thansettakij
thansettakij
31 ปี ‘เซ็นเตอร์วัน’ อยู่คู่อนุสาวรีย์ชัยฯ คนเปลี่ยนรุ่น สู่เกมใหม่ ‘ONN ANU’

31 ปี ‘เซ็นเตอร์วัน’ อยู่คู่อนุสาวรีย์ชัยฯ คนเปลี่ยนรุ่น สู่เกมใหม่ ‘ONN ANU’

07 ก.ย. 69 | 06:48 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.ย. 69 | 06:58 น.

จากห้างที่เติบโตมากับคนหลายรุ่นในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สู่วันที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ‘เซ็นเตอร์วัน’ จึงหันมาอ่าน ‘จังหวะชีวิต’ ของผู้คนปั้น ‘ONN ANU’ ศูนย์การค้าแนวคิดใหม่ เปิดเกม “Always On” พร้อมใช้เป็นสนามทดลอง รวบรวมดาต้าฐานข้อมูลรีแบรนด์เซ็นเตอร์วันในปี 2570

KEY

POINTS

  • เซ็นเตอร์วันทุ่มงบ 500 ล้านบาท ปรับปรุงอาคารวิกตอรี มอลล์ เดิม เป็นโครงการใหม่ชื่อ ‘ONN ANU’ (ออน อนุ) เตรียมเปิดปลายเดือนกันยายน 2569
  • ‘ONN ANU’ ชูแนวคิดเปิดบริการยาวนานตั้งแต่ 07.00-02.00 น. เพื่อตอบโจทย์ "จังหวะชีวิต" ของคนรุ่นใหม่ที่หมุนเวียนในย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ
  • โครงการนี้เป็นบททดลองเพื่อนำข้อมูลไปสู่การปรับปรุงใหญ่ของเซ็นเตอร์วันในปี 2570 โดยมีเป้าหมายเปลี่ยนจากห้างสำหรับ "ซื้อของ" เป็นพื้นที่สำหรับ "ใช้ชีวิต"

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอาจเป็นเพียง “จุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง” ในสายตาคนกรุงเทพฯ แต่สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่จริง ที่นี่คือย่านที่ผู้คนใช้ชีวิตมากกว่าการเดินทางผ่าน ด้วยบทบาทศูนย์กลางระบบขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อทั้งรถไฟฟ้า รถโดยสาร และการเดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ทำให้ผู้คนหมุนเวียนเข้ามาในย่านนี้อย่างต่อเนื่อง ที่น่าสนใจคือ คนเหล่านั้นไม่ได้เป็นคนกลุ่มเดิมตลอด 31 ปี แต่ “เปลี่ยนรุ่น” ไปเรื่อยจากนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน บุคลากรทางการแพทย์ ผู้อยู่อาศัย ไปจนถึงนักท่องเที่ยว ขณะที่ “ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน” กลับเป็นหนึ่งในธุรกิจที่อยู่คู่กับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาอย่างยาวนาน

นายรัชพล ไกรจิรโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน เล่าให้ “ฐานเศรษฐกิจ” ฟังว่า เสน่ห์ของย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ คือการที่คนเข้ามาใช้ชีวิตในช่วงหนึ่ง ก่อนจะขยับออกไปเมื่อชีวิตเปลี่ยน และมีคนรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่ ทำให้ฐานลูกค้าของพื้นที่มีลักษณะ “หมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน” อยู่ตลอดเวลา

 

นายรัชพล ไกรจิรโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน

 

 “คนที่มาในย่านนี้บางคนมาเรียน 5-7 ปี จากนั้นไปทำงานหรือมีครอบครัวแล้วก็ย้ายออก ขณะเดียวกันก็มีคนรุ่นใหม่เข้ามาแทน ทำให้คนแต่ละรุ่นเคยมีช่วงเวลาที่ผูกพันกับศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน”

