
ปักธง Dental Longevity ‘TDH Dental’ เปิดแผนรุก Beauty & Wellness
เปิดวิชั่นทศวรรษที่ 3 ‘TDH Dental’ ชู 3 เสาหลักขับเคลื่อนองค์กรสู่คลินิกทันตกรรมดิจิทัลเต็มรูปแบบ ตอบรับเทรนด์ Longevity, Beauty & Wellness
KEY
POINTS
- TDH Dental ปรับกลยุทธ์สู่แนวคิด "Dental Longevity" ที่เน้นการป้องกันและดูแลสุขภาพช่องปากตลอดชีวิต เพื่อรุกเข้าสู่ตลาด Beauty & Wellness
- ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย 3 เสาหลัก คือ การยกระดับมาตรฐานการรักษา (Excellence) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเต็มรูปแบบ (Digital & Innovation) และการพัฒนาบุคลากร (People Development)
- ตั้งเป้าขยายสาขาเป็น 20 แห่งใน 5 ปี และเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3 ปี พร้อมเป้าหมายรายได้ 450-500 ล้านบาทในปี 2569
ตลาดทันตกรรมในประเทศไทยปัจจุบันเติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 13–15% ขยับขึ้นจากช่วง 5–6 ปีก่อนที่มีมูลค่าราว 5,000–6,000 ล้านบาท แนวคิด Dental Longevity ที่เน้นการป้องกันและการดูแลตลอดชีวิตจึงเป็นสิ่งสำคัญและโอกาสของผู้ประกอบการไทย
เดินหน้าสู่แนวคิด Dental Longevity
ทันตแพทย์เรืองยศ อ่อนสอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลฟันทองหล่อ จำกัด หรือ TDH Dental กล่าวถึงทิศทางธุรกิจในทศวรรษที่ 3 ว่า การยกระดับองค์กรของ TDH Dental ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากการรักษาสุขภาพช่องปากแบบเดิม ไปสู่แนวคิด Dental Longevity ที่เน้นการป้องกันและการดูแลตลอดชีวิต เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทันตกรรมแห่งภูมิภาค ควบคู่กับการสร้างการเติบโตของธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างยั่งยืน
โดยปัจจุบันตลาดทันตกรรมในประเทศไทยมีผู้ให้บริการทั่วประเทศมีคลินิกทันตกรรมรวมกันเกือบ 10,000 แห่ง และมีสัดส่วนราว 70% กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การแข่งขันที่สูงขึ้นท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพและการชะลอวัย
ทำให้แนวคิด Dental Longevity กลายเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่ไม่จำกัดเพียงแค่การรักษาเมื่อเกิดอาการ แต่ขยายครอบคลุมไปถึงการออกแบบรอยยิ้มให้สอดรับกับบุคลิกภาพ โครงสร้างใบหน้า และภาวะสุขภาพเฉพาะบุคคล เพื่อรองรับเทรนด์ Beauty & Wellness ในระดับภูมิภาค
3 เสาหลักขับเคลื่อนสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ทันตแพทย์เรืองยศ กล่าวว่า ได้วางโครงสร้างธุรกิจสำหรับทศวรรษที่ 3 เพื่อมุ่งสู่การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในระยะเวลา 3 ปี ผ่านการขับเคลื่อนความเป็นเลิศใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
1. Excellence: การยกระดับมาตรฐานและคุณภาพการรักษาตามหลักสากล อาทิ ISO 9001:2015 โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของทีมทันตแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรมืออาชีพ ควบคู่กับความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีการจัดฟันใส Invisalign เพื่อสร้างความไว้วางใจในระยะยาว
2. Digital & Innovation Transformation: การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานสู่ระบบ Fully Digital Dentistry ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การวางแผนการรักษา และการติดตามผล ผ่านการใช้เครื่องสแกนช่องปาก iTero Element 5D ระบบเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติ (CBCT)
