
NV ขยายพอร์ต OEM ดันรายได้ปี 65 โต 15-20%
NV รุกตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ดึง 3 พันธมิตรเสริมแกร่งธุรกิจ OEM ลุยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีส่วนผสมพืชสมุนไพรไทย ดันรายได้ปี 65 โต 15-20%
หลังเกิดการระบาดของโควิด-19 แนวโน้มความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีเพิ่มมากขึ้น ส่งผลธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลับมาคึกคักอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ฟากผู้ประกอบการมีความเคลื่อนที่น่าติดตามหลายรายหนึ่งในนั้นคือ บริษัท โนวา ออร์แกนิค จำกัด (มหาชน) หรือ NV ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ DONUTT, LIVNEST รวมถึงแบรนด์อื่นๆ และรับจ้างผลิตแบบ OEM
ซึ่งปีนี้ตั้งเป้ารุกตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเต็มกำลังโดย เปิดตัว 3 พันธมิตรใหม่ที่จะเข้าเสริมแกร่งให้กับธุรกิจ OEM ในขณะเดียวกันยังมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีส่วนผสมพืชสมุนไพรไทย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ ตอกย้ำผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศไทย หวังดันรายได้ปี 65 โต 15-20%
นายนวพล จันทร์จุฑามาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า ภาพรวมแนวทางการดำเนินธุรกิจในปี 2565 บริษัทมีแผนลงทุนขยายโรงงาน-คลังสินค้าแห่งใหม่ พร้อมปรับปรุงโรงงานเดิมเพื่อผลิตสินค้าประเภทสมุนไพรและโรงงานสกัด เพื่อจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ท้องตลาดอย่างต่อเนื่อง
และเมื่อเร็วๆนี้ บริษัทฯก็ได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริม จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน BOI ในการผลิตสารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ หรือการผลิตผลิตภัณฑ์จากสารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติที่ต่อเนื่องในโครงการเดียวกัน และกิจการผลิตอาหารทางการแพทย์ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
โดยจะพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็น 3 รูปแบบ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์สารสกัดรูปแบบผง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ทั้งนี้ การได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริม BOI ดังกล่าว จะทำให้บริษัทฯ ได้รับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีอากรด้วย
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ จะกลับมารุกตลาดผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการขยายช่องทางการจำหน่ายทางโทรศัพท์ (Telesales) โดยอยู่ระหว่างการสร้างสำนักงานแห่งใหม่ ในย่านบางขุนเทียน รองรับการขยายงาน Telesales ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในปี 2565 นี้
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ถือเป็นการเพิ่มมาตรฐานในการผลิตและการจัดจำหน่าย รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของบริษัทฯ
และจะนำเงินไปลงทุนในโรงงานและคลังสินค้าแห่งใหม่ เพื่อขยายและรองรับกำลังการผลิตที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต, การขยายช่องทางการจำหน่ายทางโทรศัพท์, การปรับปรุงโรงงานเดิมเพื่อผลิตสินค้าประเภทสมุนไพรและโรงงานสกัด, การขยายธุรกิจ OEM และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสร้างการเติบโตและผลกำไร
อย่างไรก็ตามหลังเกิดการระบาดของโควิด-19 แนวโน้มความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีเพิ่มมากขึ้น ล่าสุด บริษัทฯได้เร่งเดินหน้าขยายธุรกิจ OEM เพื่อเป็นการรองรับการเติบโตของธุรกิจนี้ โดยพันธมิตร 3 รายแรก ที่บริษัทฯจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ของพันธมิตรเอง ประกอบด้วย บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ,บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ บริษัท ออร่า เชพ จำกัด
โดยบริษัทฯ รับหน้าที่ในการคิดค้นสูตรและเป็นผู้ผลิตสินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์ของพันธมิตรเอง ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆนี้ รวมถึงเตรียมจับมือพันธมิตรใหม่ขยายธุรกิจเพิ่ม โดยตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่มาจาก OEM ประมาณ 5% จากรายได้ทั้งหมดของบริษัทฯ และตั้งเป้ารายได้บริษัททั้งปีเติบโต15-20%
“พันธมิตรทั้ง 3 ราย นับว่ามีความโดดเด่นและสร้างความแตกต่างในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทย ขณะที่ความร่วมมือกันในครั้งนี้ นับว่าเป็นการต่อยอดศักยภาพและสร้างการเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในระยะยาวได้อย่างชัดเจน โดยมั่นใจ บริษัทฯจะสามารถรักษาอัตราการเติบโตในธุรกิจ OEM ได้อย่างต่อเนื่อง”







