ไนท์แฟรงค์ ประเมิน "ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์" รายได้โรงแรมหรูยังไม่กระเตื้อง

20 ก.ค. 2564 เวลา 6:20 น.51

ไนท์แฟรงค์ เผยภาพรวมตลาดโรงแรมระดับลักซัวรี่ ในภูเก็ต ช่วงครึ่งปีแรก 2564 อัตราเข้าพักถึงสิ้นปีนี้ และอาจยาวถึงปีหน้า ยังไม่เกิน 20% ขณะที่ยังต้องแข่งขันด้านราคา ส่งผลรายได้รวมยังไม่ฟื้น

นายคาร์ลอส มาร์ติเนซ ผู้อำนวยการฝ่ายประเมินและที่ปรึกษา บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า จากโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ผู้ประกอบการโรงแรมต่างก็คาดหวัง ที่จะได้เห็นการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 ด้วยอัตราการเข้าพักเป็นตัวเลขสองหลัก แต่ทางการไทยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพียง 100,000 คนภายใต้โครงการแซนด์บ็อกซ์ในไตรมาส 3 ปี 2564 ดังนั้น ไนท์แฟรงค์จึงไม่คาดว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสำหรับโรงแรมระดับลักชัวรี่และระดับอัพสเกลในภูเก็ตจะเพิ่มขึ้นมากนัก และอาจคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 20% ต่อไป

ไนท์แฟรงค์ ประเมิน "ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์"  รายได้โรงแรมหรูยังไม่กระเตื้อง

ในขณะเดียวกัน ราคาเฉลี่ยรายวัน (ADR) ยังคงจะอยู่ในระดับต่ำตลอดเดือนที่เหลือของปีนี้หรืออาจนานกว่านั้นเนื่องจากโรงแรมที่เปิดอยู่จำเป็นต้องแข่งขันด้านราคาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ส่วนโรงแรมใหม่ที่ถูกเลื่อนเปิดตัวมาและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เริ่มทยอยกลับมาเปิดบริการมากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากมาตรการการกักตัวก่อนเข้าประเทศที่เข้มงวด ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2563

ไนท์แฟรงค์ ประเมิน "ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์"  รายได้โรงแรมหรูยังไม่กระเตื้อง

รัฐบาลไทยตั้งเป้าที่จะกระจายการฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสให้เข้าถึง 70% ของประชาชนทั้งหมดภายในสิ้นปี 2564 ก่อนเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ การกระจายการฉีดวัคซีนต้องดำเนินการให้เร็วขึ้น เนื่องจากมีเพียง 3% ของประชาชนทั้งหมดที่ได้รับวัคซีน ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2564 ขณะที่ประชาชนกว่า 60% ในจังหวัดภูเก็ตได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อยหนึ่งโดส ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในประเทศไทย เนื่องจากพวกเขาต้องเตรียมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องกักตัว ภายใต้ โครงการแซนด์บอกซ์ ที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนกรกฎาคม ปี2564 แต่ถึงอย่างนั้นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาก็ยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอื่นๆ เช่น การเข้าพักในโรงแรมที่จัดไว้ให้ โดยมีการรับรอง SHA+ และตรวจ RT-PCR หลายครั้งก่อนและหลังเดินทางมาถึงภูเก็ต

ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เป็นโครงการนำร่อง ในการพยายามที่จะกลับมาเปิดประเทศรับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยจะขยายไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ หากภูเก็ตประสบความสำเร็จ แต่ความเสี่ยงอยู่ตรงที่ว่าอาจมีการแพร่ระบาดระลอกใหม่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้มาตรการและข้อจำกัดด้านการเดินทางมีผลบังคับใช้อีกครั้ง และทำให้การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวล่าช้าออกไป

 