ปรากฏการณ์นี้ทำให้ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วันไม่ได้พึ่งพาลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ผูกอยู่กับกิจวัตรของพื้นที่ แม้ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ จะมีศูนย์การค้าใหม่เกิดขึ้นจำนวนมากก็ตาม เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ธุรกิจค้าปลีกก็ไม่สามารถหยุดอยู่กับที่ได้เช่นกัน จากอดีตที่คนเข้าห้างเพื่อ “ซื้อของ” โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่น วันนี้บทบาทดังกล่าวถูกแบ่งออกไปให้การซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ ทำให้ห้างต้องหันมาสร้างสิ่งที่โลกออนไลน์ทดแทนได้ยาก ทั้งอาหาร ความงาม ความบันเทิง บริการ และประสบการณ์การใช้ชีวิต โจทย์นี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทดลองครั้งใหม่ของศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน

 

จากวิกตอรี มอลล์ สู่ ‘ONN ANU’

นายรัชพล กล่าวว่า บริษัทเข้าซื้ออาคารเดิมวิกตอรี มอลล์ ซึ่งอยู่ติดกับศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน เมื่อประมาณ 4 ปีก่อน ก่อนเข้ารับโอนและดูแลเต็มรูปแบบช่วงปลายปี 2567 จากนั้นใช้ปี 2568 ในการศึกษาตลาด วางแนวคิด และออกแบบโครงการ ก่อนเริ่มปรับปรุงช่วงต้นปี 2569 อาคารดังกล่าวมีความผูกพันกับย่านมาอย่างยาวนาน เดิมเคยเป็นร้านหนังสือดอกหญ้า ก่อนจะได้รับการพัฒนาเป็น วิกตอรี มอลล์ และบริษัทมองเห็นศักยภาพจากตำแหน่งที่ตั้งบริเวณหัวมุมวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยฯ ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากหลายทิศทาง

 

31 ปี ‘เซ็นเตอร์วัน’ อยู่คู่อนุสาวรีย์ชัยฯ คนเปลี่ยนรุ่น สู่เกมใหม่ ‘ONN ANU’

 

การลงทุนครั้งนี้ใช้งบปรับปรุงกว่า 90 ล้านบาท และเมื่อรวมมูลค่าการลงทุนทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท โดยเตรียมเปิดตัวภายใต้ชื่อ “ONN ANU” (ออน อนุ) ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 หัวใจของ ONN ANU ไม่ได้อยู่ที่การเป็น “ห้างใหม่” แต่คือการตอบคำถามว่า หากย่านนี้มีคนใช้ชีวิตตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน ศูนย์การค้าจะต้องปรับตัวอย่างไร

นายนราชัย ไกรจิรโชติ ผู้จัดการโครงการและผู้จัดการฝ่ายการตลาดฯ ทายาทรุ่น 2 กล่าวว่า ทีมงานลงพื้นที่และศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคก่อนวางแนวคิด โดยพบว่าอนุสาวรีย์ชัยฯ มีผู้คนหมุนเวียนจำนวนมาก ไม่ได้มีเพียงกลุ่มที่เดินทางผ่าน แต่ยังมีคนทำงาน ผู้อยู่อาศัย บุคลากรทางการแพทย์ และนักท่องเที่ยว

 

นายนราชัย ไกรจิรโชติ ผู้จัดการโครงการและผู้จัดการฝ่ายการตลาดฯ ทายาทรุ่น 2

 

โดยประเมินจำนวนผู้คนในพื้นที่ราว 2 - 2.5 แสนคนต่อวัน จากข้อมูลระบบขนส่งมวลชน โรงพยาบาล และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ขณะที่การขยายตัวของโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ยังทำให้ย่านนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาพักมากขึ้น เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากสยามและราชประสงค์ แต่ราคาที่พักยังต่ำกว่าย่านศูนย์กลางธุรกิจ

 

เปิดห้างตาม “จังหวะชีวิต”

จากข้อมูลดังกล่าวจึงเกิดเป็นแนวคิด “ONN” ที่หมายถึงการเปิดอยู่และพร้อมให้บริการ โดย ONN ANU จะเปิดบริการตั้งแต่ 07.00-02.00 น. ไล่ฟังก์ชันไปตามช่วงเวลาของผู้บริโภค ช่วงเช้าจะเน้นร้านกาแฟ อาหาร และอาหารพร้อมรับกลับ รองรับคนก่อนเดินทางไปทำงาน ระหว่างวันเป็นร้านอาหาร การช้อปปิ้ง และบริการ ส่วนช่วงเย็นต่อเนื่องถึงกลางคืนจะเพิ่มน้ำหนักไปที่อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงความบันเทิง

