thansettakij
thansettakij
สงครามดันต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าพุ่ง เบเกอรี่ดังฮึดสู้ ปรับแผนบริหารสต็อก

สงครามดันต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าพุ่ง เบเกอรี่ดังฮึดสู้ ปรับแผนบริหารสต็อก

16 มี.ค. 2569 | 06:13 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มี.ค. 2569 | 09:28 น.

James Boulangerie รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าพุ่งจากสงคราม เร่งบริหารสต็อกคุมต้นทุน พร้อมเดินหน้าขยายตลาด ปักหมุดสาขาใหม่ย่าน CBD หวังเพิ่มฐานลูกค้าเมืองและนักท่องเที่ยว

KEY

POINTS

  • James Boulangerie เผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเนย ช็อกโกแลต และวานิลลา
  • รับมือด้วยกลยุทธ์ขยายตลาด โดยเปิดสาขาใหม่ใจกลางเมืองที่เกษรอัมรินทร์ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าในเมืองและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
  • เน้นการบริหารจัดการสต็อกเพื่อรักษาคุณภาพวัตถุดิบ และมีแผนลงทุน 100 ล้านบาท พัฒนาสาขาหลักให้เป็นจุดหมายของครอบครัว

ตลาดร้านคาเฟ่และเบเกอรี่พรีเมียมในไทยยังคงมีการแข่งขันสูง ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ

ล่าสุด James Boulangerie แบรนด์เบเกอรี่พรีเมียมสัญชาติไทย ผู้สร้างกระแส “ครัวซองต์คิวยาว” ประกาศขยายธุรกิจสู่ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ครั้งแรก ด้วยการเปิดสาขาใหม่ที่โซน RAYNUE ชั้น 3 ศูนย์การค้า Gaysorn Amarin ย่านราชประสงค์ หวังขยายฐานลูกค้าในเมืองและนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมรับมือการแข่งขันในตลาดคาเฟ่ระดับพรีเมียมที่ยังเติบโตต่อเนื่อง

เชฟเจมส์–พชร เถกิงเกียรติ ผู้ก่อตั้ง James Boulangerie เปิดเผยว่า การเปิดสาขาใหม่ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานลูกค้าในเขตเมืองชั้นใน เช่น สุขุมวิท เอกมัย และอโศก ซึ่งที่ผ่านมาเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก แต่ต้องเดินทางไปใช้บริการที่สาขาพรานนก-พุทธมณฑล รวมถึงช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และค่าจัดส่งเดลิเวอรี่ที่ค่อนข้างสูง

“ทำเลราชประสงค์เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของกรุงเทพฯ และเป็นพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสูง การเปิดสาขาในย่านนี้จะช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์ในระดับสากล และขยายฐานลูกค้าต่างชาติจากปัจจุบันประมาณ 15% ให้เพิ่มขึ้นเป็น 30-40% ในอนาคต” เชฟเจมส์กล่าว

 

เชฟเจมส์–พชร เถกิงเกียรติ

 

ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งจากสงคราม-เศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเบเกอรี่พรีเมียมยังต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเนย ช็อกโกแลต และวานิลลา ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต

เชฟเจมส์ระบุว่า ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่งผลให้ค่าขนส่งและราคาวัตถุดิบนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะวานิลลาที่ปรับตัวจากเดิมแกลลอนละประมาณ 1,500 บาท เพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่นบาท ขณะที่เนยและช็อกโกแลตปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 50-100%

แม้ต้นทุนจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทเลือกที่จะรักษาคุณภาพวัตถุดิบเป็นหลัก โดยหลีกเลี่ยงการลดคุณภาพสินค้า และใช้การปรับราคาสินค้าเป็นทางเลือกสุดท้าย

“หากต้นทุนสูงเกินไป บางเมนูอาจต้องหยุดจำหน่ายชั่วคราว เพราะเราไม่ต้องการลดคุณภาพวัตถุดิบ” เชฟเจมส์กล่าว ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคก็เริ่มเปลี่ยนแปลง โดยลูกค้าซื้อสินค้าในปริมาณลดลง จากเดิมเฉลี่ยครั้งละประมาณ 10 ชิ้น เหลือประมาณ 2-4 ชิ้นต่อบิล แต่ยังคงมีการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง

 

สงครามดันต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าพุ่ง เบเกอรี่ดังฮึดสู้ ปรับแผนบริหารสต็อก

 

ตลาดคาเฟ่พรีเมียมยังเติบโต

James Boulangerie เริ่มต้นธุรกิจมาแล้วประมาณ 6 ปี และเคยสร้างกระแสครัวซองต์ฟีเวอร์ในตลาด โดยมียอดขายครัวซองต์สูงสุดกว่า 3,000 ชิ้นต่อวัน ก่อนจะต่อยอดเมนูอื่น เช่น ทาร์ตไข่ และทีรามิสุ

สำหรับสาขาใหม่ที่ Gaysorn Amarin ได้เปิดตัวเมนูใหม่ ได้แก่ “Godzilla Egg” และ “Brioche French Toast” ซึ่งเป็นเมนูเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับสาขานี้ โดยเมนู Brioche French Toast จำกัดจำนวนเพียง 20 เสิร์ฟต่อวัน

เชฟเจมส์ระบุว่า บริษัทตั้งเป้าพัฒนาเมนูใหม่อย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 3-4 รายการ เพื่อสร้างความหลากหลายของสินค้าและกระตุ้นตลาด

ลงทุน 100 ล้านบาท ขยายสาขาหลักสู่ Family Destination

นอกจากการเปิดสาขาใหม่ใน CBD แล้ว บริษัทยังมีแผนลงทุนกว่า 100 ล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่สาขาหลักที่พรานนก-พุทธมณฑลให้เป็น “Best Family Restaurant Destination” รองรับลูกค้าครอบครัว โดยจะเพิ่มเมนูอาหารคาวควบคู่กับเบเกอรี่และขนมหวาน

เชฟเจมส์กล่าวว่า กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นการต่อยอดธุรกิจจากร้านเบเกอรี่สู่จุดหมายปลายทางด้านอาหาร (Food Destination) เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าหลากหลายมากขึ้น และเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาวของธุรกิจร้านคาเฟ่และร้านอาหารในไทย

สำหรับร้าน James Boulangerie เปิดบริการทุกวัน สาขาพรานนก-พุทธมณฑล (9.30-18.00 น.) การเปิดสาขาใหม่ที่ Gaysorn Amarin ถือเป็นการขยายตัวเชิงยุทธศาสตร์ของแบรนด์ ตั้งเป้าหลังเปิดสาขาใหม่ยอดขายเติบโต 20% และเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างชาติเป็น 30% จากเดิม 15%