svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
thansettakij

"กอบศักดิ์"เตือนเศรษฐกิจปีหน้าเผาจริง แนะตุนทุนสำรองรับมือ

04 ตุลาคม 2565

ชี้เศรษฐกิจปีหน้าเผาจริง “กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ประเมิน เศรษฐกิจปีหน้ายากกว่าปีนี้ คาดวิกฤตจะเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจจริง ทั้งภาคการส่งออก การผลิต การจ้างงาน จับตา Recession เกิด แนะไทยต้องหาทางรับมือให้ชัด เตรียมความพร้อมให้ดี โดยเฉพาะทุนสำรองต้องตุนไว้รับวิกฤต

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยในงานสัมมนา Thailand Economic Outlook 2023 เรื่องเศรษฐกิจไทย ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจโลก ว่า เศรษฐกิจโลกปีหน้าจะท้าทายกว่าปีนี้ โดยวิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจะเริ่มเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจจริง ซึ่งเศรษฐกิจไทยก็คงหนีไม่พ้นจากภาวะนี้

 

“เศรษฐกิจปีนี้ว่ายาก แต่ปีหน้าจะยากกว่า เพราะวิกฤตจะเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจจริง ทั้งภาคการส่งออก การผลิต การจ้างงาน และบริษัทต่าง ๆ โดย Recession หรือ เศรษฐกิจถดถอย จะเกิดขึ้นในปีหน้า และถ้าเราไม่ทำอะไรก็มีโอกาสมากที่เราจะก้าวไม่พ้นเหว เพราะวิกฤตที่เกิดขึ้นในโลกยังไงก็เกิดกับประเทศไทยแน่ ๆ” ดร.กอบศักดิ์ ระบุ

 

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย

ทั้งนี้สัญญาณของวิกฤตเศรษฐกิจได้เกิดขึ้นแล้วกับประเทศไทย เห็นได้จากมูลค่าการส่งออกของไทยเดือนสิงหาคม 2565 เมื่อหักฤดูกาลออกไป ได้ลดลงติดต่อกันแล้ว 3 เดือนแล้ว ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และยังถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นเท่านั้น ขณะเดียวกันยังพบข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ล่าสุดระบุถึงการบริโภคในประเทศ 2-3 เดือนเริ่มนิ่ง ดังนั้นเมื่อส่งออกเริ่มแผ่ว และบริโภคไม่ขยับ จึงเป็นสิ่งท้าทายที่ไทยต้องเร่งหาทางบริหารจัดการ

 

ดร.กอบศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลอีกอย่างในปีหน้า คือ กลุ่มประเทศ Emerging Market หรือ เศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ เช่น สปป.ลาว เมียนมา ปากีสถาน ศรีลังกา เอลซัลวาดอร์ อียิปต์ กลุ่มประเทศละตินอเมริกา และยุโรปบางประเทศ จะเกิดปัญหาทางการเงินของประเทศ และจะได้รับผลกระทบหนักจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งล่าสุดอยู่ที่ระดับ 8.3%

 

โดยประเมินว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ยังไม่จบลงง่าย ๆ เฟดยังส่งสัญญาณว่าจะขึ้นไปจนสูงสุดที่ 4.6% ในช่วงปีหน้า ซึ่งในช่วง 3 เดือนจากนี้ เชื่อว่า เฟด จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก เพื่อสกัดเงินเฟ้อครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 40 ปี 

“การสกัดเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นเกือบ 9% แล้ว การปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ไปอยู่ที่ 4.6% ถามว่าเอาอยู่ไหม เพราะตอนนี้เพิ่งเริ่มและยังไปข้างหน้าอีกพอสมควร ดังนั้นสถานการณ์จากนี้ไปเป็นเรื่องไม่ง่าย และเชื่อว่าสหรัฐฯ ต้องใช้ยาแรงพอสมควร เช่น การปรับขึ้นดอกเบี้ยไปถึง 5% เป็นอย่างน้อย” ดร.กอบศักดิ์ กล่าว

 

ขณะที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยของไทยเอง ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น 1% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ถือเป็นการปรับขึ้นมา 2 ครั้ง และจากนี้เชื่อว่าน่าจะปรับเพิ่มอีก 2 ครั้งในช่วงต้นปีหน้า เพื่อรองรับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน 2566 และจากนั้นคงน่าจะชะลอลง

 

ดร.กอบศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในการบริหารนโยบายปีหน้า สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือ การเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการถนอมทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยไว้รองรับวิกฤตที่จะเกิดขึ้นกลางปีหน้า ส่วนการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท เชื่อว่า ถ้าเงินบาทอ่อนค่าจากสาเหตุการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ไม่น่ากังวลมาก และอีกมุมยังช่วยภาคการส่งออก เกษตร สินค้าไทย และการท่องเที่ยวด้วย

 

“ถ้าวิกฤตมาถึง Emerging Market กลางปีหน้า ไทยต้องไม่ทำตัวเป็นเหยื่อไปด้วย เงินสำรองต้องถนอมเอาไว้รับความท้าทายในปลายปีหน้า และในปีหน้า การท่องเที่ยว จะเป็นหัวใจสำคัญให้ไทยมีกำลังเดินไปข้างหน้า จีนน่าจะเปิดประเทศ ช่วงนี้รัฐควรหางบให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ไปโฆษณาในจีน พร้อม ๆ กับส่งเสริม LTR ดึงต่างชาติเข้ามาลงทุน เร่งโครงการ PPP และส่งข่าวเหล่านี้ให้ทั่วโลกเห็นประเทศไทย” ดร.กอบศักดิ์ ทิ้งท้าย