ภายในโครงการมีทั้ง ลัคกี้ สุกี้ ซึ่งเข้ามาเป็นหนึ่งในร้านหลัก มารุโกโตะที่เตรียมพัฒนาแนวคิดร้านอิซากายะพร้อมคาราโอเกะ รวมถึงบาร์บีคิว พลาซ่า ที่เตรียมทำรูปแบบบุฟเฟต์หลัง 21.00 น. นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟ ร้านอาหารพร้อมรับกลับ ร้านแฟชั่น ความงาม และบริการต่าง ๆ

“เราไม่ได้ทิ้งผู้เช่าเดิมทั้งหมด มีการย้ายตำแหน่งและปรับขนาดพื้นที่ให้เหมาะกับแนวคิดใหม่ ประมาณ 30% ของพื้นที่ยังเป็นร้านค้าเดิม ขณะที่ 60-70% เป็นร้านใหม่หรือแนวคิดใหม่”

อีกจุดที่บริษัทมองเป็นโอกาสคือการพัฒนา ONN ANU ให้เป็นศูนย์กลางการจัดส่ง รองรับร้านอาหารและสินค้าในพื้นที่โดยรอบ โดยไม่ได้ตั้งเป้าหมายจากจำนวนคนเข้าศูนย์การค้าเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับยอดขายและศักยภาพทางธุรกิจของร้านค้า

 

31 ปี ‘เซ็นเตอร์วัน’ อยู่คู่อนุสาวรีย์ชัยฯ คนเปลี่ยนรุ่น สู่เกมใหม่ ‘ONN ANU’

 

นายรัชพล ระบุว่า การพัฒนา ONN ANU เป็นเพียงบทแรกของแผนธุรกิจ โดยบริษัทจะใช้โครงการนี้เป็นสนามทดลองเพื่อดูว่าแนวคิดการเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่เปิดตั้งแต่เช้าถึงดึกตอบโจทย์ลูกค้าหรือไม่ ก่อนนำข้อมูลกลับมาพัฒนาศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน ซึ่งมีแผนปรับปรุงและปรับแนวคิดครั้งใหญ่ในปี 2570เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการสร้างศูนย์การค้าให้สวยขึ้น แต่คือการทำให้พื้นที่ตอบโจทย์สิ่งที่ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการจากห้าง

ซึ่งเปลี่ยนจากสถานที่ “มาซื้อของ” ไปสู่พื้นที่ “มาใช้ชีวิต” ขณะเดียวกัน กรุงเทพฯ กำลังมีแผนพัฒนาพื้นที่รอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ทั้งการเชื่อมต่อทางเดินลอยฟ้าไปยังโรงพยาบาลรามาธิบดี และการปรับภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบ ซึ่งบริษัทมองว่าจะช่วยยกระดับภาพรวมของย่านในอนาคต สำหรับศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ใช่การพยายามรั้งคนรุ่นเดิมไว้ แต่เป็นการเตรียมพื้นที่ให้พร้อมสำหรับคนรุ่นใหม่ที่หมุนเวียนเข้ามาใช้ชีวิตในย่านนี้

จากรุ่นพ่อที่อยู่กับอนุสาวรีย์ชัยฯ มานาน 31 ปี วันนี้ธุรกิจเริ่มส่งต่อให้ทายาทรุ่น 2 เข้ามามีบทบาทด้านโครงการและการตลาด โดยโจทย์สำคัญของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่เพียงการรับช่วงธุรกิจ แต่คือการนำมุมมองใหม่เข้ามาอ่าน “คนรุ่นใหม่” ที่กำลังเข้ามาแทนที่คนรุ่นเดิม เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่เดินผ่านอนุสาวรีย์ชัยฯ อาจเปลี่ยนหน้าไปทุก 5-10 ปี แต่ความต้องการใช้ชีวิตในพื้นที่ยังคงอยู่ นั่นคือโจทย์ที่ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วันต้องตอบให้ได้ว่า จะทำอย่างไรให้ห้างที่อยู่มากว่า 31 ปี ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนรุ่นต่อไปได้อีก 31 ปี