
กลุ่มธุรกิจ TCP ดัน ‘เรดบูล’ เดินเกมบุกตลาดจีน สร้างฐานผลิต-ขยายเครือข่าย
กลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและเจ้าของแบรนด์ “เรดบูล” หรือที่ชาวจีนรู้จักกันในชื่อ “หงหนิว” เข้าร่วมงาน “Thailand–China Cooperation Expo 2025” พร้อมเปิดเผยถึงแผนการลงทุนและกลยุทธ์ทางธุรกิจในจีนที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและแข็งแกร่ง
KEY
POINTS
- เรดบูลบุกตลาดจีนสำเร็จด้วยกลยุทธ์นวัตกรรมและสินค้ารุ่นพิเศษที่ผสานวัฒนธรรมท้องถิ่น
- ทุ่มงบลงทุนสะสมกว่า 21,000 ล้านบาทในช่วง 5 ปี พร้อมตั้งฐานการผลิตแห่งใหม่ 2 แห่งในมณฑลเสฉวนและกว่างซี
- เดินหน้าลงทุนระยะยาวในจีนโดยจัดตั้งสำนักงานใหญ่ที่ปักกิ่ง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดเผยว่า การเข้าสู่ตลาดจีนของ “เรดบูล” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ถือเป็นการบุกเบิกและสร้างความแพร่หลายให้กับตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานในจีน โดยความสำเร็จของแบรนด์ไม่ได้มาจากการเป็นผู้เล่นรายแรกเท่านั้น
แต่ยังเกิดจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการริเริ่มนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น การเป็นเจ้าแรกที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ในบรรจุภัณฑ์ขวด PET และการนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นพิเศษที่ผสานวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น รุ่น “Nine Dragons Got Your Back” ที่ร่วมมือกับพระราชวังต้องห้าม และรุ่นพิเศษฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่มีลวดลาย “มังกร” และ “พญานาค” สัญลักษณ์ของทั้งสองชาติ
กลยุทธ์เหล่านี้ช่วยให้ “เรดบูล” ไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จัก แต่ยังเป็นที่ยอมรับในฐานะแบรนด์เครื่องดื่มให้พลังงานที่ได้รับความนิยมสูงสุด และได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศจีน
ทุ่มลงทุนต่อเนื่อง สร้างฐานผลิต-ขยายเครือข่าย
กลุ่มธุรกิจ TCP จะยังคงเดินหน้าลงทุนระยะยาวในจีนอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2563 กลุ่มธุรกิจ TCP ได้ก่อตั้งสำนักงานใหญ่ ณ กรุงปักกิ่ง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจในตลาดจีน ตลอด 5 ปีที่ผ่านมามีการลงทุนสะสมแล้วกว่า 21,000 ล้านบาท โดยในปี 2566 กลุ่มธุรกิจ TCP ได้ก่อตั้งฐานการผลิตเรดบูลแห่งใหม่ในมณฑลเสฉวน ด้วยเทคโนโลยีการผลิตความเร็วสูงแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบและคลังสินค้าอัตโนมัติสามมิติ มีกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ที่ 1.44 พันล้านกระป๋องต่อปี
ในปีเดียวกันยังมีการก่อตั้งฐานการผลิตแห่งที่ 3 ณ เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีกว่างซี-อาเซียน (Guangxi ASEAN Economic and Technological Development Zone) ในมณฑลกว่างซี ซึ่งเริ่มเดินสายการผลิตเมื่อต้นปี 2568 ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มธุรกิจ TCP ในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและบทบาทของภาคเอกชนไทยในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ไทย–จีนได้อย่างเป็นรูปธรรม
การเข้าร่วมงาน “Thailand-China Cooperation Expo 2025” ของกลุ่มธุรกิจ TCP จึงไม่เป็นเพียงการร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ของสองชาติ แต่ยังเป็นเวทีเชื่อมโยงมิตรภาพและความร่วมมือเชิงเศรษฐกิจระหว่างไทย–จีน พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็นหนึ่งองค์กรในการสร้างโอกาสใหม่ สานต่อความร่วมมือ และผลักดันความสัมพันธ์สองประเทศให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต






