thansettakij
thansettakij
โทนี่ เฟอร์นานเดส แจง แอร์เอเชีย ลุยระดมทุน 3 หมื่นล้านบาท ปรับโครงสร้างหนี้ ลุยธุรกิจโต

โทนี่ เฟอร์นานเดส แจง แอร์เอเชีย ยังแกร่ง ลุยระดมทุน 3 หมื่นล้าน รีไฟแนนซ์ ลุยธุรกิจโต

18 ก.ย. 69 | 07:36 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ก.ย. 69 | 11:40 น.

โทนี่ เฟอร์นานเดส แจง แอร์เอเชีย สภาพคล่องยังดี ลุยระดมทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 3 หมื่นล้านบาท เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ ตอกย้ำความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ เดินกลยุทธ์การเติบโตระยะยาว ด้าน ไทยแอร์เอเชีย ชี้การบริหารงานเป็นอิสระและแยกบัญชีทางการเงินเด็ดขาดจาก AirAsia มาเลเซีย

KEY

POINTS

  • แอร์เอเชียตั้งเป้าระดมทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.3 หมื่นล้านบาท) เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เก่าที่มีดอกเบี้ยสูงเป็นหลัก ไม่ใช่การหาทุนใหม่
  • ชี้แจงว่าภาระหนี้สินส่วนใหญ่เป็นหนี้ระยะยาวและค่าเช่าเครื่องบินในอนาคต ไม่ใช่หนี้ที่ต้องชำระทันที
  • ยืนยันว่าสายการบินไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤตและไม่มีเครื่องบินถูกยึด พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจด้วยการรอรับมอบเครื่องบินใหม่ 500 ลำ และลงทุนในศูนย์ซ่อมบำรุง
  • AAV ยืนยัน ไทยแอร์เอเชีย มีการบริหารงานเป็นอิสระและแยกบัญชีทางการเงินเด็ดขาดจาก AirAsia มาเลเซีย

วันที่ 18 กันยายน 2569 นายโทนี่ เฟอร์นานเดส (Tony Fernandes) ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา แอร์เอเชียกรุ๊ป เบอร์ฮาด แถลงข่าวครั้งใหญ่ ต่อประเด็นกระแสข่าววิกฤตธุรกิจของ แอร์เอเชีย ที่อาจจะทำให้สายการบินต้องล้มลง  ว่า แอร์เอเชีย ยังคงมีสภาพคล่อง และ อยู่ระหว่างขั้นตอนการระดมทุน โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33,000 ล้านบาท) ไม่ใช่ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามที่มีข่าวลือ

ท้้งนี้เพื่อนำมาปรับโครงสร้างหนี้ หรือ รีไฟแนนซ์  หนี้เก่า ที่เคยถูกคิดดอกเบี้ยแพงมหาศาลช่วงโควิด (เช่น บางสัญญาดอกเบี้ยสูงถึง 17% นำมารีไฟแนนซ์เหลือ 8%) ลดต้นทุนดอกเบี้ย และการรวมงบดุล เป็นหลัก ไม่ใช่การระดมทุนใหม่  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างเงินทุนระยะยาว ซึ่งปัจจุบันแอร์เอเชีย มีเงินสดในมือมากกว่า 1 พันล้านริงกิต (ราว 8 พันล้านบาท)

แอร์เอเชีย

แอร์เอเชีย ระดมทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 3 หมื่นล้านบาท ปรับโครงสร้างหนี้

ขณะนี้การระดมทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  บริษัทได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ทั้งในยุโรป สหรัฐอเมริกา ธนาคารในท้องถิ่น รวมถึงล่าสุดแอร์เอเชีย ได้รับเอกสารข้อตกลงเงื่อนไข (Term Sheet) ที่ลงนามแล้วจากนักลงทุนในตะวันออกกลาง มูลค่า 1 พันล้านริงกิตมาเลเซีย กับธนาคารในตะวันออกกลาง ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการร่างเงื่อนไขแล้ว 

เป้าหมายของแอร์เอเชีย  คือ การกลับไปสู่รูปแบบธุรกิจที่มีหนี้สินต่ำและกระแสเงินสดเป็นบวก

