
ผังเมืองที่ใช่ ความสำเร็จการเก็บภาษีรถติด
การเก็บภาษีรถติด หนึ่งในมาตรการที่หลายเมืองทั่วโลกใช้ เเต่การวางผังเมืองที่มีประสิทธิภาพและพัฒนาระบบขนส่งมวลชนครอบคลุม เป็นปัจจัยสำคัญเพื่อให้มาตรการนี้ประสบความสำเร็จ
เป็นกระเเสที่ถูกพูดถึง เมื่อ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีแนวคิดเดินหน้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายทุกสี เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนใช้บริการสาธารณะและลดมลพิษ
โดยกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังจะร่วมกันศึกษาการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า ด้วยการระดมทุนจากนักลงทุน ระยะเวลา 30 ปี วงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อคืนสัมปทานในโครงการรถไฟฟ้าทุกเส้นทาง เพื่อให้ภาครัฐสามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารที่ถูกลง เป็นธรรมและเข้าถึงได้ง่าย
รวมทั้งศึกษาการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติด (Congestion Charge) เพื่อนำเงินเข้ากองทุน และอาจพิจารณานำไปเป็นดอกเบี้ยให้กับผู้ระดมทุน คาดว่าจะดำเนินการในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า เช่น ถนนสุขุมวิท ถนนสีลม ถนนรัชดาภิเษก เป็นต้น
ตัวอย่างเมืองที่ประสบความสำเร็ จ
1. ลอนดอน เป็นเมืองแรกที่เริ่มต้
2. สตอกโฮล์ม เริ่มใช้มาตรการเก็บค่าธรรมเนี
3. สิงคโปร์ ใช้ระบบเก็บค่าธรรมเนียมรถติดที่เรียกว่า ERP (Electronic Road Pricing) ตั้งแต่ปี 1998 โดยมีระบบการจัดการรถยนต์ผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ผังเมืองเน้นความหนาแน่นในเขตเมืองและการเดินทางที่สะดวกด้วยระบบขนส่งมวลชน เช่น รถไฟฟ้า MRT ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางที่สะดวก
4. มิลาน เน้นการลดมลพิษและปัญหารถติดในใจกลางเมือง ระบบขนส่งสาธารณะมีความหลากหลาย เช่น รถไฟใต้ดิน รถราง และรถบัส มิลานแบ่งเขตการเก็บค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน ทำให้การจัดการจราจรได้ผลดีและส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ประเทศไทยพร้อมไหม
โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองที่มีปัญหารถติด การนำระบบเก็บค่าธรรมเนียมรถติดมาใช้ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องพิจารณา
แม้ประเทศไทยจะมีระบบขนส่งมวลชน เช่น รถไฟฟ้า BTS, MRT แต่การครอบคลุมยังไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับเมืองที่มีการเก็บภาษีรถติดสำเร็จ การเชื่อมต่อระหว่างเขตเมืองกับชานเมืองยังเป็นปัญหา ผู้คนจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางระหว่างบ้านและที่ทำงาน
กรุงเทพมหานครมีโครงสร้างถนนที่ไม่เป็นระเบียบและมีถนนเส้นเล็กจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้การตั้งจุดเก็บค่าธรรมเนียมเป็นเรื่องยาก นอกจากนี้โครงข่ายการเดินทางในเมืองยังไม่เอื้อต่อการจำกัดการใช้รถยนต์ในบางพื้นที่
ขณะที่ความพร้อมทางเทคโนโลยี ยังไม่มีระบบจัดการจราจรด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ตัวอย่างเช่น ERP ของสิงคโปร์ การนำระบบนี้มาใช้อาจต้องลงทุนสูงและใช้เวลาในการปรับโครงสร้าง
อ้างอิงข้อมูล






