thansettakij
thansettakij
เขย่าตลาดอีบุ๊ก 3 พันล้าน 'ราคุเทนฯ- MEP' ส่ง 3 รุ่นเรือธงชิงแชร์

เขย่าตลาดอีบุ๊ก 3 พันล้าน 'ราคุเทนฯ- MEP' ส่ง 3 รุ่นเรือธงชิงแชร์

30 มี.ค. 69 | 13:21 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มี.ค. 69 | 14:14 น.

"ราคุเทน โคโบ" ผนึก "MEP" ส่งเครื่องอ่านอีบุ๊ก 3 รุ่นเรือธงชิงแชร์ตลาด 3,000 ล้าน รับเทรนด์อีรีดเดอร์โตก้าวกระโดด

KEY

POINTS

  • ราคุเทน โคโบ แบรนด์เครื่องอ่านอีบุ๊กระดับโลก จับมือกับ เมพ (Meb) ผู้นำตลาดอีบุ๊กไทย เพื่อรุกตลาดในประเทศ
  • ตลาดอีบุ๊กไทยมีมูลค่าราว 3 พันล้านบาทและเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กขยายตัวตาม โดยมีมูลค่า 140 ล้านบาทในปี 2567
  • พฤติกรรมนักอ่านไทยเปลี่ยนไป โดยมีการซื้ออีบุ๊กเพิ่มขึ้น และมองหาอุปกรณ์ที่ช่วยให้มีสมาธิกับการอ่านโดยเฉพาะ
  • มีการเปิดตัวเครื่องอ่านอีบุ๊กรุ่นใหม่ 3 รุ่น ทั้งจอสีและขาว-ดำ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักอ่านที่หลากหลาย

นายจูเลียน โจว ผู้จัดการทั่วไป ราคุเทน โคโบ เอเชีย ผู้นำตลาดเครื่องอีรีดเดอร์ (E-Reader) แบรนด์ระดับโลก กล่าวว่า อีรีดเดอร์เป็นเครื่องอ่านหนังสือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีบุ๊ก (E-Book) ที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นจากพฤติกรรมการอ่านอีบุ๊กที่มากขึ้น โดยทิศทางของตลาดอีบุ๊กจะส่งผลสัมพันธ์ต่อตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊ก และตลาดอีบุ๊กได้เติบโตอย่างต่อเนื่องและอยู่ในช่วงขาขึ้น

ข้อมูลจาก Mordor Intelligence บริษัทวิจัยตลาดชั้นนำระดับโลก รายงานว่าตลาดอีบุ๊กโลกขยายตัวจากประมาณ 5.77 แสนล้านบาท ในปี 2568 เป็นประมาณ 6.03 แสนล้านบาท ในปี 2569 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับประมาณ 7.55 แสนล้านบาท ในขณะที่ปี 2574 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ระหว่างปี 2569 - 2574 ที่ 4.6% ส่วนตลาดอีบุ๊กและเครื่องอ่านอีบุ๊กในเอเชียนั้น เป็นตลาดที่น่าจับตาเพราะเป็นตลาดใหม่ที่กำลังพัฒนามีโอกาสเติบโตสูง 

ปัจจัยสนับสนุนมากจากพฤติกรรมนักอ่านที่เปลี่ยนไป และมีความหลากหลายขึ้น การใช้งานอุปกรณ์เครื่องอ่านอีบุ๊กจึงไม่ใช่แค่อ่านข้อความดิจิทัลเท่านั้น แต่ต้องการฟังออดิโอบุ๊ก และจดบันทึกในอุปกรณ์เดียว นอกจากนั้นเครื่องอ่านอีบุ๊กยังถูกมองว่าเป็น "พื้นที่ส่วนตัว" ที่ช่วยหลบพักข้อมูลข่าวสารที่หลั่งไหลอย่างรวดเร็ว หลีกเลี่ยงการแจ้งเตือนที่รบกวน ลดภาวะการเหนื่อยล้าจากการติดตามโซเชียลมีเดีย ทำให้กลับมามีสมาธิกับการอ่านได้อย่างแท้จริง 

เขย่าตลาดอีบุ๊ก 3 พันล้าน 'ราคุเทนฯ- MEP' ส่ง 3 รุ่นเรือธงชิงแชร์

สำหรับจุดแข็งของ ราคุเทน โคโบ นั้น คือ การเป็นเครื่องอ่านอีบุ๊กแบรนด์ระดับโลกที่มีจำหน่ายกว่า 195 ประเทศ มีคุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์ที่เป็นจอสี ถูกออกแบบมาเพื่อการอ่านโดยเฉพาะ น้ำหนักเบา พกพาสะดวก และใช้หน้าจอ e-ink ที่สบายตา ทำให้ดึงดูดนักอ่านที่ชอบอ่านหนังสือเพื่อการพักผ่อน เช่น กลุ่มผู้ชื่นชอบหนังสือภาพ หนังสือทำอาหาร หนังสือท่องเที่ยว หรือ การ์ตูน ฯลฯ ให้ก้าวเข้าสู่โลกของอีบุ๊กได้สำเร็จ

นายจูเลียน กล่าวว่า ในประเทศไทยการเติบโตของเครื่องอ่านอีบุ๊กมาจากโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ผู้บริโภคคุ้นเคย ยอมรับ และพร้อมจ่ายเงินในรูปแบบดิจิทัล โดยผลิตภัณฑ์ที่นำมาเปิดตัวนั้น เป็น 3 รุ่นเรือธง ได้แก่ Kobo Libra Colour รุ่นเรือธง, Kobo Clara Colour สำหรับการอ่านแบบสี และ Kobo Clara BW จอขาว-ดำ พื้นที่จัดเก็บตั้งแต่ 16GB - 32GB (ขึ้นอยู่กับรุ่น) รองรับการจัดเก็บ E-book ได้สูงถึง 24,000 เล่ม ฯลฯ

ด้าน นายรวิวร มะหะสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดอีบุ๊กในประเทศไทยปัจจุบันมีมูบค่าประมาณ 3 พันล้านบาท เติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่หลังสถานการณ์โควิด-19 แม้บางช่วงอาจมีการชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในช่วงเติบโต ทั้งจากจำนวนและความหลากหลายของคอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้น อุปกรณ์รองรับการอ่านมีให้เลือกใช้มากขึ้นในราคาที่จับต้องได้ การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตง่ายและสะดวกขึ้น 

เขย่าตลาดอีบุ๊ก 3 พันล้าน 'ราคุเทนฯ- MEP' ส่ง 3 รุ่นเรือธงชิงแชร์

รวมทั้งนักอ่านให้การตอบรับกับการอ่านอีบุ๊กมากขึ้น ซึ่งจากการสำรวจผู้เข้าชมงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 ปี 2568 โดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย พบว่าการซื้ออีบุ๊กเพิ่มขึ้นจาก 20% ในปี 2563 เป็น 29% ในปี 2568 พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้ตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กโตขึ้นตามไปด้วย โดยในปี 2567 มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 140 ล้านบาท เติบโต 60% จากปี 2566 และ กลุ่ม เมพ เป็นผู้นำตลาดมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 60-70%

ดังนั้น การร่วมเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับ ราคุเทน โคโบ นับว่าเป็นก้าวสำคัญ ที่ช่วยขยายฐานผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งยังช่วยสนับสนุนการไปสู่เป้าหมายด้านการเติบโตอย่างยั่งยืนในการส่งเสริมการใช้เครื่องอ่านอีบุ๊กเพื่อช่วยลดการใช้กระดาษ และตอบโจทย์ ESG ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้นักอ่านไทยได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์คุณภาพแบรนด์ระดับโลก