พร้อมปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อต่างประเทศ ที่ระบุว่ารัฐบาลมาเลเซีย กำลังเตรียมแผนสำรองกรณี AirAsia ล้มละลาย โดยให้สายการบินอื่นเข้ามารองรับเส้นทางแทน โดยยืนยันว่าเป็น “ข้อความที่ไร้สาระที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในรอบ 25 ปี” เนื่องจากไม่มีสายการบินใดสามารถทดแทนฝูงบินกว่า 100 ลำ โครงสร้างต้นทุน และเครือข่ายการบินของ AirAsia ได้

ยันภาระหนี้แสนล้าน ส่วนมากเป็นหนี้ระยะยาว

ส่วนภาระหนี้สิน 18,400 ล้านริงกิต หรือประมาณ 150,000 ล้านบาท  ที่มักถูกอ้างถึงนั้นทำให้เข้าใจผิด จำนวนมากเป็นหนี้ระยะยาวที่ยังไม่ถึงกำหนด ซึ่งรวมถึงยอดสั่งเครื่องบินที่โดยปรกติสายการบินก็ไม่ได้จ่ายเงินทันทีขณะที่สั่งทันที

โทนี่ เฟอร์นานเดส (Tony Fernandes) ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา แอร์เอเชียกรุ๊ป เบอร์ฮาด

โดยรวมภาระผูกพันการเช่าในอนาคตประมาณ 13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลา 12 ปี ซึ่งเป็นการชำระเงินรายเดือนตามกำหนดปกติ ไม่ใช่หนี้สินที่ต้องชำระทันที

ดังนั้นแล้วกระแสที่เกิดขึ้นจึงเกินจากสถานการณ์จริงที่เป็นอยู่ และในบรรดาหนี้ต่าง ๆ กลุ่มสายการบินก็ได้มีการคุยและสนับสนุนจากเจ้าหนี้เป็นอย่างดี และการหาเงินทุนตามที่กลุ่มสายการบินมีแผนนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ ให้ได้เงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้น ไม่ใช่การหาเงินทุนใหม่เป็นหลักด้วย

เคลียร์ปมค้างหนี้ไทยแอร์เอเชีย

ขณะที่ยอดลูกหนี้ค้างชำระระหว่างบริษัทแม่ในมาเลเซียและบริษัทลูก เช่น ไทยแอร์เอเชีย เกิดจากการใช้ระบบเว็บไซต์และศูนย์การชำระเงินร่วมกันมานานกว่า 25 ปี รวมถึงการสำรองจ่ายค่าซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ ซึ่งคาดว่าจะปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญและเข้าสู่ภาวะปกติภายในไตรมาสที่ 4 ถึงต้นปีหน้าเมื่อการซ่อมบำรุงเสร็จสิ้น

สำหรับสถานะเครื่องบินของสายการบิน เรา ไม่มีเครื่องบินลำใดถูกยึดคืนหรือระงับการบิน เนื่องจากการไม่ชำระค่าปรับ สายการบินได้ส่งคืนเครื่องบินรุ่นเก่าที่สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงบางส่วนตามกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน

ส่วนเครื่องบิน 20-25 ลำที่จอดอยู่ขณะนี้อยู่ระหว่างการบำรุงรักษาครั้งใหญ่ตามปกติ ซึ่งเป็นงานที่ค้างอยู่ชั่วคราวเนื่องจากการระบาดของโควิด-19

ยันรับมอบเครื่องบิน รับ 500 ลำตามแผน ขยายธุรกิจต่อเนื่อง

นอกจากนี้สายการบินมีคำสั่งซื้อเครื่องบินเชิงกลยุทธ์จำนวน 500 ลำ รวมถึงเครื่องบินแอร์บัส A320 รุ่นใหม่ที่ประหยัดเชื้อเพลิง ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการดำเนินงานในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียให้ทันสมัยยิ่งขึ้น  ยอดสั่งซื้อนี้แฝงด้วยกำไรที่สามารถแปลงเป็นเงินสดได้ถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

"แอร์เอเชียไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต แต่กำลังใช้ช่วงเวลานี้เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและรักษาความเป็นผู้นำในตลาด เฟอร์นันเดส กล่าวว่าวิกฤตเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา"

แม้แอร์เอเชีย จะมีข่าวเชิงลบ แต่สายการบินก็ทำยอดขายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันที่ 17 กันยายน 2026 ประสิทธิภาพการตรงต่อเวลา (OTP) อยู่ที่ 86-88% ซึ่งน่าประทับใจ และสายการบินกำลังอยู่ในเส้นทางที่จะขนส่งผู้โดยสารเกือบ 70 ล้านคนในปี 2569 และตั้งเป้าหมายปีหน้าที่ 80 ล้านคน ซึ่งจากประวัติศาสตร์การดำเนินธุรกิจมานานกว่า 25 ปี แอร์เอเชีย ขนส่งผู้โดยสารรวมเกือบ 1 พันล้านคนแล้ว 

สำหรับประเทศไทย แอร์เอเชียกำลังทำงานร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นการเดินทาง พร้อมทยอยฟื้นความจุเที่ยวบินตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2569 เป็นต้นไป ส่วนมาเลเซียจะเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางภายในประเทศและเส้นทางหลักของอาเซียน 

ขณะที่อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ผ่านการปรับเครือข่ายแล้ว และเตรียมกลับมาเติบโตตั้งแต่ปี 2570 โดยเครื่องบินรุ่นใหม่สำหรับเส้นทางภูมิภาคที่จะเข้าประจำการตั้งแต่ปี 2571 จะช่วยเปิดตลาดเพิ่มเติม ส่วนกัมพูชายังคงทำกำไรและมีแผนเพิ่มตลาดใหม่ในไตรมาส 4 ปี 2569 

สงครามตะวันออกกลาง ดันค่าน้ำมันพุ่ง กระทบธุรกิจสายการบิน

นายโทนี่ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการโจมตีในตะวันออกกลาง เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อราคาเชื้อเพลิงโดยเฉพาะกับน้ำมันเครื่องบินที่ขึ้นไปสูงกว่าราคาเดิมก่อนเหตุการณ์อย่างมากเมื่อเทียบกับความแตกต่างของราคาน้ำมันดิบ ทำให้ธุรกิจสายการบินนั้นได้รับผลกระทบมาก 

แอร์เอเชียนั้นมีการสำรองที่นั่งไว้ล่วงหน้าจากผู้โดยสารในราคาที่สายการบินขายเมื่อขณะราคาน้ำมันยังต่ำ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 นั่นส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

"หลังเกิดสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันอากาศยานพุ่งขึ้นจาก 85 ดอลลาร์ เป็นเกือบ 200 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว เนื่องจากตั๋วส่วนใหญ่ขายไปล่วงหน้า ณ ราคาน้ำมัน 85 ดอลลาร์ แอร์เอเชียจึงไม่สามารถไปเรียกเก็บเงินเพิ่มจากผู้โดยสารย้อนหลังได้ การใช้เงินสดจ่ายค่าน้ำมันแพง ทำให้ผลประกอบการไตรมาส 2 ดูแย่ลง แต่เมื่อมีการปรับราคาตั๋วและปรับโครงสร้างต้นทุน สภาพคล่อง และรายได้จะกลับมาเข้าที่ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4"

แอร์เอเชียยังคงเป็นสายการบินที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในโลก ทำให้ยังคงได้เปรียบเชิงแข่งขันแม้ราคาตั๋วทั่วโลกจะปรับตัวสูงขึ้น 20-25%

อย่างไรก็ตามวิกฤติในครั้งนี้ยังดีกว่าช่วงโควิด-19 มาก เพราะสายการบินยังบินได้และยังมีความต้องการเดินทาง และช่วงโควิด-19 นั้นยาวนานถึง 4 ปี และบางอย่างยังมีผลกระทบต่อเนื่อง

เมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้น สายการบินก็ได้มีการปรับตัวทันที ทั้งการปรับลดเส้นทางที่อัตรากำไรต่ำ 81 เส้นทางที่มีการหยุดให้บริการชั่วคราวในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ซึ่งตอนนี้ก็ได้นำบางเส้นทางกลับมาให้บริการแล้วรวม 17 เส้นทางในไตรมาส 3 และไตรมาส 4

