
ครม.คืนเงิน 7 ภาพยนตร์ต่างประเทศถ่ายทำในไทย 344 ล้าน
ครม.อนุมัติงบกลาง สำรองจ่าย ฯ 344 ล้านบาท คืนเงิน ค่ายหนังต่างประเทศถ่ายทำในไทย 7 เรื่อง สร้างรายได้ 1,865 ล้านบาท เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 2.8 เท่า 5,222 ล้านบาท
วันที่ 27 สิงหาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 344,652,887.84 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แจ้งว่า ปัจจุบันมีภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำเสร็จสิ้นในช่วงปี พ.ศ. 2565 - 2566 และได้ออกฉายในโรงภาพยนตร์และช่องทางออนไลน์เรียบร้อยแล้ว จำนวน 7 เรื่อง
โดยได้นำเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาใช้จ่ายและสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยประมาณ 1,865 ล้านบาท ซึ่งกระจายรายได้ไปสู่ทีมงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ไม่น้อยกว่า 22,500 คน ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนสร้างผลกระทบในระบบเศรษฐกิจอัตรา 2.8 เท่า หรือประมาณ 5,222 ล้านบาท
ภาพยนตร์ทั้ง 7 เรื่องดังกล่าว ได้ผ่านการตรวจสอบเอกสารทางการเงินและได้รับอนุมัติเงินคืนร้อยละ 20 จากคณะกรรมการพิจารณาการคืนเงิน
สำหรับมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดยมีวงเงินที่ต้องคืนให้แก่ผู้ผลิตภาพยนตร์ดังกล่าว จำนวนทั้งสิ้น 344.46 ล้านบาท ดังนี้
- MEG 2 (สหราชอาณาจักร) นำเงินมาลงทุนในประเทศไทย 361,467,064.20 บาท วงเงินหลังตรวจสอบเอกสารทางการเงิน 347,682,647.25 บาท วงเงินที่ต้องคืนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินคืน 69,536,529.45 บาท
- The Blue (สหราชอาณาจักร) นำเงินมาลงทุนในประเทศไทย 444,321,303.86 บาท วงเงินหลังตรวจสอบเอกสารทางการเงิน 411,812,518.02 บาท วงเงินที่ต้องคืนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินคืน 75,000,000.00 บาท
- CI (สิงคโปร์) นำเงินมาลงทุนในประเทศไทย 183,273,040.22 บาท วงเงินหลังตรวจสอบเอกสารทางการเงิน 178,832,113.31 บาท วงเงินที่ต้องคืนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินคืน 35,766,422.66
- TSA (สหรัฐอเมริกา) นำเงินมาลงทุนในประเทศไทย 139,138,077.51 บาท วงเงินหลังตรวจสอบเอกสารทางการเงิน 121,763,557.01 บาท วงเงินที่ต้องคืนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินคืน 24,352,711.40 บาท
- The Bride (สหรัฐอเมริกา) นำเงินมาลงทุนในประเทศไทย 166,067,984.54 บาท วงเงินหลังตรวจสอบเอกสารทางการเงิน 159,405,053.52 บาท วงเงินที่ต้องคืนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินคืน 31,881,010.70 บาท
- ADRD (ญี่ปุ่น) นำเงินมาลงทุนในประเทศไทย 184,260,682.95 บาท วงเงินหลังตรวจสอบเอกสารทางการเงิน 175,655,866.55 บาท วงเงินที่ต้องคืนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินคืน 35,131,173.31 บาท
- Sympathizer (ฮ่องกง) นำเงินมาลงทุนในประเทศไทย 387,223,336.43 บาท วงเงินหลังตรวจสอบเอกสารทางการเงิน 365,048,464.70 บาท วงเงินที่ต้องคืนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินคืน 73,009,692.94 บาท







