thansettakij
thansettakij
T&B เผยเทรนด์ Agentic AI กำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมบันเทิงโลก

T&B เผยเทรนด์ Agentic AI กำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมบันเทิงโลก

22 ต.ค. 69 | 07:57 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ต.ค. 69 | 07:58 น.

T&B Media Global ชี้เปลี่ยน AI จากเครื่องมือช่วยผลิตสู่รากฐาน AI-Native Entertainment Ecosystem มุ่งเชื่อมโยงตลอดกระบวนการสร้างสรรค์

KEY

POINTS

  • เทคโนโลยี AI กำลังพัฒนาจากเครื่องมือช่วยทำงานไปสู่ Agentic AI ที่สามารถเชื่อมโยงกระบวนการทำงานหลายขั้นตอนเข้าด้วยกัน และมีบทบาทในการวิเคราะห์และตัดสินใจมากขึ้น
  • Agentic AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ในการผลิตคอนเทนต์ โดยผสานเข้ากับทุกขั้นตอนของกระบวนการสร้างสรรค์ ตั้งแต่การพัฒนาไอเดียไปจนถึงการผลิตจริง
  • ประโยชน์หลักไม่ใช่แค่การเพิ่มความเร็ว แต่คือการลดความเสี่ยงและต้นทุน ทำให้ผู้สร้างสรรค์สามารถทดลองไอเดียต่างๆ ได้มากขึ้นก่อนการลงทุนผลิตเต็มรูปแบบ
  • การเปลี่ยนแปลงนี้มุ่งเน้นการผสานการทำงานระหว่างมนุษย์และ AI โดย AI ช่วยขยายขีดความสามารถในการผลิต ขณะที่ทักษะการตัดสินใจและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น

การก้าวข้ามขีดจำกัดของเทคโนโลยี AI จากเครื่องมือทุ่นแรงไปสู่ Agentic AI กำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมบันเทิงโลก โดย T&B Media Global ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองบนเวทีระดับสากล เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคการผลิตคอนเทนต์รูปแบบใหม่ที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ

AI จากเครื่องมือสู่ Agentic AI

นายพันธบัตร สันติมากร Chief of Project Commercialization, T&B Media Global ร่วมแชร์มุมมองเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของ Content Production ในยุค Agentic AI บนเวที Apsara Conference 2026 ภายใต้หัวข้อ “WonderClip: Powering Video Production in the Agentic AI Era” ว่า

งาน Apsara Conference ในปีนี้ สะท้อนถึงพัฒนาการที่สำคัญของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังก้าวจากการเป็นเพียงเครื่องมือช่วยทำงาน (Tools) ไปสู่การเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการทำงานและอุตสาหกรรมในวงกว้าง โดยพื้นที่จัดแสดงหลักของงานได้แบ่งออกเป็น 4 Pavilion

พันธบัตร สันติมากร Chief of Project Commercialization, T&B Media Global

ประกอบด้วย The Intelligence Engine, The Computer Foundation, The Creator Studio และ The Industry Panorama ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีพื้นฐาน โครงสร้างการประมวลผลของ AI ไปจนถึงการสร้างสรรค์คอนเทนต์และการประยุกต์ใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่มีการหารือกันอย่างเข้มข้นภายในงาน คือแนวคิด "Agent-Native" และ "Agentic AI" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของ AI จากระบบที่ทำหน้าที่เพียงปฏิบัติตามคำสั่ง (Command-based) ไปสู่ระบบที่สามารถเชื่อมโยงกระบวนการทำงานหลายขั้นตอนเข้าด้วยกัน ทำงานอย่างเป็นกระบวนการ และเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งในด้านการวิเคราะห์ การตัดสินใจ ตลอดจนการดำเนินงาน

จากเครื่องมือสู่โครงสร้างพื้นฐานการผลิต

บทบาทของ AI ต่ออุตสาหกรรมคอนเทนต์กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากเดิมที่เทคโนโลยีนี้มักถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความเร็วในการทำงาน หรือลดขั้นตอนในกระบวนการผลิตบางส่วน แต่ในปัจจุบัน AI กำลังก้าวไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ทีมสร้างสรรค์สามารถพัฒนา ทดลอง และประเมินไอเดียได้อย่างครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

แนวคิดดังกล่าวนับเป็นองค์ประกอบสำคัญในการวางรากฐานไปสู่ AI-Native Entertainment Ecosystem ซึ่งเป็นระบบนิเวศบันเทิงที่ AI ไม่ได้ถูกแยกออกมาเป็นเพียงเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งในกระบวนการ แต่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับ Workflow ของการพัฒนาและการผลิตคอนเทนต์ได้อย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างแนวคิด การพัฒนาเรื่องราว การออกแบบภาพ การสร้างต้นแบบ ไปจนถึงขั้นตอนการผลิตผลงานจริง

ตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจนคือ WonderClip ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสร้างวิดีโอด้วย AI แบบครบวงจรจาก Alibaba แพลตฟอร์มนี้เข้ามาช่วยจัดการตั้งแต่การพัฒนาไอเดียและสคริปต์ การสร้างภาพและฉาก การทำสตอรี่บอร์ด ไปจนถึงการผลิตและประกอบวิดีโอรวมไว้ภายในระบบเดียว

เวที Apsara Conference 2026

โดย WonderClip ทำหน้าที่เสมือนเป็น AI Production Studio ที่ทำการเชื่อมโยงโมเดล AI หลายประเภทของ Alibaba เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโมเดลภาษา การสร้างภาพ และโมเดลการสร้างวิดีโอ ส่งผลให้ทีมครีเอทีฟสามารถเชื่อมต่อขั้นตอนที่ในอดีตต้องทำงานแยกกันผ่านหลายโปรแกรมและหลาย Workflow ให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น

ลดความเสี่ยง ขยายขีดความสามารถ

นายพันธบัตร ย้ำว่า ประโยชน์ที่แท้จริงของ AI ไม่ใช่เพียงการทำให้การผลิตงานเสร็จสิ้นได้เร็วขึ้น แต่คือการเปิดโอกาสให้บุคลากรสามารถทดลองได้มากขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในการผลิตจริง ผู้สร้างสรรค์สามารถทำการทดสอบไอเดีย เปรียบเทียบทางเลือกต่างๆ และค้นหาทิศทางที่ดีกว่าได้โดยใช้ต้นทุนและความเสี่ยงที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

คุณลักษณะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง เนื่องจากกระบวนการพัฒนาโครงการหนึ่งๆ มักต้องใช้ทั้งเวลา งบประมาณ และทรัพยากรบุคคลเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ความสามารถในการสร้างต้นแบบหรือการทดลองแนวคิดก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการผลิตเต็มรูปแบบ จึงกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยเปลี่ยนวิธีการตัดสินใจทั้งในมิติของการสร้างสรรค์และการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ

จากเดิมที่อุตสาหกรรมอาจมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือเร่งความเร็วในการทำ Content Production แต่เมื่อ AI พัฒนาเข้าสู่บริบทของ Agentic AI ตั้งคำถามสำคัญจึงแปรเปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยตั้งคำถามว่า "เราจะผลิตได้เร็วขึ้นอย่างไร" ไปสู่คำถามใหม่ที่ว่า "เราจะนำ AI มาเชื่อมกับ Workflow การทำงานในทุกๆ ขั้นตอน เพื่อสร้าง Content คุณภาพให้ได้มีประสิทธิผลดีขึ้นได้อย่างไร"

ผสานพลัง ‘มนุษย์-AI’

สำหรับทิศทางของ T&B Media Global การมุ่งเน้นในแนวทางดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจโอกาสในการนำ AI เข้ามาเชื่อมโยงกับกระบวนการสร้างสรรค์และการผลิตคอนเทนต์ในวงกว้าง เพื่อเตรียมวางรากฐานสำหรับการทำงานในรูปแบบ AI-Native ในอนาคต

เป้าหมายหลักจึงไม่ใช่การนำเครื่องมือ AI มาใช้เพียงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในบางขั้นตอน แต่เป็นการพัฒนาแนวทางที่ AI สามารถทำงานร่วมกับทีมสร้างสรรค์ได้ตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การค้นหาและพัฒนาไอเดีย การทดลองรูปแบบการเล่าเรื่อง การสร้างต้นแบบ ไปจนถึงกระบวนการผลิตผลงานจริง

การเพิ่มบทบาทของ AI ในกระบวนการทำงาน ไม่ได้หมายถึงการลดความสำคัญของมนุษย์ในกระบวนการสร้างสรรค์แต่อย่างใด ในทางกลับกัน บริบทนี้กลับส่งผลให้ศักยภาพและทักษะเฉพาะของมนุษย์มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะทักษะในการกำหนดทิศทาง การตั้งคำถาม การตัดสินใจเลือก และการสร้างความหมายให้กับเรื่องราว ซึ่งกลายเป็นทักษะที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีสามารถสร้างสรรค์ทางเลือกออกมาได้เป็นจำนวนมาก

ดังนั้น แนวคิด AI-Native Entertainment Ecosystem จึง represent ภาพของระบบการทำงานที่ผสานความสามารถของมนุษย์และ AI เข้าด้วยกันอย่างสมดุล โดยใช้ AI ทำหน้าที่ขยายขีดความสามารถในการทดลองและการผลิต ในขณะที่มนุษย์ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดวิสัยทัศน์ ความคิดสร้างสรรค์ และคุณค่าอันแท้จริงของผลงาน