
สตาร์บัคส์ ย้ำไม่ปรับขึ้นราคา แม้ต้นทุนเมล็ดกาแฟโลกพุ่ง ลุย 4 กลยุทธ์ชิงแชร์ตลาด 6.5 หมื่นล้าน
เขย่าตลาดกาแฟไทย 6.5 หมื่นล้าน 'สตาร์บัคส์' ย้ำไม่มีแผนปรับขึ้นราคา แม้ต้นทุนเมล็ดกาแฟโลกพุ่ง เปิดเกมรุก เดินกลยุทธ์เมนูโลคัล-ดิจิทัล-คอมมูนิตี้ ขยายสาขาแตะ 600 แห่งต้นปี 2570
KEY
POINTS
- สตาร์บัคส์ยืนยันไม่ปรับขึ้นราคาสินค้าเพิ่มเติมจนถึงสิ้นปี 2569 แม้ต้นทุนเมล็ดกาแฟในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้น
- เดินหน้า 4 กลยุทธ์หลักเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดกาแฟไทยมูลค่า 6.5 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้งเป้าขยายสาขาให้ครบ 600 แห่งภายในต้นปี 2570
- เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยโดยเฉพาะ เช่น เครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก "ทุเรียน" และเมนูราคาเข้าถึงง่าย
สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 เดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคไทย การขยายประสบการณ์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การรักษาความเป็นผู้นำด้านคุณภาพและความแตกต่างของแบรนด์ และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน พร้อมเร่งขยายสาขาสู่ 600 แห่งภายในต้นปี 2570 รับตลาดกาแฟไทยที่มีมูลค่าราว 65,000 ล้านบาท และเติบโตต่อเนื่อง
นางสาวเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ราคากาแฟในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 20-30% จากผลกระทบของสภาพภูมิอากาศและความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก ส่งผลให้บริษัทต้องปรับราคาสินค้าบางรายการเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา จากต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะนมที่เพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัท ยังไม่มีแผนปรับราคาสินค้าเพิ่มเติมจนถึงสิ้นปี 2569 เว้นแต่จะเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ เมล็ดกาแฟที่ใช้ในร้านสตาร์บัคส์ส่วนใหญ่ยังเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะที่กาแฟ “ม่วนใจ๋ เบลนด์” ซึ่งสนับสนุนเกษตรกรไทย จะถูกส่งไปเบลนด์ในต่างประเทศก่อนนำกลับมาจำหน่ายในประเทศไทย
ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในตลาดกาแฟที่มีศักยภาพสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แม้การแข่งขันจะรุนแรงขึ้น แต่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับคุณค่า ประสบการณ์ และจุดยืนของแบรนด์มากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ที่ประเมินว่าตลาดกาแฟไทยมีมูลค่าประมาณ 65,000 ล้านบาท และเติบโตราว 8% จากปีก่อน หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของปีนี้คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของผู้บริโภคไทย หลังเมนูซีรีส์ “น้ำตาลโตนด” ได้รับการตอบรับที่ดี สตาร์บัคส์เตรียมเปิดตัวเครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ทุเรียน” เพื่อขยายกลุ่มเมนูที่พัฒนาสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ
ขณะเดียวกันยังเพิ่มทางเลือกด้านราคาด้วยเมนู Starbucks Es Yen และ Iced Shaken Chocolate ราคาเริ่มต้นประมาณ 95 บาท เพื่อรองรับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า แต่ยังคงมาตรฐานคุณภาพของแบรนด์ นอกจากนี้ ยังนำเครื่องดื่ม Starbucks Aerocano เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกภายในงาน World of Coffee Bangkok 2026 สะท้อนบทบาทของไทยในฐานะตลาดสำคัญด้านนวัตกรรมของสตาร์บัคส์ระดับโลก
ในกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ บริษัทเตรียมเปิดตัวคอลเลกชันลิมิเต็ด Starbucks x POP MART MOLLY เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่และขยายฐานลูกค้ากลุ่มนักสะสม ควบคู่กับการขยายเมนูอาหารให้ครอบคลุมทุกช่วงเวลาของวัน เพื่อเพิ่มความถี่ในการเข้าใช้บริการ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าใช้เวลาอยู่ในร้านราว 2 ชั่วโมงอย่างต่ำ
เร่งขยายสาขา แตะ 600 แห่งต้นปี 2570
สตาร์บัคส์ยังคงเดินหน้าขยายสาขาเฉลี่ยปีละประมาณ 30 แห่ง โดยปัจจุบันมี 574 สาขาทั่วประเทศ และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 600 สาขาภายในต้นปี 2570 ทิศทางการลงทุนจะมุ่งขยายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ขณะที่ปัจจุบันประมาณ 65% ของสาขายังอยู่ในกรุงเทพฯ
นอกจากร้านรูปแบบปกติแล้ว ปัจจุบันบริษัทมีร้าน Drive-thru จำนวน 93 สาขา และเดินหน้าพัฒนารูปแบบร้านให้ตอบโจทย์แนวคิด Third Place หรือ “พื้นที่แห่งที่สาม” สำหรับการทำงาน พักผ่อน และพบปะสังสรรค์ รวมถึงร้าน Pet-friendly ที่เอ็มสเฟียร์







