
“องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” บุกเกาหลีใต้ ดัน IP ไทยสู่ตลาดโลก
“องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” ผงาดเกาหลีใต้ ประเดิมฉาย Megabox กระแสแรงตั้งแต่วันแรก ตอกย้ำศักยภาพ IP แอนิเมชันไทยแข่งขันระดับสากล รุกแผนต่อยอด Licensing และสื่อการเรียนรู้ครบวงจร พร้อมปั้นโปรเจกต์ภาคต่อ ปักธงสร้างแบรนด์ไทยสู่ความสำเร็จระดับโลก
KEY
POINTS
- ภาพยนตร์แอนิเมชันไทย “องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” เข้าฉายในเครือโรงภาพยนตร์ Megabox ซึ่งเป็นรายใหญ่ในประเทศเกาหลีใต้
- การบุกตลาดเกาหลีใต้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการผลักดันทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของไทยสู่ตลาดโลกที่มีการแข่งขันสูง
- ผู้สร้างตั้งเป้าพัฒนาเรื่องนี้เป็นมากกว่าภาพยนตร์ โดยวางแผนต่อยอดเชิงพาณิชย์ในระยะยาว เช่น สินค้าลิขสิทธิ์ และการสร้างภาคต่อ
- ผลงานเรื่องนี้ได้รับการยอมรับด้านคุณภาพในระดับสากล โดยเคยผ่านเข้ารอบพิจารณารางวัลออสการ์
อุตสาหกรรมแอนิเมชันไทยส่งสัญญาณบวกอีกครั้ง หลัง “Out of the Nest: องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” ผลงานของ บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล ขยายตลาดสู่ประเทศเกาหลีใต้ เข้าฉายอย่างเป็นทางการในเครือ Megabox หนึ่งในผู้ให้บริการโรงภาพยนตร์รายใหญ่ของประเทศ เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สะท้อนศักยภาพคอนเทนต์ไทยในการแข่งขันในตลาดเอเชียตะวันออกที่มีความเข้มข้นสูง
การเปิดตลาดเกาหลีใต้ครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีอุตสาหกรรมภาพยนตร์และแอนิเมชันแข็งแกร่ง การสามารถเข้าฉายในเชนโรงภาพยนตร์หลักได้ แสดงถึงมาตรฐานงานผลิตและศักยภาพด้านการตลาดในระดับสากล โดยกระแสตอบรับในช่วงวันแรกอยู่ในทิศทางที่ดี ผู้ชมส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าเป็นภาพยนตร์ที่เหมาะกับการรับชมทั้งครอบครัว ช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง
ดร.ณัฐวัฒน์ อริยวรารมย์ หรือ ดร.แตน ผู้บริหารบริษัท ระบุว่า “องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” ถูกพัฒนาในฐานะทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่มุ่งแข่งขันในตลาดโลก ไม่ใช่เพียงภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง แต่เป็นแพลตฟอร์มคอนเทนต์ที่ต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ในระยะยาว ก่อนหน้านี้ผลงานดังกล่าวได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 35 เรื่องจากทั่วโลก ที่ผ่านเข้าสู่รอบพิจารณารางวัล Best Animated Feature บนเวที Academy Awards สะท้อนคุณภาพโปรดักชันและมาตรฐานระดับนานาชาติ
โครงการยังได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายผลักดัน Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ โดยมุ่งสร้าง IP ไทยให้เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มในหลายมิติ
ในเชิงธุรกิจ บริษัทวางแผนต่อยอดแบรนด์ “องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ” ผ่านโมเดล Licensing การจัดกิจกรรม Live Experience การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ (Education) สื่อ Interactive รวมถึงการสร้างภาคต่อ เพื่อขยายจักรวาลคอนเทนต์และเพิ่มช่องทางรายได้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศในระยะยาว
ปัจจุบันภาพยนตร์ได้เข้าฉายในหลายประเทศ และยังเดินหน้าขยายตลาดเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ชมในประเทศไทยสามารถรับชมผ่านแพลตฟอร์ม Netflix
การบุกตลาดเกาหลีใต้ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง แต่เป็นภาพสะท้อนศักยภาพ IP ไทยที่เริ่มยืนบนเวทีโลกได้อย่างมีน้ำหนัก และตอกย้ำบทบาทอุตสาหกรรมคอนเทนต์ในฐานะหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

