
พักหนี้เกษตรกร ธ.ก.ส. ต่ออีก 2 ปี ครม.เคาะงบชดเชยสูงสุด 2.3 หมื่นล้าน
มติครม. 24 กันยายน 2567 เห็นชอบต่ออายุ พักหนี้เกษตรกร ลูกหนี้รายย่อย ธ.ก.ส. ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ชดเชยรวม 23,172 ล้านบาท และพัฒนาศักยภาพลูกหนี้
วันนี้ (24 กันยายน 2567) ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการพักชำระหนี้ให้กับลูกหนี้รายย่อยตามนโยบายรัฐบาล ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 หรือ "พักหนี้เกษตรกร" และการพัฒนาศักยภาพเพื่อฟื้นฟูลูกหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ชดเชยรวม 23,172 ล้านบาท
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี แถลงรายละเอียดว่า มาตรการพักชำระหนี้ ธ.ก.ส. มีสาระสำคัญ คือมาตรการพักชำระหนี้ฯ ระยะที่ 1 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน 2567 ดังนั้น เพื่อให้เกษตรกรผู้เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการคลัง จึงเสนอมาตรการพักชำระหนี้ฯ ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 รวมถึงการพัฒนาศักยภาพลูกหนี้
โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 จำนวนรวมทั้งสิ้น 23,172 ล้านบาท ดังนี้
- งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 11,550 ล้านบาท
- งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 11,622 ล้านบาท
ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ ธ.ก.ส. ทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณเป็นรายปีตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงสภาพคล่องของ ธ.ก.ส. ส่วนประเด็นการบวกกลับค่าใช้จ่ายในการคำนวณโบนัสประจำปี ให้ ธ.ก.ส. หารือความจำเป็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ
สำหรับมาตรการพักชำระหนี้ฯ ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 รวมถึงการพัฒนาศักยภาพลูกหนี้ มีหลักเกณฑ์การดำเนินการเช่นเดียวกับการดำเนินมาตรการพักชำระหนี้ฯ ระยะที่ 1 โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้
วัตถุประสงค์
- เพื่อลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ ธ.ก.ส. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งยังไม่ฟื้นตัวและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง
- เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนภาระดอกเบี้ยให้แก่ลูกหนี้ ธ.ก.ส.
- เพื่อเพิ่มโอกาสนำเงินไปใช้ลงทุนปรับเปลี่ยนหรือขยายการประกอบอาชีพและฟื้นฟูศักยภาพตนเองในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
กลุ่มเป้าหมาย
เกษตรกรที่เป็นลูกหนี้ ธ.ก.ส. ที่เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ฯ ระยะที่ 1 (ทุกจังหวัดทั่วประเทศ) โดยเป็นผู้แสดงความประสงค์เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ฯ ระยะที่ 1 ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2567 จำนวน 1.85 ล้านราย ต้นเงินคงเป็นหนี้รวม 240,836 ล้านบาท
ระยะเวลาโครงการ
- ระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 (1 ปี)
- ระยะที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 (1 ปี)
ทั้งนี้รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้แทนเกษตรกรลูกหนี้ ธ.ก.ส. ที่เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ฯ ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ในอัตราร้อยละ 4.50 ต่อปี โดยให้จัดสรรงบประมาณจ่ายคืน ธ.ก.ส. เต็มจำนวนเป็นรายปี แยกจากโครงการอื่นที่ได้รับชดเชยอย่างชัดเจนรวมกรอบวงเงินชดเชย จำนวน 21,172 ล้านบาท ดังนี้
- ระยะที่ 2 กรอบวงเงินชดเชย 10,550 ล้านบาท
- ระยะที่ 3 กรอบวงเงินชดเชย 10,622 ล้านบาท
ขณะเดียวกันรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายการพัฒนาศักยภาพเพื่อฟื้นฟูลูกหนี้ ธ.ก.ส. งบประมาณรวม 2,000 ล้านบาท (สำหรับการอบรมเกษตรกรปีละประมาณ 300,000 ราย รายละ 3,000 บาท จำนวน 2 ปี)
แนวทางการดำเนินการ
ธ.ก.ส. ประเมินศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ประจำปี Loan Review (LR) ของลูกหนี้เพื่อเข้าสู่มาตรการพักชำระหนี้ฯ ในระยะต่อไป
ประโยชน์ที่จะได้รับ
ประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ฯ
- ผ่อนคลายข้อกังวลจากการส่งชำระหนี้และเพิ่มรายได้ครัวเรือนระหว่างเข้าร่วมมาตรการชำระหนี้ฯ
- ได้รับการฟื้นฟูอาชีพและพัฒนาศักยภาพในการดำรงชีวิตกลับคืนสู่หน่วยผลิตที่สำคัญของประเทศ
- มีเงินทุนหมุนเวียนและเพียงพอในการปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือนระหว่างเข้าร่วมมาตรการและลดปัญหาหนี้นอกระบบ และมีเงินออมเพิ่มขึ้น
ประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ
- เพิ่มการจ้างงานและเพิ่มเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
- สร้างทางออกการแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นรูปธรรม
- เสริมสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจฐานรากนำไปสู่การขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ





