต้องการใช้งานสูง เช่น หน่วยงานราชการ รวมถึงการร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อชั้นนำ ได้แก่ เซเว่น อิเลฟเว่น, โลตัส และซีเจ เพื่อให้ครอบคลุมการเดินทางทั่วประเทศ
ชูไทยฐานการผลิต ดันยอดขาย 2 แสนคัน
ปัจจุบันประเทศไทยที่มีรถจักรยานยนต์จดทะเบียนวิ่งบนท้องถนนกว่า 25 ล้านคัน และมียอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ใหม่เฉลี่ยปีละ 1.8 ล้านคัน แต่อัตราการครองส่วนแบ่งของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันกว่า 3 หมื่นคันต่อปี ตลาดนี้จึงยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมหาศาลหากสามารถขจัดข้อจำกัดเรื่องการชาร์จไฟลงได้
เดโก้เข้าสู่ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในไทยมาเกือบ 10 ปี โดยวางตำแหน่งเป็นผู้ผลิตรายแรกและประกอบโรงงานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยเงินลงทุนสะสมในโครงสร้างพื้นฐาน โรงงาน และศูนย์กระจายสินค้ารวมกว่า 2,200 ล้านบาท การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเดโก้เน้นการทำ R&D ร่วมกับพันธมิตรจากไต้หวันที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี เพื่อออกแบบชิ้นส่วนให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและรูปแบบการใช้งานของคนไทย
นอกจากนี้ การเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยังได้อานิสงส์จากข้อได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ของการเป็นศูนย์กลางอาเซียน มีแรงงานที่มีทักษะ และได้รับการยอมรับในมาตรฐาน "Made in Thailand" โดยบริษัทได้เริ่มส่งออกไปยังประเทศลาว และมีแผนขยายไปยังยุโรปและแอฟริกาในอนาคต
จากความพร้อมด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน เดโก้ได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตเชิงรุก โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 5 หมื่นคันในปีหน้า และตั้งเป้าเพิ่มยอดขายสะสมเป็น 2 แสนคันภายในปี 2573 ผ่านกลยุทธ์การทลายข้อจำกัดเรื่องเวลาด้วยระบบ Fast Charge และการกำหนดราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน





