
ไข้หวัดนกพ่นพิษ ไก่สดทั่วโลกหาย 30% สหฟาร์มปรับแผนรุกตลาดโปรตีน
ปัญหาไข้หวัดนกในหลายประเทศ ดันสินค้าไก่ในตลาดโลกหายกว่า 30% สหฟาร์มโชว์ศักยภาพธุรกิจอาหารไทยบนเวที THAIFEX 2026 ปรับแผนรุกตลาดโปรตีน
KEY
POINTS
- สหฟาร์มทำยอดขายส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2568 และตั้งเป้ารักษาระดับการส่งออกต่อเนื่องในปีนี้
- มีแผนเปิดตลาดส่งออกใหม่เพิ่มเติมจากกว่า 40 ประเทศในปัจจุบัน พร้อมวางกลยุทธ์สร้างแบรนด์ของตนเองอย่างจริงจังภายใน 2 ปี
- รุกตลาดโปรตีนโลกโดยต่อยอดธุรกิจประมงอย่าง "ปลานิล" เพิ่มเติมจากธุรกิจไก่ เพื่อรองรับความต้องการโปรตีนคุณภาพที่เพิ่มขึ้น
ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี และการเงิน บริษัท สหฟาร์ม จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมผลประกอบการปี 2568 ถือเป็นปีที่บริษัทมียอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ หลังเข้าสู่แผนฟื้นฟูธุรกิจตั้งแต่ปี 2565 โดยสามารถสร้างทั้งรายได้และกำไรในระดับสูงสุด หรือ New High นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท
ปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์ภายนอก ทั้งค่าเงินบาทที่เอื้อต่อการส่งออก ต้นทุนอาหารสัตว์ที่ทรงตัว รวมถึงสถานการณ์ไข้หวัดนกในหลายประเทศ ส่งผลให้สินค้าไก่ในตลาดโลกหายไปกว่า 30% ทำให้สหฟาร์มได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
“ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ดีที่สุดของบริษัท ทั้งยอดขาย รายได้ และกำไร ถือเป็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนหลังเข้าสู่แผนฟื้นฟู” ดร.จารุวรรณ กล่าว
ส่งออก 40 ประเทศทั่วโลก ตั้งเป้ารักษาระดับยอดขาย
ปัจจุบันสหฟาร์มมีตลาดส่งออกกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โดยตลาดหลักยังคงเป็นญี่ปุ่น ยุโรป และจีน ขณะที่ตลาดตะวันออกกลางได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบและภาวะสงคราม คิดเป็นสัดส่วนราว 5-10%
สำหรับปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดส่งออกราว 220,000 ตัน และในปีนี้ตั้งเป้ารักษาระดับยอดขายให้อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเปิดตลาดใหม่เพิ่มเติม และอยู่ระหว่างวางกลยุทธ์สร้างแบรนด์ของตัวเองอย่างจริงจังภายในระยะเวลา 2 ปี เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างการเติบโตระยะยาว
ปีนี้เจอความท้าทายรอบด้าน ต้นทุนพุ่ง-ค่าขนส่งเพิ่ม
ดร.จารุวรรณ กล่าวว่า ปี 2569 ถือเป็นปีที่มีความท้าทายมากกว่าปีก่อน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ต้นทุนวัตถุดิบหลายรายการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะพลาสติกที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นเกือบ 100% รวมถึงต้นทุนอาหารสัตว์ที่กลับมาสูงขึ้น ทำให้บริษัทต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มข้นมากขึ้นในปีนี้ ปีนี้เป็นปีที่ต้องบริหารจัดการละเอียดขึ้น เพราะต้นทุนหลายด้านกลับมาเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ทั้งค่าขนส่ง พลังงาน พลาสติก และอาหารสัตว์ ดร.จารุวรรณ กล่าว
เดินหน้าพลังงานสะอาด คุมต้นทุนระยะยาว
ปัจจุบันสหฟาร์มมีโรงงานทั้งหมด 4 แห่ง ในจังหวัดลพบุรีและเพชรบูรณ์ โดยบริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ บริษัทได้ร่วมมือกับ WHA ลงทุนโครงการ Solar Farm, Solar Roof และ Solar Floating เพื่อช่วยบริหารต้นทุนพลังงานในระยะยาว และอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้พลังงาน Biomass ภายในโรงงานเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานทางเลือกในอนาคต
ลุยต่อยอด “ไก่-ประมง” ปักหมุดตลาดโปรตีนโลก
นอกจากธุรกิจไก่แปรรูปและไก่ปรุงสุกแล้ว สหฟาร์มยังเดินหน้าต่อยอดธุรกิจประมง โดยเฉพาะ “ปลานิล” ที่ถูกวางให้เป็นหนึ่งในสินค้าศักยภาพใหม่ รองรับความต้องการบริโภคโปรตีนคุณภาพในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทมองว่า ตลาดอาหารและโปรตีนยังมีโอกาสเติบโตอีกมากในระยะยาว โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอาหารแปรรูปและโปรตีนคุณภาพ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของสหฟาร์มในอนาคต







