thansettakij
thansettakij
2 บิ๊ก “เวทิต-ศิริวัฒน์” แนะองค์กรใช้ AI ยกระดับทุนมนุษย์

2 บิ๊ก “เวทิต-ศิริวัฒน์” แนะองค์กรใช้ AI ยกระดับทุนมนุษย์

20 ต.ค. 69 | 07:59 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ต.ค. 69 | 08:31 น.

2 บิ๊กเอกชน “เวทิต-ศิริวัฒน์” ติดอาวุธองค์กร รับมือโลกยุค AI แนะใช้เป็นเครื่องมืออย่างชาญฉลาด สร้างคุณค่า ยกระดับทุนมนุษย์

KEY

POINTS

  • ผู้บริหารแนะองค์กรใช้ AI เป็นเครื่องมือยกระดับทักษะและศักยภาพของพนักงาน ไม่ใช่เพื่อลดต้นทุนหรือเลิกจ้าง แต่เป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้ธุรกิจ
  • AI ถูกมองว่าเป็นโอกาสในการช่วยแก้ปัญหาช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap) และภาวะขาดแคลนแรงงาน โดยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น
  • ทักษะที่จำเป็นสำหรับพนักงานในยุค AI ไม่ใช่แค่ความรู้ แต่คือ "จิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการ" และ "ความอยากรู้อยากเห็น" เพื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์

นายเวทิต โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และนายศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร CEO, MFEC กล่าวในหัวข้อ The Foundation Reset  บนเวที Talent Evolution Bridge The Gap ภายในงาน Nation Forum 2027 Thailand’s Agenda จัดโดยเนชั่น กรุ๊ป ถึงการปรับตัวขององค์กรและการดำเนินงานในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้น  

Generation Gap กับ AI

นายเวทิต กล่าวว่า ความท้าทายขององค์กรในปัจจุบันคือ ช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap) และ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เข้ามาช่วยเติมเต็ม (Compliment) ซึ่งกันและกัน. AI ช่วยให้องค์กรทำงานได้มากขึ้น โดยใช้คนน้อยลงและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นในสภาวะที่แรงงาน เด็กรุ่นใหม่ มีจำนวนลดลง ความท้าทายอยู่ที่การปรับตัว (Adaptation) และการทำ AI Transformation ให้รวดเร็วเพื่อรักษาความเป็นผู้นำไว้ให้ได้

เวที Talent Evolution Bridge The Gap ภายในงาน Nation Forum 2027 Thailand’s Agenda

เทคนิคการปรับตัวภายในสหพัฒน์ คือการสื่อสารถือเป็นหัวใจสำคัญที่ผู้บริหารรุ่นเก่าเต็มไปด้วยแผนธุรกิจ และปัญหาของธุรกิจ ขณะที่พนักงานเด็กรุ่นใหม่อายุ 20 ปี เต็มไปด้วยความรู้เรื่องเทคโนโลยีที่พร้อมนำมา แก้ไขปัญหาได้ทันที การเชื่อมโยงระหว่าง 2 กลุ่มนี้ เกิดขึ้นผ่านการสื่อสาร ภาษา เรียบง่าย ไม่ใช้ คำศัพท์ เทคนิคซับซ้อน

ด้านบุคลากร นายเวทิต กล่าวว่า คำสอนของคุณเทียม โชควัฒนา ผู้ก่อตั้ง สหพัฒน์ ที่ว่า 'มากคน มากวาสนา' ในยุคปัจจุบันความรู้และปัญญาประดิษฐ์ ถือเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายและเป็นของฟรี แต่สิ่งที่ AI ไม่สามารถมีคือ 'วาสนา'  คำว่า วาสนา เกิดจาก ความเชื่อมั่น (Belief), ความไว้วางใจ (Trust), ความมุ่งมั่น (Commitment), ความจงรักภักดี (Loyalty) และ ความรู้สึกเป็นเจ้าของ (Ownership) ที่พนักงานมีต่อองค์กร

เวทิต โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)

