
เปิดโผ 10 มหาเศรษฐีไทยปี 69 'เฉลิม อยู่วิทยา' แชมป์ 3 ปีซ้อน 'สารัชถ์' อันดับ 3
Forbes เปิดทำเนียบ 50 มหาเศรษฐีไทย ปี 2569 "เฉลิม อยู่วิทยา" และครอบครัว ครองแชมป์บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของไทยเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ส่วน ''สารัชถ์ GULF'' ครองอันดับ 3
KEY
POINTS
- นิตยสาร Forbes จัดอันดับมหาเศรษฐีไทยปี 2569 โดย เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว เจ้าของ Red Bull ครองแชมป์เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ด้วยทรัพย์สิน 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
- อันดับ 2 คือ พี่น้องเจียรวนนท์ แห่งกลุ่มซีพี และอันดับ 3 คือ สารัชถ์ รัตนาวะดี แห่ง GULF ซึ่งเป็นผู้ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปีนี้
- ตระกูลจิราธิวัฒน์ และ เจริญ สิริวัฒนภักดี ติด 5 อันดับแรก ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1.17 และ 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ
รายงานจากนิตยสาร Forbes เปิดเผยการจัดอันดับ "50 มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2569" ระบุว่า มูลค่าทรัพย์สินรวมของมหาเศรษฐีไทย 50 อันดับแรก เพิ่มขึ้น 10% แตะ 1.87 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ได้รับแรงหนุนจากการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ แม้ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนกัมพูชา
อันดับ 1 ยังคงเป็นของ เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว เจ้าของอาณาจักรเครื่องดื่มชูกำลัง Red Bull ครองตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของไทยเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.54 ล้านล้านบาท หลังยอดขายเครื่องดื่มทั่วโลกเกือบ 1.4 หมื่นล้านกระป๋อง
อันดับ 2 เป็น พี่น้องเจียรวนนท์ กลุ่มซีพี มีมูลค่าทรัพย์สิน 3.66 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท โดยในปีนี้ ศุภชัย เจียรวนนท์ นำบริษัทในเครือลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จากพันธมิตรนอร์เวย์
อันดับ 3 คือ สารัชถ์ รัตนาวะดี แห่งกัลฟ์ (GULF) มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้น 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ทรัพย์สินรวมอยู่ที่ 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.75 แสนล้านบาท หลังเข้าถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับ 2 ในธนาคารกสิกรไทย
อันดับ 4 ตระกูลจิราธิวัฒน์
มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ใน 3 อยู่ที่ 1.17 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.82 แสนล้านบาท พร้อมเดินหน้าลงทุนขยายธุรกิจในไทยและเวียดนาม วงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท
ส่วนอันดับ 5 คือ เจริญ สิริวัฒนภักดี และครอบครัว มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 10% อยู่ที่ 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.76 แสนล้านบาท จากการปรับพอร์ตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ คือ จรีพร จารุกรสกุล ผู้บริหาร WHA ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 69% แตะ 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากแรงหนุนการลงทุนโครงการ AI Data Center ในประเทศไทย ขณะที่ บัญชา องค์โฆษิต (KCE) และ กัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์ (GUNKUL) กลับเข้าสู่ทำเนียบมหาเศรษฐีไทยอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงจากการส่งต่อทรัพย์สินของมหาเศรษฐีที่เสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ กฤตย์ รัตนรักษ์, นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ และ ชูชาติ เพ็ชรอำไพ โดยทรัพย์สินของแต่ละรายได้ถูกส่งต่อให้ทายาทหรือรวมอยู่ในนามตระกูลตามรายละเอียดของ Forbes
สำหรับเกณฑ์ขั้นต่ำของการติดอันดับมหาเศรษฐีไทยปี 2569 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 555 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน สะท้อนระดับความมั่งคั่งของผู้ที่ติดอันดับในปีนี้
10 อันดับมหาเศรษฐีไทย ปี 2569
เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.54 ล้านล้านบาท)
พี่น้องเจียรวนนท์ 3.66 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท)
สารัชถ์ รัตนาวะดี 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.75 แสนล้านบาท)
ตระกูลจิราธิวัฒน์ 1.17 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.82 แสนล้านบาท)
เจริญ สิริวัฒนภักดี และครอบครัว 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.76 แสนล้านบาท)
ตระกูลไชยวรรณ 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.67 แสนล้านบาท)
ตระกูลปราสาททองโอสถ 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.21 แสนล้านบาท)
เสถียร เสถียรธรรมะ 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9.15 หมื่นล้านบาท)
อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา และครอบครัว 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.84 หมื่นล้านบาท)
ชัชชน รัตนรักษ์ 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.51 หมื่นล้านบาท)





