
ค้าปลีกกรุงเทพฯตะวันออกระอุ “ซีคอนสแควร์” ลุยลงทุนโมเดลใหม่
ซีคอนสแควร์ เขย่าค้าปลีกกรุงเทพฯตะวันออก ทุ่ม 5,000 ล้าน ผุดศูนย์การค้าแนวใหม่ Multi Specialty Zones ตั้งเป้าปี 2569 โกยรายได้กว่า 4,000 ล้านบาท
ปฏิเสธไม่ได้ว่าโซน “กรุงเทพฯตะวันออก” วันนี้ ยังเป็นทำเลทองและเป็นหนึ่งในโซนที่มีดีเวลลอปเปอร์เข้ามาลงทุนมากที่สุดในประเทศไทยโซนหนึ่ง ส่งผลให้มีอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และล้วนเป็นโครงการที่มีระดับราคาสูง รวมไปถึงโรงเรียนนานาชาติอีกกว่า 10 แห่ง สนามกอล์ฟและโรงพยาบาลชั้นนำ ที่ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะต้องการรองรับผู้คนในย่านนี้ที่มีกำลังซื้อสูง
ขณะที่ศูนย์การค้าที่ยืนหนึ่งในย่านนี้อย่าง “ซีคอนสแควร์” ยังคงได้รับความนิยมอย่างมาก เห็นได้จากจำนวนผู้คนที่เข้ามาใช้บริการ รวมถึงร้านค้ามากกว่า 500 ร้าน ที่เข้ามาเปิดให้บริการ แต่กระนั้น “ตะติยะ ซอโสตถิกุล” คีย์แมน คนสำคัญของซีคอนสแควร์ ก็ยังยืนยันที่จะเดินหน้าลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
“ตะติยะ ซอโสตถิกุล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์สรรพสินค้า “ซีคอนสแควร์” และ “ซีคอน บางแค” เล่าให้ฟังว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 ผ่านพ้นไป “ซีคอนสแควร์” เองมีการเติบโตต่อเนื่อง ตามโมเมมตัมของเศรษฐกิจ และซีคอนฯเองก็มีการมอนิเตอร์การเปลี่ยนแปลงของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ทิศทางการเติบโตของซีคอนฯ “ตะติยะ” บอกว่า เป็นไปในทิศทางเดียวกันของธุรกิจศูนย์การค้า ซึ่งวันนี้เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ สาเหตุมาจาก การมีพื้นฐานที่ดี ถูกใจคนไทยที่ชอบเดินห้าง ตากแอร์ เพราะสะดวก ครบทุกอย่าง ขณะที่พฤติกรรมลูกค้าเองมีการปรับเปลี่ยนทั้งโปรไฟล์และไลฟ์สไตล์ ซึ่งศูนย์การค้าเองก็มีการปรับตาม ทำให้ศูนย์การค้ายังเป็นเดสติเนชั่นของทุกคน
ซีคอนฯ มุ่งสู่อนาคต
“ตะติยะ” บอกว่า ปัจจุบันศูนย์การค้าต้องเป็นมากกว่าสถานที่ช้อปปิ้ง ต้องเป็นพื้นที่ที่มอบประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ และสะท้อนตัวตนของผู้บริโภค วันนี้ซีคอนฯ จึงกำหนดแผนพัฒนาครอบคลุมระยะ 5 ปี เพื่อยกระดับสู่ศูนย์การค้าชั้นนำที่ทันสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกเจเนอเรชัน โดยใช้งบลงทุนราว 5,000 ล้านบาท ในการพัฒนาโครงการ 5 โปรเจ็ค
ทั้งการลงทุนยกเครื่องพื้นที่ภายใน ลงทุนด้านการใช้พลังงานสะอาดและแนวทางที่ยั่งยืน เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และล่าสุดยังยกระดับโครงสร้างและปรับโฉมพื้นที่ใหม่ เปิดตัว "MyScape" โซนพิเศษที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ บนพื้นที่ 4 หมื่นตร.ม. ซึ่งเป็นที่ตั้งเดิมของโรบินสัน
และยกระดับ ซีคอน บางแค ให้เป็นศูนย์รวมของ แบรนด์ชั้นนำและไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่ศูนย์ฯ เพราะปัจจุบันธุรกิจศูนย์การค้ามีการแข่งขันที่เข้มข้น อีกทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ศูนย์การค้าจึงต้องสร้างความแตกต่างและนำเสนอสิ่งใหม่ๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด เรา
