

KEY
POINTS
“ตรุษจีน” เงินสะพัด 5.4 หมื่นล้านสูงสุดในรอบ 6 ปี ห้างค้าปลีกสาดงบจัดอีเวนต์ กระหน่ำแคมเปญ อัดโปรโมชัน ชิงกำลังซื้อดึงทราฟฟิกเพิ่ม “เดอะมอลล์-ไอคอนสยาม-สยามพารากอนกลุ่มเซ็นทรัล-บิ๊กซี” ชูไฮไลท์ของเซ่นไหว้ ของกินของใช้ ยันของขวัญ โกยยอดขายไตรมาสแรก
เทศกาลตรุษจีนยังคงเป็นช่วงเวลาสำคัญของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรก โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าเทศกาลตรุษจีนปีนี้ จะมีมูลค่าการใช้จ่ายราว 54,221.53 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 6 ปี
โดยขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5% สาเหตุมาจากควันหลงจากการเลือกตั้งที่เข้ามาช่วยเติมกำลังซื้อให้กับภาคประชาชนมากขึ้น โดย 33.9% มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งการซื้อของเซ่นไหว้ การท่องเที่ยว และการบริโภคภาคครัวเรือน ทำให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะภาคค้าปลีก ต่างอัดแคมเปญเพื่อดึงกำลังซื้อ
นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เดอะมอลล์ใช้งบประมาณ 240 ล้านบาท จัดแคมเปญ “JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026 ภายใต้แนวคิด “มะเมียทะยานไกล ม้าไฟมหาเฮง” จัดรูปแบบกิจกรรมให้เป็น ‘Retail Entertainment’ เต็มรูปแบบ
สำหรับช่วงเวลาสำคัญของการพบปะญาติมิตร ตั้งแต่การเตรียมของไหว้ การรับประทานอาหารมงคลไปจนถึงการออกมาใช้ชีวิต ท่องเที่ยว และเฉลิมฉลองร่วมกัน ผ่าน 3 แกนหลัก คือ JOY, LUCK และ LOVE ทั้งการอัญเชิญเทพเจ้ากวนอูจากศาลเจ้าคลองสาน พิธีเสริมดวง และกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมจีน เพื่อเพิ่มเวลาการใช้บริการในศูนย์ กิจกรรมบันเทิงและนักแสดงจากซีรีส์ยอดนิยม เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่และเพิ่มความถี่การเข้าใช้พื้นที่ พร้อมจับมือพันธมิตรจัดโปรโมชัน ซึ่งคาดว่าตลอดช่วง 35 วันจะมีเม็ดเงินสะพัดราว 4,200 ล้านบาท
นางสุมา วงษ์พันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ไอคอนสยามเดินหน้ากลยุทธ์ Destination Marketing จัดงาน “ICONSIAM A PROSPEROUS CHINESE NEW YEAR 2026” ระหว่างวันที่ 12–17 กุมภาพันธ์ 2569 ผนึกพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ธนาคารกสิกรไทย ซีพี แอ็กซ์ตร้า Alipay และ Tiger Balm ใช้จุดแข็งทำเล “โค้งน้ำท้องมังกร” เป็นแกนหลักของอีเวนต์
ไฮไลต์สำคัญคือการอัญเชิญองค์เทพกวนอู 5 ปางจากจีน การจัดแลนด์มาร์กมหามงคล ประติมากรรมม้า 8 ตัวขนาดยักษ์ รวมถึงการเชิญศิลปินจีน “วังจั๋วเฉิง” และวง BUS ร่วมสร้างสีสัน ควบคู่กิจกรรมกิน-เที่ยว-ไหว้-ช็อป และแคมเปญส่งเสริมการขายร่วมกับบัตรเครดิตและแพลตฟอร์มดิจิทัล
ไอคอนสยามคาดว่าทราฟฟิกและยอดใช้จ่ายภายในโครงการจะเติบโตมากกว่า 10% สอดรับการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดจีนที่ ททท. ตั้งเป้าปีนี้ราว 6.7 ล้านคน ภายใต้นโยบาย Visa Free ขณะที่พื้นที่อย่าง เมืองสุขสยาม และสยาม ทาคาชิมายะ ถูกใช้เป็นเครื่องมือกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการอาหารและค้าปลีก ผ่านเทศกาลอาหารมงคลและสินค้าคอลเลกชันตรุษจีน
นางธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวว่า สยามพารากอนจัดงาน “Siam Paragon A Prosperous Chinese New Year 2026” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Let Good Things Grow : Lucky in Love, Lucky in Green” ใช้กลยุทธ์อีเวนต์ตามฤดูกาลเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจค้าปลีก และยกระดับศูนย์การค้าเป็นแลนด์มาร์กตรุษจีนใจกลางกรุงเทพฯ
โดยปกติสยามพารากอนมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละราว 1.2 -1.5 แสนคนต่อวัน และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2 แสนคนต่อวันในช่วงเทศกาลสำคัญ โครงสร้างงานเน้นการลงทุนด้านคอนเทนต์และพื้นที่กิจกรรมทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมจีน อาร์ตอินสตอลเลชัน โซนอินเตอร์แอ็กทีฟ และกิจกรรมธีมมงคล เพื่อเพิ่มเวลาการใช้จ่ายในศูนย์ ควบคู่การดึงศิลปินจีนเพื่อขยายฐานนักท่องเที่ยว พร้อมแคมเปญส่งเสริมการขายควบคู่ไปกับงานหลัก
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ตรุษจีนได้พัฒนาไปไกลกว่าการเป็นเทศกาลตามปฏิทิน แต่กลายเป็น “Global Cultural Moment” ที่เชื่อมโยงผู้คน ไลฟ์สไตล์ และเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน สอดรับกับเทรนด์โลก “Next Asian Wave” ที่วัฒนธรรมจีนมีอิทธิพลชัดเจนในระดับสากล เซ็นทรัลพัฒนาและเซ็นทรัล รีเทล จึงทุ่มงบทำตลาดราว 600 ล้านบาท เปิดแคมเปญ “The Great Chinese New Year 2026” ครอบคลุมศูนย์การค้าและร้านค้าในเครือกว่า 3,000 แห่ง
ด้านนางสาวปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด บมจ. เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ระบุว่า ตรุษจีนเป็นเทศกาลสำคัญต่อเศรษฐกิจไตรมาสแรกจากการใช้จ่ายในหมวดสินค้า บริการ และท่องเที่ยว ทำให้เซ็นทรัล รีเทล ผนึกกำลังกับเซ็นทรัลพัฒนา ใช้พลัง Ecosystem เชื่อมออฟไลน์และออนไลน์ และกลยุทธ์ Multi-Category เพื่อเร่งกำลังซื้อ
ในเชิงพื้นที่ ศูนย์การค้าในเครือจัดกิจกรรมหลากหลาย เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ชูแลนด์มาร์ก “ม้าเทียนหม่า” สูง 10 เมตร พร้อมการแสดงจากศิลปินหลายวัน ขณะที่สาขาอื่นอย่าง เซ็นทรัล พาร์ค และเซ็นทรัล ชลบุรี จัดโชว์รำร่ม พัดจีน ขบวนสิงโตมังกร และการแสดงเอ็งกอ เพื่อเพิ่มทราฟฟิกในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมี LUCK & LOVE MARKET ที่เซ็นทรัลเวิลด์ รวมสินค้าไลฟ์สไตล์และของมงคล เพื่อเพิ่มโอกาสการใช้จ่ายในหลายหมวดสินค้า
นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บิ๊กซีเปิดแคมเปญ “ตรุษจีน คึกคักรับเฮง ต้องที่บิ๊กซี” ครอบคลุมทุกสาขาและแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยชูกลยุทธ์ด้านราคาและความคุ้มค่า ขนสินค้ากว่า 1,000 รายการ พร้อมโปรโมชัน “ซื้อ 1 แถม 1” ในหลายหมวด เป้าหมายคือดันยอดขายช่วงแคมเปญให้เติบโตทะลุ 1,000 ล้านบาท สะท้อนการแข่งขันของค้าปลีกที่ใช้เทศกาลตรุษจีนเป็นสมรภูมิช่วงต้นปีในการชิงส่วนแบ่งกำลังซื้อ
ชู “RACE OF LUCK & JOY” ปีม้าไฟ ดันทราฟฟิก–กำลังซื้อ ผ่านอีเวนต์และโปรโมชัน 11 วันเต็ม
กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต้นปี จัดงาน “KING POWER CHINESE NEW YEAR 2026 RACE OF LUCK & JOY ปีม้า ช้อปมหาเฮง” ระหว่างวันที่ 12–22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และภูเก็ต ขานรับนโยบายของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้แนวคิด VALUE OVER VOLUME มุ่งดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพและเพิ่มมูลค่าการใช้จ่าย
ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า การจัดอีเวนต์เทศกาลใหญ่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวควบคู่การกระตุ้นการจับจ่าย สอดคล้องแนวคิด “THE POWER OF POSSIBILITIES” ที่ผลักดันคิง เพาเวอร์สู่การเป็นเดสติเนชันแห่งการเฉลิมฉลอง
ไฮไลต์แคมเปญอยู่ที่โปรโมชันสำหรับสมาชิก POWER PASS อาทิ รับอั่งเปารวม 2,800 บาท เมื่อช้อปครบ 8,000 บาท และสิทธิ์ลุ้นรับทองคำ 1 สลึง หรือบัตรกำนัล 500 บาท พร้อมกิจกรรมเซียมซีและม้าหมุนนำโชค รับส่วนลดสูงสุด 35% ขณะที่ KING POWER CITY BOUTIQUE ลดสูงสุด 40% รองรับทั้งลูกค้ามีไฟลต์และไม่มีไฟลต์
นอกจากนี้ยังผสานกิจกรรมเสริมสิริมงคล การแสดงศิลปวัฒนธรรมจีน และเมนูมงคล เพื่อเพิ่มทราฟฟิกและระยะเวลาการใช้บริการในพื้นที่ สะท้อนบทบาทค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยวที่ใช้เทศกาลตรุษจีนเป็นแรงส่งขับเคลื่อนกำลังซื้อไตรมาสแรก