
ไม่ไปต่อ! 'เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์' ขายทิ้งธุรกิจโรงหนังในกัมพูชา
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป ประกาศขายทิ้งธุรกิจโรงหนังในกัมพูชา มูลค่า 161.30 ล้าน ให้กับ SABAY DIGITAL GROUP PTE. LTD.
KEY
POINTS
- เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ประกาศยุติการดำเนินธุรกิจโรงภาพยนตร์ในประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการ หลังดำเนินกิจการมานานกว่า 12 ปี
- บริษัทย่อยของเมเจอร์ฯ ได้อนุมัติการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท เมเจอร์ แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ (แคมโบเดีย) จำกัด ซึ่งถือหุ้นอยู่ 70%
- การขายหุ้นทั้งหมดเป็นการขายให้กับบริษัท SABAY DIGITAL GROUP PTE. LTD. ในมูลค่ารวม 5.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 161.30 ล้านบาท
หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) มีหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ว่าบริษัท เมเจอร์โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (“MHD”) (บริษัทย่อย) อนุมัติการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดใน บริษัท เมเจอร์ แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ (แคมโบเดีย) จำกัด (“MPC”) ซึ่งถือโดย MHD
ล่าสุดเว็บไซต์ Kiripost รายงานว่า เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กัมพูชา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจโรงภาพยนตร์จากประเทศไทย ประกาศยุติการดำเนินงานในประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการ หลังดำเนินธุรกิจในตลาดดังกล่าวมานานกว่า 12 ปี
ทั้งนี้ในประกาศผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวคำอำลา พร้อมแสดงความขอบคุณต่อความไว้วางใจและการสนับสนุนจากผู้ชมตลอดระยะเวลาที่ดำเนินกิจการ พร้อมย้ำว่าบริษัทซาบซึ้งต่อความผูกพันที่เกิดขึ้นกับลูกค้าในกัมพูชา
สำหรับธุรกิจโรงภาพยนตร์ในกัมพูชาดำเนินการโดยบริษัท เมเจอร์ แพลทินัม ซีนีเพล็กซ์ (กัมพูชา) จำกัด ภายใต้การบริหารของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์รายใหญ่ของไทย และมีเครือข่ายธุรกิจในหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยบริษัท “บริษัท เมเจอร์ แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ (แคมโบเดีย) จำกัด” เปิดให้บริการโรงภาพยนตร์แบรนด์ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” เป็นโรงภาพยนตร์หรูระดับเวิล์ดคลาส 7 โรง และโบว์ลิ่ง 13 เลน (ปี 2557) ตั้งอยู่ที่ห้างอิออนมอลล์ กรุงพนมเปญ เป็นสาขาแรก บนพื้นที่ประมาณ 4,450 ตารางเมตร
ประกอบด้วยโรงภาพยนตร์จำนวน 7 โรง 1,581 ที่นั่ง เป็นโรงภาพยนตร์รูปแบบมัลติเพล็กซ์ในระบบดิจิตอล 2 มิติ และ 3 มิติ ซึ่งมีโรงภาพยนตร์วีไอพี 1 โรง และโรงภาพยนตร์ 4DX อีก 1 โรง
ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2560 ได้เปิดให้บริการโรงภาพยนตร์สาขาเสียมเรียบ ที่ศูนย์การค้า เมืองเสียมเรียบ จำนวน 3 โรง 457 ที่นั่ง,สาขาโสรยา ศูนย์การค้าโสรยา ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา จำนวน 6 โรง 807 ที่นั่ง(ธันวาคม 2560) ,สาขาอิออน มอลล์ สาขาที่ 2 เมืองปงค์เปีย บนพื้นที่ 9,200 ตารางเมตร
ในเดือนพฤษภาคม 2561 เปิดให้บริการโรงภาพยนตร์หรูระดับเวิล์ดคลาส จำนวน 8 โรง 1,953 ที่นั่ง ซึ่งใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ฉายด้วยเครื่องฉายเลเซอร์แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และให้บริการเลนโบว์ลิ่ง จำนวน 14 เลน และสาขาบิ๊กซีปอยเปต จำนวน 2 โรง 419 ที่นั่ง (ตุลาคม 2562) ซึ่งเป็นบิ๊กซีสาขาแรกในประเทศกัมพูชา บนเนื้อที่รวม 8,000 ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่ขาย 3,000 ตร.ม. และพื้นที่เช่า/โรงภาพยนตร์ อีก 5,000 ตร.ม. และในเดือน ธันวาคม 2565 เปิดให้บริการโรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สาขาอิออน มอลล์ 3 ประเทศกัมพูชา จำนวน 7 โรง 1,841 ที่นั่ง
อย่างไรก็ดีหลังเกิดสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะต่อธุรกิจไทยที่ดำเนินกิจการในกัมพูชาอย่างหนัก
อนึ่ง บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) มีหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ระบุว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2569 ของบริษัท เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ได้รับทราบจากมติการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ของบริษัท เมเจอร์โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (“MHD”) (บริษัทย่อย) อนุมัติการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดใน บริษัท เมเจอร์ แพลตินั่ม ซีนีเพล็กซ์ (แคมโบเดีย) จำกัด (“MPC”)
ซึ่งถือโดย MHD ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ MHD ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 70 โดยการจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดจำนวน 7,000 หุ้น หรือคิดในอัตราร้อยละ 70 ของจำนวนหุ้นหุ้นทั้งหมด ในราคาหุ้นละ USD 734.89 เทียบเท่าราคาหุ้นละ 23,043.06 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 5.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 161.30 ล้านบาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนถั่วเฉลี่ยตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ 31.3558 บาท/ 1 USD) ให้กับ SABAY DIGITAL GROUP PTE. LTD.
ทั้งนี้ มูลค่ารวมดังกล่าวเป็นไปตามราคาที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกัน (โดยอ้างอิงจากมูลค่าตามบัญชีของ บริษัท เมเจอร์ แพลตินัม ชีนีเพล็กซ์ (แคมโบเดีย) จำกัด ณ วันที่ 31 มกราคม 2569) ทั้งนี้ สัญญาซื้อขายจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/2569