สำหรับวิเคราะห์โครงสร้างฟันและขากรรไกร การนำเทคนิค Aesthetic Norms มาใช้คำนวณความสมดุลของใบหน้า ตลอดจนการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบจัดการข้อมูลหลังบ้านเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ
3. People Development: การพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านการ Upskill และ Reskill ทั้งทีมทันตแพทย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน เพื่อให้มีความชำนาญในการใช้นวัตกรรมทันตกรรมขั้นสูง ตลอดจนการส่งมอบบริการตั้งแต่ขั้นตอนการนัดหมายไปจนถึงการดูแลหลังการรักษา
ชู 3 แนวทางรักษาเฉพาะบุคคล
แนวคิด Prevent–Maintain–Preserve และ Personalized Care ในมิติของการดูแลรักษา ทันตแพทย์หญิงภัคพร ภัทราพรนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ได้ระบุถึงการปรับบทบาทของคลินิกจากการเป็นสถานที่รักษาเมื่อเกิดปัญหา ไปสู่การเป็นพาร์ทเนอร์ดูแลสุขภาพช่องปากตลอดชีวิต (Long-term Oral Health Partner) โดยวางระบบการดูแลผู้รับบริการผ่าน 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
- Prevent (การป้องกันก่อนเกิดปัญหา): การตรวจวิเคราะห์ความเสี่ยงและสร้างข้อมูลพื้นฐานสุขภาพช่องปาก (Baseline) ตั้งแต่ระยะแรก
- Maintain (การดูแลอย่างต่อเนื่อง): การนัดติดตามผลทุก 6 เดือน การเอกซเรย์ และการทำ Oral Scan เพื่อเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงของสีฟัน สภาพฟัน การบดเคี้ยว และรอยผุในจุดที่มองเห็นได้ยาก
- Preserve (การคงสภาพสุขภาพช่องปากที่ดีในระยะยาว): การวางแผนการดูแลเฉพาะบุคคล (Personalized Care) เพื่อรักษาโครงสร้างฟันและสุขภาพช่องปากให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ยาวนานที่สุด
แผนขยายเครือข่ายStrategic Location และเป้าหมายทางการเงิน ด้านการขยายช่องทางบริการ TDH Dental ใช้กลยุทธ์การเลือกทำเลศักยภาพ (Strategic Location) ทั้งในรูปแบบสแตนด์อโลนและศูนย์การค้าระดับพรีเมียม เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายกำลังซื้อสูง โดยปัจจุบันมีเครือข่ายรวม 12 สาขาในประเทศไทยและ สปป.ลาว เช่น สาขาทองหล่อ ปุณณวิถี ราชพฤกษ์ ไอคอนสยาม กรุงเทพกรีฑา และล่าสุดที่สาขาดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ชั้น 4 ซึ่งมุ่งรองรับกลุ่มคนทำงาน ผู้พักอาศัย และชาวต่างชาติในย่านสีลม ศาลาแดง และพระราม 4
แผนการดำเนินงานในระยะยาวตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มเป็น 20 สาขาภายใน 5 ปี โดยในปีนี้มีการลงทุนประมาณ 70–80 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาใหม่ 5 สาขา ในส่วนของเป้าหมายด้านรายได้ บริษัทตั้งเป้าหมายเติบโตสู่ 450–500 ล้านบาทในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ทำรายได้ 321.9 ล้านบาท
สำหรับสัดส่วนผู้ใช้บริการในปัจจุบันแบ่งเป็นชาวไทย 70% และชาวต่างชาติ 30% ซึ่งกลุ่มต่างชาติหลัก ได้แก่ ผู้รับบริการจากจีน สหรัฐอเมริกา ยุโรป และกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มเด็ก วัยรุ่น กลุ่ม Well-Aging กลุ่มคนทำงานระดับกลางถึงบน กลุ่ม Gen Z ลูกค้าผู้ชาย และนักท่องเที่ยวในกลุ่ม Dental Tourism ในอนาคต






