
มะลิ เปิดตัว “กะทิข้นหวานทุเรียน” เจ้าแรกในโลก เจาะตลาดจีน
มะลิ เปิดตัว “กะทิข้นหวานทุเรียน” เจ้าแรกในโลก บุกตลาดจีน พร้อมปรับโฉมแพ็กเกจใหม่เจาะกลุ่มร้านคาเฟ่ ออกตะวันออกกลาง และ CLMV
ตามข้อมูลล่าสุดจากรายงานของ Market Research Future ปี 2568 ตลาดนมข้นหวานทั่วโลกมีมูลค่า 252,000 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2566 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 368,900 ล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2575 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5.6% ในช่วงปี พ.ศ. 2567–2575
นางสุดถนอม กรรณสูต รองกรรมการผู้จัดการ มะลิ กรุ๊ป เปิดเผยข้อมูลกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า แบรนด์ "มะลิ" ครองส่วนแบ่งตลาดนมข้นหวานในประเทศไทยกว่า 30% ซึ่งถือเป็นอันดับ 1 ของตลาด
โดยภาพรวมของตลาดในครึ่งปีแรกนั้นถือว่าเติบโตขึ้นตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้บริโภคมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นในช่วงเทศกาลต่างๆ
สำหรับครึ่งปีหลังของปีนี้ แม้ว่าจะเป็นช่วงฤดูฝนที่อาจจะมีอัตราการจับจ่ายลดลง แต่ทางบริษัทก็มั่นใจว่าในไตรมาส 4 ของปี ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลและช่วงเวลาแห่งการจับจ่ายอย่างมาก จะสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยพิจารณาจากการตอบรับของลูกค้าและการสังเกตจากการซื้อของที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากการเติบโตในตลาดในประเทศแล้ว บริษัทยังได้มีการปรับโฉมแพ็กเกจจิ้งให้มีความทันสมัยและตอบรับกับยุคสมัยมากขึ้น โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นร้านคาเฟ่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ "มะลิ" นั้นไม่ได้หยุดยั้งที่การเป็นผู้นำในตลาดนมข้นหวานในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และขยายฐานตลาดในกลุ่มร้านคาเฟ่ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของมะลิคือ "มะลิกะทิข้นหวานทุเรียน" ซึ่งเปิดตัวในต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาและได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก โดยเฉพาะจากลูกค้ากลุ่มที่ชื่นชอบทุเรียนและตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวจีนที่ชื่นชอบรสชาติของทุเรียนอยู่แล้ว ซึ่งเป็นบริษัทแรกในโลกที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์กะทิข้นหวานทุเรียน
ในการขยายตลาดไปต่างประเทศ ปีนี้มุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอิสราเอล ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและกำลังเติบโตขึ้นในด้านความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารจากประเทศไทย
นอกจากนี้ มะลิ กรุ๊ป ยังมีการส่งออกสินค้าของตนไปยังหลายประเทศ เช่น ไต้หวัน เกาหลี แอฟริกา และกลุ่มประเทศ CLMV โดยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการสินค้าคุณภาพสูงจากประเทศไทย
อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เลือกใช้ในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ คือ การเข้าร่วมงาน Thaifex-Anuga Asia 2025 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าทางด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก งานนี้จะเป็นโอกาสที่ดีในการพบปะและขยายฐานลูกค้าผ่านการนำเสนอสินค้าคุณภาพของมะลิ กรุ๊ป ในเวทีที่มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ
โดยรวมแล้ว มะลิ กรุ๊ป มีแผนที่ชัดเจนในการเติบโตทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ พร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ และการสร้างความรู้จักกับแบรนด์ในตลาดต่างประเทศผ่านงานแสดงสินค้าใหญ่ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยเสริมสร้างการเติบโตและรักษาความเป็นผู้นำของแบรนด์ในตลาดในปีต่อๆ ไป






