thansettakij
thansettakij
’โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง‘ บุกชลบุรี เปิดเกมเบียร์สด เจาะตลาดไลฟ์สไตล์

’โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง‘ บุกชลบุรี เปิดเกมเบียร์สด เจาะตลาดไลฟ์สไตล์

17 มี.ค. 2569 | 10:02 น.
อัปเดตล่าสุด :17 มี.ค. 2569 | 11:25 น.

“โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง” บุกชลบุรี เปิดตัวเบียร์สด พร้อมนวัตกรรม Foam Art พิมพ์ลายบนฟองเบียร์ ครั้งแรกในชลบุรี

KEY

POINTS

  • โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงขยายตลาดเบียร์สดสู่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ
  • นำเสนอเบียร์สด 2 รสชาติ ได้แก่ ลาเกอร์ และ โรเซ่ พร้อมชูนวัตกรรม Foam Art พิมพ์ลายบนฟองเบียร์
  • มุ่งเจาะตลาดไลฟ์สไตล์โดยเน้นสร้างประสบการณ์การดื่ม (Drinking Experience) รูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภค

แบรนด์เบียร์สดระดับตำนานของไทย เยอรมันตะวันแดง เดินหน้าขยายประสบการณ์การดื่มสู่หัวเมืองท่องเที่ยว
จัดงาน German Tawandang Road to Chonburi เปิดตัว “เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง” อย่างเป็นทางการท่ามกลางบรรยากาศพระอาทิตย์ตกริมทะเล พร้อมนำเสนอเบียร์สด 2 รสชาติ ให้ชาวชลบุรีได้สัมผัสรสชาติแบบเดียวกับโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง 

นายเสถียร เสถียรธรรมะ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคาราบาว ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง และ
เบียร์คาราบาว-เบียร์ตะวันแดง  กล่าวว่า การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของแบรนด์ ในการขยายตลาดเบียร์สดเยอรมันตะวันแดง ต่อจากกรุงเทพฯ มาสู่จังหวัดชลบุรี หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ โดยนำเบียร์สดระดับโรงเบียร์มาสู่ผู้บริโภคในพื้นที่ โดยหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือกิจกรรม เยอรมันตะวันแดง Foam Art นวัตกรรมพิมพ์ลายบนฟองเบียร์ เป็นกิจกรรมสร้างสีสันภายในงาน

"การขยายตลาดของเบียร์สดเยอรมันตะวันแดง มาสู่ชลบุรีในครั้งนี้ เราต้องการนำมาตรฐาน และเอกลักษณ์ของเบียร์สดต้นตำรับจากโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง มาสู่ผู้บริโภคในพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น โดยเรามีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์เบียร์สดคุณภาพมานานกว่า 20 ปี 

’โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง‘ บุกชลบุรี เปิดเกมเบียร์สด เจาะตลาดไลฟ์สไตล์

ภายในงานยังมีการนำเสนอเอกลักษณ์ของเบียร์สด 2 สไตล์หลักของแบรนด์ ซึ่งถูกออกแบบให้สามารถจับคู่กับอาหารได้หลากหลาย ได้แก่ เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง ลาเกอร์ (Lager) และ เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง โรเซ่ (Rosé)

การขยายประสบการณ์ของแบรนด์เยอรมันตะวันแดงสู่จังหวัดชลบุรีในครั้งนี้ สะท้อนแนวโน้มของตลาดเครื่องดื่มและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “Drinking Experience” มากกว่าการบริโภคเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวที่มีวัฒนธรรมการกินดื่มและการสังสรรค์เติบโตอย่างต่อเนื่อง