
เปิดโมเดลจัดเก็บรายได้สถานบันเทิงครบวงจร 5 ประเทศพัฒนาเเล้ว
ธุรกิจกาสิโนและสถานบันเทิงครบวงจรผ่าน 5 ประเทศชั้นนำ เจาะลึกนโยบาย กฎหมาย ภาษี การจัดเก็บรายได้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ เปิดเผยกลยุทธ์การบริหารจัดการที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ
KEY
POINTS
- ประเทศพัฒนาเเล้วมีวิธีการจัดการธุรกิจการพนันและสถานบันเทิงที่แตกต่างกัน แต่ทุกประเทศมีการควบคุมอย่างเข้มงวดโดยรัฐบาล
- ธุรกิจการพนันและสถานบันเทิงสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ ทั้งในรูปแบบของภาษีที่จัดเก็บในอัตราสูง กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยว จ้างงาน
- ทุกประเทศต้องพยายามสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากธุรกิจนี้ในการพัฒนาเศรษฐกิจกับการป้องกันผลกระทบทางสังคม
เคยสงสัยไหมว่าทำไมประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่งถึงเปิดรับ ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex อย่างเต็มตัว หลายคนอาจนึกถึงภาพคาสิโนหรูหรา แสงสีเสียงตระการตา แต่ความจริงแล้ว ซ่อนกลไกที่ซับซ้อนและน่าสนใจมากกว่านั้น ลองมาดูกันว่าทำไมธุรกิจนี้ถึงได้รับความนิยมในประเทศพัฒนาแล้ว
เหตุผลก็เพราะว่าประเทศเหล่านี้มีระบบกฎหมายที่ครอบคลุมและเข้มงวด ทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีความรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่อนุญาต แต่รัฐบาลยังมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลและได้รับผลประโยชน์โดยตรง มีการแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งไปทำโครงการเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility) อย่างจริงจัง
องค์กรการกุศลและรัฐบาลท้องถิ่นได้รับส่วนแบ่งรายได้ ทำให้เกิดการพัฒนาในระดับชุมชน สถานบันเทิงครบวงจรกลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้มหาศาล นอกจากการจ้างงานโดยตรง ยังกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
สถานบันเทิงแบบครบวงจร มุมมอง 5 ประเทศชั้นนำ
ในโลกของความบันเทิงและการท่องเที่ยว ธุรกิจสถานบันเทิงแบบครบวงจรมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของหลายประเทศ แต่ละประเทศมีวิธีการจัดการที่แตกต่างกันไป มาดูกันว่า 5 ประเทศพัฒนาเเล้วมีแนวทางอย่างไร
สหรัฐฯ แดนเสรีภาพแห่งการพนัน
สหรัฐเป็นประเทศที่มีความหลากหลายในด้านกฎหมายการพนัน โดย 38 มลรัฐอนุญาตให้มีการประกอบธุรกิจกาสิโน ยกเว้นฮาวายและยูทาห์ที่ห้ามการพนันทุกรูปแบบ การพนันที่ถูกกฎหมายในสหรัฐฯ แบ่งเป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่ กาสิโนเชิงพาณิชย์ การพนันเพื่อการกุศล สลากกินแบ่ง การพนันของชนพื้นเมืองอินเดียนแดง และการพนันทายผลการแข่งขัน
จัดเก็บรายได้จาก Entertainment Complex
ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ มีรายได้เฉลี่ยจากธุรกิจการพนันสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยแบ่งเป็น
- รายได้จากกาสิโนเฉลี่ย 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
- การจัดเก็บภาษีจากธุรกิจกาสิโนขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละมลรัฐ
- บางมลรัฐสามารถจัดเก็บได้สูงถึง 51% ของรายรับ
ยังมีกฎหมายพิเศษสำหรับชนพื้นเมืองอินเดียนแดง ที่อนุญาตให้ประกอบธุรกิจการพนันในพื้นที่ของตนเอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชนเผ่า
ออสเตรเลีย ดินแดนแห่งเครื่องเล่นเกมอิเล็กทรอนิกส์
การพนันในออสเตรเลียเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม โดยเฉพาะเครื่องเล่นเกมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Gaming Machines: EGMs) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การบริหารนโยบายควบคุมธุรกิจการพนันอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลในแต่ละรัฐ
จัดเก็บรายได้จาก Entertainment Complex
รัฐบาลกลางของออสเตรเลียออกกฎหมายควบคุมการพนันออนไลน์ในปี 2544 เพื่อควบคุมธุรกิจการพนันออนไลน์และคุ้มครองประชากรออสเตรเลีย การจัดเก็บภาษีจากธุรกิจกาสิโนขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละรัฐ โดยบางรัฐสามารถจัดเก็บได้สูงถึง 65% ของรายรับ
- ช่วงปี 2562-2563 ธุรกิจการพนันในออสเตรเลียสร้างรายได้ภาษีให้แก่รัฐบาลประมาณ 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เป็นภาษีจากธุรกิจกาสิโน 685 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ยังมีการจัดตั้งกองทุน "Community Contribution and Harm Prevention Funds" เพื่อนำรายได้จากภาษีการพนันไปใช้เพื่อประโยชน์ของสังคม
เดนมาร์ก ประเทศเล็กแต่กาสิโนเยอะ
แม้จะเป็นประเทศขนาดเล็ก แต่เดนมาร์กมีกาสิโนถึง 6 แห่ง ตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ ๆ ของประเทศ โดยมี The Danish Gambling Authority ทำหน้าที่ควบคุมและดูแลกฎหมายเกี่ยวกับการพนัน
จัดเก็บรายได้จาก Entertainment Complex
ธุรกิจการพนันในเดนมาร์กแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ การพนันทั่วไป กาสิโนออนไลน์ เครื่องเล่นเกม และกาสิโนบนบก โดยมีการจัดเก็บภาษีแตกต่างกันไปตามประเภทธุรกิจ ตั้งแต่ 20% ถึง 75 % ของรายรับ
- ในปี 2564 ธุรกิจการพนันสร้างรายได้ให้แก่เดนมาร์กถึง 853 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ธุรกิจกาสิโนออนไลน์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สร้างรายได้ถึง 385 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อังกฤษ วัฒนธรรมการพนันที่ยาวนานกว่าศตวรรษ
การพนันในอังกฤษถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมมากกว่า 100 ปี โดยแบ่งประเภทของการพนันเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ เกมพนัน การเดิมพัน และลอตเตอรี่ ปัจจุบันอังกฤษมีกาสิโนทั้งหมด 156 แห่ง
จัดเก็บรายได้จาก Entertainment Complex
การพนันในอังกฤษอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Gambling Commission
- รัฐบาลจัดเก็บภาษีจากธุรกิจการพนันในอัตรา 15-50% ของรายรับ ขึ้นอยู่กับประเภทและลักษณะของธุรกิจ
- ในปี 2563 รายได้จากธุรกิจการพนันในอังกฤษอยู่ที่ 1.72 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ธุรกิจประเภทการพนันออนไลน์มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ธุรกิจกาสิโนมีสัดส่วนของรายได้สูงถึง 28 % ของรายได้จากธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้
สิงคโปร์ น้องใหม่ที่มาแรง
สิงคโปร์อนุญาตให้มีธุรกิจกาสิโนที่ถูกกฎหมายครั้งแรกในปี 2553 โดยมีเพียง 2 แห่ง คือ Resorts World Sentosa และ Marina Bay Sands และมีนโยบายควบคุมจำนวนไว้เพียงเท่านี้จนถึงปี 2573
จัดเก็บรายได้จาก Entertainment Complex
สิงคโปร์มีมาตรการพิเศษสำหรับพลเมืองของประเทศ โดยต้องเสียค่าเข้ากาสิโนในอัตรารายวันหรือรายปี เพื่อป้องกันปัญหาการติดพนัน
แม้จะเพิ่งเริ่มอนุญาตให้มีกาสิโน แต่สิงคโปร์สามารถส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้อย่างมาก โดยในช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19 Marina Bay Sands เคยเป็นรีสอร์ทกาสิโนที่ทำกำไรมากที่สุดในโลก
รัฐบาลสิงคโปร์จัดเก็บภาษีจากธุรกิจการพนันในอัตรา 22% ของรายรับ และคาดว่าอุตสาหกรรมกาสิโนในสิงคโปร์จะฟื้นตัวในปี 2568
จากตัวอย่างของ 5 ประเทศข้างต้น เห็นได้ว่าแต่ละประเทศมีวิธีการจัดการกับธุรกิจการพนันและสถานบันเทิงแบบครบวงจรที่แตกต่างกัน แต่มีจุดร่วมที่สำคัญคือ การควบคุมอย่างเข้มงวดโดยรัฐบาล การจัดเก็บภาษีในอัตราสูง และการจัดสรรรายได้บางส่วนเพื่อประโยชน์ของสังคม
ข้อมูลอ้างอิง
- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง






