thansettakij
thansettakij
AI Transformation สหพัฒน์วางโรดแมป เดินเกมเสริมขีดการแข่งขัน

AI Transformation สหพัฒน์วางโรดแมป เดินเกมเสริมขีดการแข่งขัน

11 มิ.ย. 69 | 10:00 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มิ.ย. 69 | 10:01 น.

AI กำลังเปลี่ยนเกมธุรกิจไทย สหพัฒน์เดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กร เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

KEY

POINTS

  • EDTH ในเครือสหพัฒน์ วางโรดแมป 999 วัน เพื่อขับเคลื่อนการใช้ AI ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งเครือ
  • นำเสนอแนวคิดหลักในการปั้น "Super Employee" เพื่อเพิ่มศักยภาพพนักงาน และสร้าง "สมองของเครือ" (Corporate Brain) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและองค์ความรู้
  • การขับเคลื่อนจะเริ่มอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับผู้บริหารเพื่อกำหนดทิศทาง ก่อนขยายผลสู่การทำเวิร์กชอปเพื่อพัฒนา Use Case ที่ใช้งานได้จริงในแต่ละสายงาน
  • ชี้ว่า AI เป็นปัจจัยสำคัญที่ธุรกิจต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและปัญหาขาดแคลนแรงงาน

กระแสการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาปรับใช้ในภาคธุรกิจกำลังเร่งตัวขึ้นในหลายอุตสาหกรรม ล่าสุด บริษัท อี-คอมเมิร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ EDTH ในเครือสหพัฒน์ เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ AI Transformation ภายใต้หัวข้อ "999 วันข้างหน้ากับ AI Transformation" สะท้อนทิศทางการปรับตัวขององค์กรขนาดใหญ่ที่เริ่มให้ความสำคัญกับการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI Transformation ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Siametrics Consulting และ ViaLink กล่าวว่า ระยะเวลา 999 วัน หรือประมาณ 3 ปีจากนี้ จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่องค์กรไทยต้องเร่งปรับตัว เนื่องจาก AI จะไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว

เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ AI Transformation ภายใต้หัวข้อ "999 วันข้างหน้ากับ AI Transformation"

องค์กรที่สามารถนำ AI มาใช้อย่างรวดเร็วและตรงจุด จะมีความได้เปรียบทั้งด้านการลดต้นทุน การเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ การยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน และการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ขณะที่องค์กรที่ปรับตัวล่าช้าอาจเผชิญความเสี่ยงจากช่องว่างการแข่งขันที่ขยายตัวมากขึ้น

องค์กรที่สามารถนำ AI มาใช้อย่างรวดเร็วและตรงจุด จะมีความได้เปรียบทั้งด้านการลดต้นทุน การเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ การยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน และการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ขณะที่องค์กรที่ปรับตัวล่าช้าอาจเผชิญความเสี่ยงจากช่องว่างการแข่งขันที่ขยายตัวมากขึ้น

วิกฤติแรงงาน-การแข่งขัน เร่งองค์กรลงทุน AI

ดร.ณภัทร ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรต้องเร่งทำ AI Transformation มาจากทั้งปัญหาการขาดแคลนแรงงานและบุคลากรคุณภาพในอนาคต จากแนวโน้มอัตราการเกิดที่ลดลง รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น เมื่อคู่แข่งทั้งรายใหญ่และรายเล็กเริ่มนำ AI มาใช้ลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ

ภาพบรรยากาศในการอบรม

ดังนั้น คำถามสำคัญของผู้บริหารในวันนี้จึงไม่ใช่ "ควรทำ AI หรือไม่" แต่เป็น "จะเริ่มต้นจากจุดใด และทำอย่างไรให้ AI สร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงภายในองค์กร"

ปั้น "Super Employee" เพิ่มศักยภาพคนทำงาน

หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ถูกนำเสนอภายในงาน คือการยกระดับพนักงานให้กลายเป็น "Super Employee" ผ่านการใช้ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน

โดยบทบาทของ AI สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • Automator ใช้ AI ช่วยทำงานซ้ำซ้อนหรืองานที่ใช้เวลามาก
  • Assistant ใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และสนับสนุนการตัดสินใจ
  • Business Lift-off ใช้ AI ต่อยอดสู่โมเดลธุรกิจใหม่ สร้างรายได้ใหม่ และพัฒนารูปแบบการทำงานที่แตกต่างจากเดิม

สร้าง "สมองของเครือ" เชื่อมข้อมูลทุกธุรกิจ

อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือการสร้าง "สมองของเครือ" (Corporate Brain) สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีธุรกิจหลากหลายอย่างเครือสหพัฒน์

การมีระบบข้อมูล องค์ความรู้ และแนวทางการใช้ AI ร่วมกัน จะช่วยลดการทำงานแบบแยกส่วน ลดต้นทุนด้านข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยธุรกิจ

EDTH ระบุว่า การขับเคลื่อน AI Transformation ไม่ได้หมายถึงเพียงการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ แต่เป็นการวางรากฐานด้านบุคลากร กระบวนการทำงาน ข้อมูล และเทคโนโลยี ให้สามารถเชื่อมโยงกันเพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้

ภาพบรรยากาศในการอบรม

Google-MFEC แนะใช้ Gemini ยกระดับองค์กร

ภายในงาน ผู้เชี่ยวชาญจาก Google และ MFEC ได้ร่วมแบ่งปันแนวทางการนำ AI มาใช้ในองค์กรผ่านแพลตฟอร์ม Gemini ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมือการทำงานที่พนักงานใช้งานอยู่แล้ว เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจ

นอกจากนี้ Gemini ยังมีความสามารถด้าน Deep Research ที่ช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การวิจัยตลาด และการสร้างแนวคิดทางธุรกิจใหม่ ช่วยลดระยะเวลาการทำงานและเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์

วางโรดแมป AI จากผู้บริหารสู่หน้างาน

EDTH วางแนวทางขับเคลื่อน AI Transformation อย่างเป็นระบบ เริ่มจากการสร้างความเข้าใจร่วมกันในระดับผู้บริหาร เพื่อกำหนดทิศทางการใช้ AI ให้สอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจ ก่อนต่อยอดสู่การจัดเวิร์กชอปเชิงปฏิบัติการสำหรับแต่ละสายงาน

เป้าหมายคือการพัฒนา Use Case ที่สามารถนำ AI ไปใช้งานจริง สร้างประสิทธิภาพการทำงาน และต่อยอดสู่คุณค่าทางธุรกิจให้กับบริษัทในเครือสหพัฒน์ในระยะยาว