“เรากำลังปรับปรุงซีคอนสแควร์ ให้กลายเป็นศูนย์การค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากศูนย์การค้าอื่น ๆ ด้วยการรวม Specialty Zones และ Attractions หลากหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน”
แม้จะเป็นเบอร์ 1 ในย่านนี้ แต่ “ตะติยะ” บอกว่า เราไม่เคยหยุดนิ่ง และพร้อมนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา
แข็งแกร่งด้วย “กลยุทธ์ความยั่งยืน”
อีกหนึ่งคีย์แมน์ ที่เดินหน้าสร้าง “ซีคอนสแควร์” มาด้วยกันอย่าง “ดร.พรต ซอโสตถิกุล” รองกรรมการผู้จัดการ “ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์” บอกว่า ซีคอนฯ ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ความยั่งยืน โดยซีคอนสแควร์ถือเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกๆ ที่ขยับตัวลงทุนด้านการใช้พลังงานสะอาด ด้วยการลดการปล่อยมลภาวะและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโครงการโซลาร์รูฟท็อป รวมไปถึงป้ายรถเมล์ติดแอร์ พลังงานแสงอาทิตย์ แห่งแรกในประเทศไทย
นอกจากนี้ที่ “ซีคอนสแควร์” ยังมี Health Tech ศูนย์เทคโนสุขภาพดี คลินิกออนไลน์ “ตรวจง่าย แม่นยำ รวดเร็ว บริการเหมือนโรงพยาบาล” ให้บริการตรวจสุขภาพ รักษาโรค เพื่อผลักดันการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงผ่านเทคโนโลยี นวัตกรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
5 โปรเจ็ค ยืนหนึ่งโซนตะวันออก
การพลิกโฉมพื้นที่ร่วมแสนตารางเมตร ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่แสนตารางเมตรนี้ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของ “ซีคอนสแควร์”
“สุรชัย เจริญพงศ์” รองกรรมการผู้จัดการ “ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์” เผิดเผยถึง 5 โปรเจ็คที่เกิดขึ้นได้แก่
- MunMun Srinakarin (มันมัน ศรีนครินทร์) บนพื้นที่กว่า 2.7 หมื่นตร.ม. ให้เป็นศูนย์การค้าด้านศิลปะและงานคราฟต์แห่งแรกของไทยสู่ Art Destination
- รีโนเวทพื้นที่ฝั่ง Lotus’s บนพื้นที่กว่า 4 หมื่นตร.ม. (4 ชั้น) พัฒนาสู่โซนไลฟ์สไตล์ครบวงจร ประกอบด้วยร้านอาหารแบรนด์ โซนการศึกษา โซนกีฬา โซนเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ พร้อมทั้งปรับโฉมศูนย์อาหารซึ่งถือได้ว่าเป็นศูนย์อาหารที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
- รีโนเวทสวนสนุกโยโย่แลนด์ สวนสนุกในร่มแห่งเดียวในประเทศไทย สำหรับรองรับกลุ่มครอบครัวคนรุ่นใหม่
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าอีก 2 โครงการคือ ทางเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีเหลือง จากสถานีสวนหลวง ร.9 เข้าสู่ศูนย์การค้าโดยตรง และเพื่อรองรับการเติบโตของศูนย์การค้า
- พัฒนาโครงการอาคารจอดรถแห่งใหม่เพิ่มอีกหนึ่งอาคาร สามารถรองรับรถยนต์ได้เพิ่มขึ้น 2,000 คัน ทำให้ทั้งศูนย์สามารถรองรับรถยนต์ได้ทั้งสิ้นกว่า 1 หมื่นคัน
- โปรเจ็ค “MyScape” บนพื้นที่ 4 หมื่นตร.ม. คอมมูนิตี้ใหม่ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์แบรนด์ชั้นนำสร้างสรรค์แหล่งชอปปิ้งที่ทันสมัยและแตกต่าง
จุดกำเนิด ““MyScape” เดสติเนชั่นแห่งใหม่ย่านศรีนครินทร์
เพราะศูนย์การค้าต้องปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว MyScape จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว ภายใต้แนวคิด “Where Specialty Brands Meet Specialty Minds” ที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้ ศูนย์การค้า และศูนย์รวมของแบรนด์ชั้นนำให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด ที่เป็นมากกว่าพื้นที่ค้าปลีก แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าและแบรนด์สามารถสร้างความเชื่อมโยงซึ่งกันและกันได้
“โครงการนี้เกิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางชุมชนผู้มีกำลังซื้อสูงในกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก ที่รายล้อมไปด้วยโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ และการเชื่อมต่อโดยตรงกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง”
“ประภา จิตวิวัฒน์พร” ผู้อำนวยการสายงานพัฒนาธุรกิจ บอกอีกว่า MyScape แบ่งออกเป็น 4 โซน คือ MyPulse : พื้นที่สำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์เต็มไปด้วยพลังและความกระฉับกระเฉง MySelf : พื้นที่สำหรับผู้ที่มองหาความโดดเด่นในสไตล์และการแสดงออกที่เป็นตัวตนของตนเอง MyChill-Out : พื้นที่สำหรับการพักผ่อนและการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง และ MyDineScape : โซนที่เติมเต็มประสบการณ์สุดพิเศษซึ่งรสนิยมด้านอาหารและบรรยากาศสุดพรีเมียม ซึ่งทั้งหมดจะเปิดให้บริการในปี 2569
เติบโตก้าวกระโดด 20% ในปี 69
“ดร.จักรพล จันทวิมล” ผู้อำนวยการ สำนักสื่อสารการตลาด “ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์” บอกว่า แผนการพัฒนาครั้งนี้จะเปลี่ยนโฉมซีคอนฯ ไปอย่างสิ้นเชิง “ซีคอนสแควร์” ศรีนครินทร์ จะเป็นพื้นที่ที่สะท้อนศิลปะและไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว ในขณะที่ “ซีคอน บางแค” จะเป็นแหล่งรวมร้านค้าชั้นนำและโซนไลฟ์สไตล์ใหม่
ส่วน MyScape จะเป็นพื้นที่แห่งอนาคตที่รวม Specialty Brands ไว้อย่างครบครัน ซึ่งแผนการลงทุนครั้งนี้เป็นมากกว่าการพัฒนาโครงการใหม่แต่เป็นการสร้างพื้นที่แห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ซีคอนฯ ตั้งเป้าที่จะเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
สำหรับรายได้ของ “ซีคอนฯ” ได้แก่
ปี 2566 มีรายได้รวม 2,986 ล้านบาท เติบโต 21%
ปี 2567 มีรายได้รวม 3,345 ล้านบาท เติบโต 12%
ปี 2568 ตั้งเป้าหมายเติบโต 8-10%
ปี 2569 ตั้งเป้าหมายเติบโต 20% ส่งผลให้มีรายได้มากกว่า 4,000 ล้านบาท
แผนการลงทุน 5,000 ล้านบาท ประกอบไปด้วย
- โปรเจ็ค “MyScape” 2,500 ล้านบาท
- MunMun Srinakarin (มันมัน ศรีนครินทร์) 1,000 ล้านบาท
- อาคารจอดรถ 2,000 คัน 800 ล้านบาท
- อื่นๆ อาทิ โยโย่แลนด์, ระบบสาธารณูปโภค ฯลฯ 700 ล้านบาท

