thansettakij
thansettakij
ไข้หวัดนกพ่นพิษ ไก่สดทั่วโลกหาย 30% สหฟาร์มปรับแผนรุกตลาดโปรตีน

ไข้หวัดนกพ่นพิษ ไก่สดทั่วโลกหาย 30% สหฟาร์มปรับแผนรุกตลาดโปรตีน

28 พ.ค. 69 | 03:43 น.
อัปเดตล่าสุด :29 พ.ค. 69 | 06:34 น.

ปัญหาไข้หวัดนกในหลายประเทศ ดันสินค้าไก่ในตลาดโลกหายกว่า 30% สหฟาร์มโชว์ศักยภาพธุรกิจอาหารไทยบนเวที THAIFEX 2026 ปรับแผนรุกตลาดโปรตีน

KEY

POINTS

  • สหฟาร์มทำยอดขายส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2568 และตั้งเป้ารักษาระดับการส่งออกต่อเนื่องในปีนี้
  • มีแผนเปิดตลาดส่งออกใหม่เพิ่มเติมจากกว่า 40 ประเทศในปัจจุบัน พร้อมวางกลยุทธ์สร้างแบรนด์ของตนเองอย่างจริงจังภายใน 2 ปี
  • รุกตลาดโปรตีนโลกโดยต่อยอดธุรกิจประมงอย่าง "ปลานิล" เพิ่มเติมจากธุรกิจไก่ เพื่อรองรับความต้องการโปรตีนคุณภาพที่เพิ่มขึ้น

ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี และการเงิน บริษัท สหฟาร์ม จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมผลประกอบการปี 2568 ถือเป็นปีที่บริษัทมียอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ หลังเข้าสู่แผนฟื้นฟูธุรกิจตั้งแต่ปี 2565 โดยสามารถสร้างทั้งรายได้และกำไรในระดับสูงสุด หรือ New High นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท

 

ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี และการเงิน บริษัท สหฟาร์ม จำกัด

 

ปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์ภายนอก ทั้งค่าเงินบาทที่เอื้อต่อการส่งออก ต้นทุนอาหารสัตว์ที่ทรงตัว รวมถึงสถานการณ์ไข้หวัดนกในหลายประเทศ ส่งผลให้สินค้าไก่ในตลาดโลกหายไปกว่า 30% ทำให้สหฟาร์มได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ดีที่สุดของบริษัท ทั้งยอดขาย รายได้ และกำไร ถือเป็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนหลังเข้าสู่แผนฟื้นฟู” ดร.จารุวรรณ กล่าว

ส่งออก 40 ประเทศทั่วโลก ตั้งเป้ารักษาระดับยอดขาย

ปัจจุบันสหฟาร์มมีตลาดส่งออกกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โดยตลาดหลักยังคงเป็นญี่ปุ่น ยุโรป และจีน ขณะที่ตลาดตะวันออกกลางได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบและภาวะสงคราม คิดเป็นสัดส่วนราว 5-10%

สำหรับปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดส่งออกราว 220,000 ตัน และในปีนี้ตั้งเป้ารักษาระดับยอดขายให้อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเปิดตลาดใหม่เพิ่มเติม และอยู่ระหว่างวางกลยุทธ์สร้างแบรนด์ของตัวเองอย่างจริงจังภายในระยะเวลา 2 ปี เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างการเติบโตระยะยาว

 

ปีนี้เจอความท้าทายรอบด้าน ต้นทุนพุ่ง-ค่าขนส่งเพิ่ม

ดร.จารุวรรณ กล่าวว่า ปี 2569 ถือเป็นปีที่มีความท้าทายมากกว่าปีก่อน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ต้นทุนวัตถุดิบหลายรายการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะพลาสติกที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นเกือบ 100% รวมถึงต้นทุนอาหารสัตว์ที่กลับมาสูงขึ้น ทำให้บริษัทต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มข้นมากขึ้นในปีนี้ ปีนี้เป็นปีที่ต้องบริหารจัดการละเอียดขึ้น เพราะต้นทุนหลายด้านกลับมาเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ทั้งค่าขนส่ง พลังงาน พลาสติก และอาหารสัตว์ ดร.จารุวรรณ กล่าว

 

สหฟาร์มเร่งเครื่องส่งออก รุกตลาดโปรตีนโลก ลุยเปิดตลาดใหม่-ปั้นแบรนด์ใน 2 ปี

 

เดินหน้าพลังงานสะอาด คุมต้นทุนระยะยาว

ปัจจุบันสหฟาร์มมีโรงงานทั้งหมด 4 แห่ง ในจังหวัดลพบุรีและเพชรบูรณ์ โดยบริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ บริษัทได้ร่วมมือกับ WHA ลงทุนโครงการ Solar Farm, Solar Roof และ Solar Floating เพื่อช่วยบริหารต้นทุนพลังงานในระยะยาว และอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้พลังงาน Biomass ภายในโรงงานเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานทางเลือกในอนาคต

ลุยต่อยอด “ไก่-ประมง” ปักหมุดตลาดโปรตีนโลก

นอกจากธุรกิจไก่แปรรูปและไก่ปรุงสุกแล้ว สหฟาร์มยังเดินหน้าต่อยอดธุรกิจประมง โดยเฉพาะ “ปลานิล” ที่ถูกวางให้เป็นหนึ่งในสินค้าศักยภาพใหม่ รองรับความต้องการบริโภคโปรตีนคุณภาพในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทมองว่า ตลาดอาหารและโปรตีนยังมีโอกาสเติบโตอีกมากในระยะยาว โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอาหารแปรรูปและโปรตีนคุณภาพ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของสหฟาร์มในอนาคต