
"ดีพร้อม" รุกต่อยอดชื่อมโยงธุรกิจไทย-ญี่ปุ่นดันเศรษฐกิจ 3,000 ล้าน
"ดีพร้อม" รุกต่อยอดชื่อมโยงธุรกิจไทย-ญี่ปุ่นดันเศรษฐกิจ 3,000 ล้าน ผ่านงาน OTAGAI Forum in Sasebo ครั้งที่ 23 ทั้งอุตสาหกรรมการต่อเรือ เหล็ก เทคโนโลยีการจัดการ และบำบัดน้ำเสีย ดิจิทัลแพลตฟอร์ม
นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) เปิดเผยว่า ดีพร้อมได้ดำเนินการเชื่อมโยงธุรกอจกับประเทศญี่ปุ่นผ่านงาน OTAGAI Forum in Sasebo ครั้งที่ 23 เพื่อต่อยอดแนวคิดการดำเนินงานร่วมกันระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น
ทั้งนี้ การเชื่อมโยงดังกล่าวมีผู้ประกอบการญี่ปุ่นและไทยเข้าร่วมกว่า 100 ราย ในหลากหลายสาขาอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมการต่อเรือ ผลิตภัณฑ์จากเหล็ก เทคโนโลยีการจัดการ และบำบัดน้ำเสีย ดิจิทัลแพลตฟอร์ม อาหารและสินค้าเกษตรแปรรูป
นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเสนอสินค้าและบริการของตนเอง เพื่อสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงและขยายช่องทางการค้าขายระหว่างกัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้มีขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจที่เป็นเลิศและมีความยั่งยืนสู่สากล
โดยคาดว่าจะสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการและการเจรจาธุรกิจระหว่างสองประเทศ และเกิดการสร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้กว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมระหว่างสองประเทศในอนาคตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
"OTAGAI หรือการช่วยเหลือซึ่งกันและกันมีจุดกำเนิดตั้งแต่ ปี 2554 ที่ทั้งสองประเทศต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ ทำให้ห่วงโซ่อุปทานและภาคการผลิตหยุดชะงัก อันส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มาถึงเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงได้พูดคุยกับหน่วยงานพันธมิตรในประเทศญี่ปุ่น เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว จนเกิดเป็นความร่วมมือในการผลิตทดแทนกัน หรือ Sister Clusters"
อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันเป็นความร่วมมือในด้านอื่น เช่น การลงทุน การแลกเปลี่ยนบุคลากร การร่วมทุน และการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมจากประเทศญี่ปุ่นสู่ประเทศไทย โดยปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นมีการลงทุนในไทยเป็นอันดับ 1 ด้วยเงินลงทุนสูงถึง 2 หมื่นล้านบาท ในไตรมาสแรกของปี 67 ตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์
นายภาสกร กล่าวต่อว่า ดีพร้อมยังได้ร่วมประชุมหารือกับ นาย อิอุจิ มาโกโตะ (Mr. IUCHI Makoto) รองอธิบดีฝ่ายอุตสาหกรรมและแรงงาน รัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดนางาซากิ และคณะฯ ผ่านนโยบายบูรณาการความร่วมมือ (DIPROM Connection) เกี่ยวกับแนวทางและโอกาสในการขยายความร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นญี่ปุ่น (Local to Local) เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมและเอสเอ็มอีระหว่างกัน
รวมถึงการพัฒนาและเชื่อมโยงอุตสาหกรรมที่ทั้งสองหน่วยงานมีความสนใจร่วมกัน เช่น อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน (Renewable Energy) ทั้งสาขาพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อประยุกต์เข้ากับแนวทางเศรษฐกิจ BCG ของไทยที่จะนำมาต่อยอดเข้ากับแนวคิดเศรษฐกิจ BCG หรือเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวของไทย และการรณรงค์การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarbonization) และอุตสาหกรรมการต่อเรือ (Ship-building) ที่เป็นอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนางาซากิมาอย่างยาวนาน