ทั้งยังใช้โอกาสนี้ในการคืนเครื่องบินแก่ผู้ให้เช่าเร็วกว่ากำหนดจำนวน 25 ลำ(รวมถึงเครื่องบินลำตัวกว้าง) ในเงื่อนไขที่สายการบินพอใจ เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานและลดภาระการซ่อมบำรุง

รวมถึงการปรับราคาบัตรโดยสารขึ้นราว 21% ซึ่งจะเริ่มเห็นผลในปลายไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ซึ่งแม้จะมีการปรับราคาขึ้นแต่ความต้องการเดินทาง(Demand) ไม่ได้ลดลง

ทั้งนี้ในไตรมาส 4 นั้น กลุ่มแอร์เอเชียยังเห็นความต้องการเดินทางที่สูง และมียอดการสำรองที่นั่งที่ขายไปล่วงหน้าแล้วที่สูง ในราคาที่มีการปรับแล้วหลังเกิดสถานการณ์และราคาน้ำมัน ซึ่งจะเป็นผลดีที่เห็นได้ในช่วงเวลาต่อไป

ปัจจุบันกลุ่มแอร์เอเชียมีเครื่องบิน 244 ลำ ให้บริการ 229 เส้นทาง เชื่อมต่อ 122 จุดหมายปลายทาง ผ่านฐานปฏิบัติการ 15 แห่งใน 5 ประเทศ

แอร์เอเชียย้ำว่ายังคงให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องทางธุรกิจและการให้บริการผู้โดยสาร โดยจะบริหารการปฏิบัติการ การเงิน และฝูงบินอย่างรอบคอบ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างฝูงบินเพื่อรองรับการกลับมาเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2569 ตลอดจนหารือกับพันธมิตรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศด้านการบินให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ขยายเครือข่ายบิน ศูนย์ซ่อมบำรุง และเทคโนโลยี AI

แอร์เอเชียยังคงเดินหน้ายุทธศาสตร์การเติบโต โดยตั้งเป้าขยายฝูงบินในประเทศอินโดนีเซียเพิ่มเป็นประมาณ 20 ลำในปีหน้า พร้อมทั้งเปิดเส้นทางบินใหม่ เช่น คาซัคสถาน และการสร้างความร่วมมือกับสายการบินพันธมิตรในยุโรป  

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนการลงทุนในศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบิน (MRO) ทั้งในประเทศไทยและอินโดนีเซีย 

รวมทั้งแอร์เอเชียร่วมมือกับ Google เร่งการนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนี้ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้ถึง 3% แล้ว และจะช่วยให้สามารถกำหนดราคาแบบไดนามิกสำหรับบริการเสริม ลดต้นทุนการดำเนินงาน และปรับปรุงการตัดสินใจของลูกค้า

ไทยแอร์เอเชีย ชี้การบริหารงานเป็นอิสระและแยกบัญชีทางการเงินเด็ดขาดจาก AirAsia มาเลเซีย 

ด้านการดำเนินงานในประเทศไทย ไทยแอร์เอเชีย ยืนยันว่า สายการบินไทยแอร์เอเชีย (TAA) ดำเนินธุรกิจภายใต้ บริษัท แอร์เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV โดยมีการบริหารงานเป็นอิสระและแยกบัญชีทางการเงินเด็ดขาดจาก AirAsia มาเลเซีย

ปัจจุบัน ไทยแอร์เอเชีย ยังคงมีกระแสเงินสดและสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง ยอดจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับรายได้ไตรมาส 2/2569 ที่ทำได้ 10,046 ล้านบาท ประกอบกับการออกหุ้นกู้มูลค่า 3,815 ล้านบาทเพื่อเสริมความมั่นคงทางการเงิน ทำให้คาดว่าจะสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้ดีในไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว

ในส่วนของยอดหนี้ค้างระหว่างกันจากการดำเนินงาน (Operation) กับบริษัทในเครือประมาณ 200 กว่าล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นเรื่องของการดำเนินงานตามปกติ ซึ่งมีทิศทางลดลงเรื่อยๆ ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4