ตลาดสแน็ค 3.75 หมื่นล้านวูบ หดตัว 4% บิ๊กเนมปรับแผนหันพึ่งจีนฟื้นตัว

14 ก.ค. 2564 เวลา 23:14 น.133

โควิดพ่นพิษไม่หยุด ฉุดตลาดสแน็ค 3.75 หมื่นล้าน หดตัว 4% กระตุ้นผู้ประกอบการหันพึ่งตลาด จีน ที่เริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัว พร้อมเดินหน้าส่งสินค้าบุกโมเดิร์นเทรดและออนไลน์ปลุกกำลังซื้อชาวจีนอีกครั้ง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า ผลกระทบจากการณ์โควิค-19 ในประเทศทวีความรุนแรงมากขึ้น นำมาซึ่งการยกระดับความเข้มงวดผ่านมาตรการล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวในพื้นที่สีแดงเข้ม ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่าย

 

ประกอบกับสินค้าในกลุ่มสแน็คหรือขนมขบเคี้ยวไม่ใช่กลุ่มอาหารหลักจึงมีความจำเป็นต่อการบริโภคน้อย จึงน้อยลงตามความเปราะบางด้านกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมาย

 

ในขณะที่ผู้บริโภคหันมารับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นส่งผลให้ทิศทางการเติบโตของธุรกิจขนมขบเคี้ยวในปี 2564 มีมูลค่าตลาดประมาณ 37,500 ล้านบาท หรือหดตัว 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขยายตัวได้ราว 2.6%

 

อย่างไรก็ตามแม้ว่าตลาดขนมขบเคี้ยวในไทยจะอยู่ในช่วงขาลง แต่ในต่างประเทศโดยเฉพาะจีน ตลาดขนมขบเคี้ยว กลับอยู่ในช่วงขาขึ้นจากภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ผู้บริโภคที่กำลังฟื้นตัวจากโควิด-19

 

นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP ผู้นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวของประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า นักท่องเที่ยวจีนคือกำลังซื้อที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับศรีนานาพรคิดเป็นสัดส่วน 30%

 

ในระยะหลังบริษัทให้ความสำคัญกับตลาดออนไลน์จีนเป็นพิเศษซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทได้เข้าไปจดทะเบียนบริษัทในประเทศจีน เพื่อลดข้อจำกัดต่างๆทั้งเรื่องภาษีนำเข้า เพื่อสร้างโอกาสในการขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ท้องถิ่น ซึ่งได้ดำเนินการเจรจาธุรกิจไว้ 4 ราย

ตลาดสแน็ค 3.75 หมื่นล้านวูบ หดตัว 4% บิ๊กเนมปรับแผนหันพึ่งจีนฟื้นตัว

โดยจะเริ่มส่งสินค้าล็อตแรกจำนวน 2 ตู้คอนเทนเนอร์ไปขายบนแพลตฟอร์ม Tmall ในไตรมาส 3 ของปีนี้ รวมทั้งขยายช่องทางจัดจำหน่ายออฟไลน์ผ่านโมเดิร์นเทรดและร้านค้าโลคอลในเฉิงตู ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางตง เสินเจิ้น และเทียนจิน ซึ่งในอนาคตอันใกล้บริษัทมีแผนจะส่งผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา กัญชงเข้าไปทำตลาดอีกด้วย

 

นอกเหนือจากตลาดจีนแล้ว บริษัทยังเล็งเห็นศักยภาพของการเติบโตใน CLMV ที่เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีจากรายได้ต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้น และการขยายตัวของกลุ่มประชากรที่เป็นชนชั้นกลาง โดยบริษัทมีฐานการผลิตทั้งในประเทศไทย กัมพูชา และเวียดนาม จำนวน 6 แห่ง

 

ครอบคลุมประชากรกลุ่มประเทศ CLMV+T รองรับกับความต้องการของตลาดที่มีประชากรกว่า 250 ล้านคน และยังเป็นฐานการผลิตส่งออกสินค้าไปตลาดอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันบริษัทส่งออกไปยัง 5 ทวีป กว่า 35 ประเทศทั่วโลก

 

ด้านนายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสาหร่าย “เถ้าแก่น้อย” กล่าวว่า จีนถือเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของบริษัทและเริ่มมีทิศทางฟื้นตัวจากโควิด-19 เพื่อรองรับกำลังซื้อของจีนที่กำลังจะกลับมา

ตลาดสแน็ค 3.75 หมื่นล้านวูบ หดตัว 4% บิ๊กเนมปรับแผนหันพึ่งจีนฟื้นตัว

บริษัทได้แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายเพิ่มเติมอีก 1 ราย ในประเทศจีนเพื่อกระจายสินค้าเข้าสู่ช่องทางร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม Traditional Trade และช่องทาง E-Commerce ซึ่งเป็นช่องทางที่มีศักยภาพและโอกาสขยายตัวได้อีกมาก

 

โดยจะเพิ่มไลน์สินค้าในช่องทางจำหน่ายร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมและช่องทางออนไลน์ในช่วงครึ่งปีหลังอีก 10 รายการจากเดิม 6 รายการ เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้จากการส่งออกในครึ่งปีหลังเพิ่มขึ้น และชดเชยรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปจากประเทศไทยในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19

 

หน้า 14-15 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 41 ฉบับที่ 3,696 วันที่ 15 - 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง