
กรมส่งเสริมสหรกรณ์ ชวนสหกรณ์ส่งข้อมูลเครดิตบูโร ป้องกันความเสี่ยง
กรมส่งเสริมสหกรณ์ ชวนสหกรณ์ทุกแห่งทั่วประเทศ ร่วมส่งข้อมูลเข้ากับ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เพื่อป้องกันความเสี่ยงสมาชิกกู้เงินซ้ำซ้อน ย้ำ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพียงเชื่อมระบบบัญชี
หลังจากที่ประชุม ครม. มีมติให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งให้ความช่วยเหลือสหกรณ์เรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับสมาชิก ซึ่ง กรมฯ ได้ออกจดหมายขอความร่วมมือ ให้สหกรณ์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงให้ต่ำกว่า 4.75% ต่อปี เพื่อให้สมาชิกมีค่าใช้จ่ายที่ลดลง
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวกับ 'ฐานเศรษฐกิจ' ว่า ได้ขอความร่วมมือสหกรณ์ออมทรัพย์ทุกแห่งให้เข้าร่วมส่งข้อมูลกับ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เพื่อป้องกันความเสี่ยงของสหกรณ์ เพราะจะทำให้ทั้งสถาบันการเงินและสหกรณ์ทราบข้อมูลหนี้ของลูกค้า และนำมาใช้ประกอบการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ ป้องกันปัญหาการก่อหนี้ซ้ำซ้อน
ส่วนประเด็นเรื่องความยุ่งยากในการส่งข้อมูลนั้น ยืนยันว่า ปัจจุบัน เกือบทุกสหกรณ์ใช้โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปอยู่แล้ว เพียงแค่ทำการเชื่อมข้อมูลกับเครดิตบูโร ก็จะทำให้เห็นข้อมูลทั้งหมด ทั้งกลุ่ม SML , NPL และ TDR
อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันสหกรณ์จะมีหนี้เสียน้อยเพียงแค่ 1% จากสินเชื่อรวม เพราะเป็นการหัก ณ ที่จ่ายกับบัญชีเงินเดือน แต่ปัญหาคือ ตัวสมาชิกยังสามารถไปกู้เงินจากธนาคารได้ ทำให้ไม่มีเงินเหลือพอสำหรับการดำรงชีพ ก็ต้องไปหาแหล่งอื่น ๆ อีก เช่น กดเงินสดจากบัตรเครดิต ไปจนถึงหนี้นอกระบบ
ทั้งนี้ หากนับตั้งแต่เริ่มขอความร่วมมือสหกรณ์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ต่ำกว่า 4.75% ต่อปีในช่วงเดือน ธ.ค. 66 จนถึงปัจจุบัน เกือบจะ 3 เดือนแล้ว พบว่า มีสหกรณ์ออมทรัพย์ที่สามารถดำเนินการได้ทันที 130 แห่ง หรือคิดเป็นสัดส่วน 30% ของสหกรณ์ออมทรัพย์กว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ
จำนวนสหกรณ์ในไทย
- ที่ดำเนินการอยู่ 6,225 แห่ง
- รอการชำระบัญชีราว 1,200 แห่ง
- สหกรณ์การเกษตร 3,400 แห่ง (มากที่สุด)
- สหกรณ์ออมทรัพย์ 1,300 แห่ง (ทุนดำเนินการมากสุด 4 ล้านล้านบาท คิดเป็น 80% ของสหกรณ์ทั้งหมด)