แนะใช้ AI เครื่องมือพัฒนาทุนมนุษย์

สหพัฒน์จึงยืนยันนโยบายไม่เลิกจ้าง (Layoff) พนักงาน แต่จะนำความมุ่งมั่นและความจงรักภักดีของพนักงานมาสู่การให้ความรู้เพื่อให้สามารถใช้เครื่องมือ AI ได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้สหพัฒน์ยังลงทุนพัฒนาบุคลากร ตั้งแต่ระดับประถมและมัธยมศึกษา เพื่อสร้างทุนมนุษย์ให้ประเทศไทย มีบุคลากรระดับ นานาชาติพร้อมเตือนว่า AI กำลังพัฒนาจาก Predictive (การคาดการณ์) ไปสู่ Prescriptive (การสั่งการหรือแนะแนวทาง) หากพนักงานไม่มีความรู้พื้นฐานและไม่ฝึกปัญญาจะไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของ AI ได้จึงยังจำเป็นต้องใช้คนควบคู่กันไป

“ทักษะสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรยุค AI  คือ ทักษะ 'Entrepreneurship' หรือ จิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการ โดยมองว่าในอนาคต AI จะกลายเป็นเรื่องปกติทั่วไป (Given) แต่ความเข้าใจในธุรกิจ (Business Sense) ความรู้สึกเป็นเจ้าของ (Ownership) และการมุ่งสร้างรายได้และกำไร ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ยั่งยืนของทุกองค์กร”

AI ตัวช่วยสร้างแรงกระเพื่อมธุรกิจ

ด้านนายศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร กล่าวว่า ปัจจุบันทุกองค์กรต้องนำ AI เข้ามาปรับใช้ในการทำงาน AI Transformation ถือเป็น 'แรงขับ' ซึ่งต้องมีมากกว่า 'แรงเฉื่อย บวก แรงต้าน' โดยพนักงานแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มหมกมุ่นกับ AI มีแรงขับสูง, กลุ่มที่รู้เท่าทัน AI คอยเรียนรู้ตามเวอร์ชันใหม่  และ กลุ่มที่ AI ล้ำหน้าไปแล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มแรงต้านที่ปรับตัวไม่ทัน หากองค์กรมีพนักงานกลุ่มที่ 3 ในสัดส่วนที่มากกว่ากลุ่มแรก รวมกับกลุ่มที่ 2  องค์กรจะไม่สามารถขับเคลื่อน AI Transformation ได้

“หากนำ AI มาเป็นเพียงเครื่องมือเสริม (Add-on) ในกระบวนการเดิมจะไม่สามารถสร้างผลกระทบทาง ธุรกิจ (Business Impact) ได้”

AI ไม่ใช่เครื่องมือลดต้นทุนหรือเลิกจ้าง แต่เป็นการสร้างคุณค่า (Value) ให้องค์กรในการบริหารแบบเดิม มักมี 'สามเหลี่ยม มรณะ' ได้แก่ คุณภาพ ราคา และ เวลา ซึ่งเลือกได้เพียง 2 ใน 3 เช่น หากต้องการงานคุณภาพดี และราคาถูก ก็ต้องใช้เวลานานหรือหากต้องการงานดี และรวดเร็ว ก็ต้องยอมจ่ายราคาแพง

ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร CEO, MFEC

ขับเคลื่อนองค์กรยุค AI  ด้วย 'Curiosity'

การนำ AI เข้ามาปรับโครงสร้างจะช่วยให้องค์กรเลือกได้ ทั้งหมดคือ งาน คุณภาพ ดี, รวดเร็ว และราคาถูก ไปพร้อมกัน ถือเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างระบบปฏิบัติการ (Operating System) และ กระบวนการทำงาน (Workflow)

“ความรู้ (Knowledge) และความฉลาด (Intelligence) กลายเป็นของฟรีองค์กรยุคใหม่จึงไม่ต้องการจ้างคนที่ รู้เยอะ แต่ต้องการจ้างคนที่คิดเป็น และทำงานผ่าน AI ได้”

นายศิริวัฒน์ กล่าวอีกว่า ทักษะสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรยุค AI  คือ ทักษะ 'Curiosity' หรือ ความอยากรู้อยากเห็น เนื่องจากทำให้พนักงานเกิดการตั้งคำถามและหาคำตอบร่วมกับ AI อยู่ ตลอดเวลาในสภาพแวดล้อม ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว