thansettakij
thansettakij
"ธุรกิจครอบครัว’กระดูกสันหลังเศรษฐกิจ กางสูตร 6C สู่ความยั่งยืน

"ธุรกิจครอบครัว’กระดูกสันหลังเศรษฐกิจ กางสูตร 6C สู่ความยั่งยืน

23 ก.ย. 69 | 08:37 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ก.ย. 69 | 11:19 น.

เปิดบทสัมภาษณ์เจาะลึก ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถอดบทเรียนความสำเร็จ-ล้มเหลว ธุรกิจครอบครัว

ในระบบเศรษฐกิจระดับสากล “ธุรกิจครอบครัว” หรือ “Family Business” ไม่ใช่เพียงเรื่องราวของคนในบ้าน หากคือ เครื่องยนต์หลัก ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการเติบโตของ GDP ทั่วโลก

มากกว่า 60-70% สำหรับประเทศไทย ธุรกิจครอบครัวถือเป็น กระดูกสันหลังของประเทศอย่างแท้จริง โดย ศาสตราจารย์พิเศษ กิตติพงษ์ อุรพีพัฒนพงษ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  เล่าว่า ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแสดงให้เห็นว่า กว่า 84% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดหรือประมาณ 800 บริษัท มีรากฐานมาจากธุรกิจครอบครัว

ทว่า โจทย์ใหญ่ที่ท้าทายที่สุดของ Family Business คือ “ทำอย่างไรให้ธุรกิจก้าวข้ามรุ่นอย่างยั่งยืน” ลดความขัดแย้ง และปรับตัวทันความผันผวนของโลกยุคใหม่?

ศาสตราจารย์พิเศษ กิตติพงษ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้เขียนหนังสือ 6C สูตรสำเร็จและความล้มเหลวของธุรกิจครอบครัวไทย เปิดเผยถึง สูตรสำเร็จ "6Cs" เพื่อเป็นแนวทางให้ธุรกิจครอบครัวนำไปปรับใช้ 

Corporate Good Governance Structure (ธรรมาภิบาลและการกำกับดูแล) คือการวางโครงสร้างองค์กรให้ถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส เสียภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น  Compensation & Benefit (ผลตอบแทนที่เป็นธรรม) ยึดหลัก "Fair doesn't mean equal" (ความยุติธรรมไม่ได้แปลว่าเท่ากัน) เจ้าของธุรกิจต้องแยกแยะระหว่างคนทำงานและคนไม่ทำงาน การแบ่งหุ้นหรือการจ่ายโบนัสต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เหมาะสมกับบทบาท

 

Communication (การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ) การสื่อสารในครอบครัวต้องใช้หลัก Reflective Listening (การฟังอย่างไตร่ตรอง) และต้องแยก "บทบาทในบ้าน" ออกจาก "บทบาทในห้องประชุม" ให้เด็ดขาด Conflict Management & Resolution (การบริหารความขัดแย้ง) ความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องมีกลไกรับมือ ทั้งการใช้ข้อบังคับบริษัท การตัดสินใจผ่านคณะกรรมการ หรือกระบวนการซื้อขายหุ้นที่เป็นธรรมเมื่อตกลงกันไม่ได้
Compassion (ความเอื้ออาทรและพรหมวิหาร 4)  เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดศาสตราจารย์พิเศษ กิตติพงษ์ กล่าวว่าสำคัญที่สุด กฎหมายหรือธรรมนูญครอบครัวก็ป้องกันข้อพิพาทไม่ได้ทั้งหมด หากขาด "ความเมตตากรุณา" ในครอบครัว พ่อแม่ต้องสั่งสอนไม่ให้ลูกหลานแข่งขันกันเอง และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดูแลทั้งครอบครัว พนักงาน และสังคม (ESG) และ C สุดท้ายคือ Change (การปรับเปลี่ยนและปรับตัว) ต้องพร้อม Transform ธุรกิจทั้งจากปัจจัยภายนอก (เทคโนโลยี, สภาพแวดล้อม) และปัจจัยภายใน ปรับ Mindset เพื่อเปิดรับสิ่งใหม่ๆ โดยไม่มีคำว่าสายเกินไป

ติดตามบทสัมภาษณ์ใน ThanTalk Interview ทาง Youtube ฐานเศรษฐกิจ

 

 

ทำไม Family Business ต้องเข้าตลาดหุ้น? ปลดล็อกทุน-ดึงมืออาชีพ-สร้าง ทายาท

เมื่อถามถึงทางรอดของธุรกิจครอบครัวไทยในยุคที่ตลาดในประเทศเริ่มชะลอตัวจากภาวะสังคมสูงวัย ประธานบอร์ด SET ชี้ว่า การนำธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ คือสะพานเชื่อมสำคัญด้วยเหตุผล 4 ประการ ไม่ว่าจะเป็น การเติบโตไปต่างประเทศใช้เงินทุนมหาศาล สร้างความโปร่งใส ลดขัดแย้งในตระกูล  เนื่องจากกฎเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ บังคับให้ทำบัญชีเดียว มีผู้สอบบัญชีสกรีนความถูกต้อง ช่วยให้ทายาทที่ไม่ได้รับบริหารยังคงได้ผลประโยชน์ปันผลอย่างเป็นธรรม รวมไปถึงการใช้ "ผู้บริหารมืออาชีพ" ที่เจ้าของยังคงกำกับดูแลนโยบายผ่านคณะกรรมการและมืออาชีพเหล่านี้ยังช่วยเป็น Mentor ฝึกฝนทายาทรุ่นหลังได้ด้วย สุดท้ายคือ วางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง หรือ Successor

ปักหมุดงานใหญ่แห่งปี! "The 4th SET Annual Conference on Family Business"

งานยิ่งใหญ่เพื่อช่วยเหลือและสร้าง Ecosystem ให้กับธุรกิจครอบครัวไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เตรียมจัดงานสัมมนาครั้งใหญ่ประจำปี "The 4th SET Annual Conference on Family Business" ใน วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569  โดยมีวิทยากรระดับโลก  Gautam Kumra จาก McKinsey & Company ผู้เขียนหนังสือ Sharpening Founders จะมาถ่ายทอดอินไซต์เชิงลึกและ "Untold Stories" ของธุรกิจครอบครัวในเอเชีย ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงเสวนาพิเศษร่วมกับแม่ทัพธุรกิจครอบครัวชั้นนำระดับประเทศ ได้แก่ คุณธีรพงศ์ จันศิริ (บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)) และ คุณปณต สิริวัฒนภักดี (กลุ่มไทยเบฟ/เฟรเซอร์ส) ร่วมด้วย ศ.พิเศษ กิตติพงษ์ อุรพีพัฒนพงษ์ ที่จะมาร่วมแชร์กลยุทธ์การขยายธุรกิจข้ามแดนและการบริหารความสัมพันธ์ในครอบครัว