ไนท์แฟรงค์ประเมินว่า ประเทศไทยถือว่ามีความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดระดับหนึ่ง ด้วยอัตราการติดเชื้อที่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งตรงนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น ภายใต้โครงการ‘แซนด์บ็อกซ์’ ในจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนเกิดโควิด-19 นักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนถึง 90% ของรายได้ของภาคการท่องเที่ยวในภูเก็ต จึงไม่น่าแปลกใจที่ความต้องการเข้าพักโรงแรมตกลงอย่างมาก หลังมีมาตรการปิดสนามบินฝั่งผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศในปี 2563 และข้อจำกัดการเดินทางเข้าประเทศสำหรับชาวต่างชาติ รวมไปถึงการกักตัว 14 วัน ในช่วงครึ่งปีแรก 2564 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าในประเทศเพียงประมาณ 700 คนเท่านั้น ซึ่งลดลงไปถึง 99.9% เมื่อเทียบปีต่อปี และเมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นเวลานาน โรงแรมหลายๆ แห่งจำต้องปิดให้บริการบางส่วนหรือปิดทั้งหมด

 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวในภูเก็ตค่อยๆ เปลี่ยนไปจากนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ไปสู่ชาวจีน ที่ซึ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุด และชาวรัสเซีย ณ ช่วงครึ่งปีแรก 2564 จีนยังไม่เปิดประเทศสำหรับต่างชาติ ซึ่งมีผลมาตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2563 เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไวรัสโควิด-19 แผนการเปิดประเทศในรูปแบบของ ‘ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์’ ที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้อาจมีปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากภูเก็ตพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตามโครงการนี้ถือเป็นความพยายามที่ภูเก็ตจะกลับมาเปิดอีกครั้ง โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนแล้วไม่จำเป็นต้องกักตัว 14 วัน

ส่วนภาพรวมอัตราโรงแรมลักซูรี่ บริเวณหาดป่าตองประกอบด้วยโรงแรมระดับลักซูรี่และระดับอัพสเกลเป็นส่วนใหญ่โดยคิดเป็น 24% ของอุปทานทั้งหมด รองลงมาคือ หาดกะรน (15%) หาดบางเทา (14%) หาดกะตะ (13%) และหาดกมลา (10%)

ไนท์แฟรงค์ ประเมิน "ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์"  รายได้โรงแรมหรูยังไม่กระเตื้อง

ความต้องการเข้าพักโรงแรมลดลงอย่างมาก หากไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีอัตราการเข้าพัก 8% สำหรับโรงแรมระดับลักลักซูรี่และระดับอัพสเกล ลดลงไป 30% ปีต่อปี อัตราการเข้าพักเฉลี่ยต่ำสุดอยู่ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ซึ่งอยู่ที่ 3% เนื่องจากการระบาดระลอกที่สามในจังหวัดสมุทรปราการในเดือนเมษายน ปี 2564

 

ราคาเฉลี่ยรายวัน (ADR) ของโรงแรมระดับลักชัวรี่และระดับอัพสเกลลดลงไป 39% ปีต่อปี อยู่ที่ 2,342 บาท ซึ่งนับเป็นระดับต่ำที่สุดใหม่เป็นประวัติการณ์ เนื่องจากภูเก็ตไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวภายในประเทศ โรงแรมต่างๆ จึงต้องเสนอส่วนลดต่างๆเพื่อดึงดูดความต้องการภายในประเทศที่มีจำกัด

 

ในครึ่งปีแรก 2564 ไม่มีโรงแรมเปิดใหม่ทั้งในระดับลักชัวรี่และระดับอัพสเกล ดังนั้นอุปทานสะสมทั้งหมดจึงไม่เปลี่ยนแปลง โดยมีจำนวนห้องพักรวมอยู่ที่ 22,824 ห้องในภูเก็ต มีโรงแรมใหม่กว่า 20 แห่งที่วางแผนจะเปิดตัวในช่วงปี 2563 และ 2564 แต่เนื่องจากความไม่แน่นอนในการกลับมาของนักท่องเที่ยว โรงแรมที่วางแผนจะเปิดตัวจำต้องชะลอการเปิดตัวออกไปถึงช่วงครึ่งปีหลัง 2564 และปี 2565

มีเพียงโรงแรมวี วิลล่า ภูเก็ต บาย เอ็มแกลเลอรี (24 ห้อง) เปิดตัวในภูเก็ตในช่วงครึ่งปีแรก 2564 ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่

ไนท์แฟรงค์ ประเมิน "ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์"  รายได้โรงแรมหรูยังไม่กระเตื้อง

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง