
ล่ารายชื่อ จี้ “เปลี่ยนอธิบดีกรมปศุสัตว์” แก้ “โรคลัมปีสกิน” ล้มเหลว
“เกษตรกรเลี้ยงวัวควาย” ล่ารายชื่อเปลี่ยนอธิบดีกรมปศุสัตว์ แห่ล่ารายชื่อ จี้ เปลี่ยนอธิบดีกรมปศุสัตว์ แก้ “โรคลัมปีสกิน” ล้มเหลว ไร้ศักยภาพ
จากปัญหาเรื่องโรคลัมปีสกิน ที่มีการระบาดอย่างรวดเร็ว ในประเทศไทย มาจากการที่ กรมปศุสัตว์ที่ดูแลโดย นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ไม่มีการป้องกันการเกิดโรคที่ดีพอ ทั้งๆที่โรคลัมปีสกิน เกิดในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่สามารถเอาวัคซีนมาฉีดได้ก่อนการเกิดโรค เพียงแค่ประกาศห้ามเคลื่อนย้าย แต่ก็มีการเกิดโรคที่แรกในจังหวัด ร้อยเอ็ด และกระจายต่อไป ในหลายพื้นที่ ทำให้ “วัว-ควาย” ตายเป็นจำนวนมาก
ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจของเกษตรกรเลี้ยงวัวควาย ได้สร้างแคมเปญ ล่ารายชื่อผ่านเว็บไซต์ https://www.change.org/ เรื่อง “เปลี่ยนอธิบดีกรมปศุสัตว์” โรคลัมปีสกินระบาดหนัก “ไม่มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาที่ดีพอ” เพื่อร้องเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้มีอำนาจตัดสินใจอื่นอีกคน (นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลหน่วยงานกรมปศุสัตว์)
“โรคลัมปีสกิน” ถึงแม้โรคนี้จะพึ่งเกิดในประเทศไทย แต่ก็เคยเกิดในประเทศอื่นมาแล้ว ซึ่งไม่ใช่ข้ออ้างที่ดีในการปฏิเสธความรับผิดข้อ และมาตราฐานการจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ทันต่อโรคที่กำลังระบาดในประเทศ เช่น มาตราการ การฉีดวัคซีน ควรจะกำหนดมาตรการไว้ก่อนที่จะนำวัคซีนมา พอได้วัคซีนมาก็ไม่สามารถทำตามข้อกำหนดได้ เพราะ ทำให้เจ้าหน้าที่ยากต่อการทำวัคซีน จึงทำให้ฉีดวัคซีนได้ล่าช้าออกไป
ปัจจุบันการแก้ปัญหาที่ล่าช้าที่เกิดขึ้น ทำให้มีคนลักลอบนำเข้า “วัคซีนเถื่อน” มาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เกษตรกรต้องแบกรับภาระค่าวัคซีน แพงเกินจริง 5-10 เท่ากว่าที่ควรจะเป็น เพราะไม่สามารถรอวัคซีนที่ดำเนินการล่าช้า จากกรมปศุสัตว์ได้ ในส่วนเกษตรกรที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน วัว-ควาย ก็ตายไป
ต่อกรณีนั้น นายอดุลย์ วังตาล นายกสมาคมผู้เลี้ยงโคนมไทยโฮลส์ไตน์ฟรีเชี่ยน เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ผมคิดว่าข้าราชการก็พยายามทำอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว แต่ต้องยอมรับว่ามีเงื่อนไขเยอะ เพราะเป็นเรื่องด่วน จะไปจองได้อย่างรวดเร็วยาก เหมือนกับวัคซีนโควิด และคิดไม่ถึงว่าจะรุนแรง และล้มตายเป็นจำนวนมาก ทั้งที่จริงอัตราการตายควรจะมีน้อย ปรากฏว่าเยอะกว่าที่คาด และกว่าที่จะตรวจไวรัส เพราะให้ตรงกับวัคซีนที่ถูกต้องต้องใช้เวลา เพราะหากใช้วัคซีนที่ไม่ถูกต้องก็ไม่มีประโยชน์
ส่วนลักษณะของไวรัสระบาดไปแล้ว ในพื้นที่อยู่ในตัวสัตว์แล้วเราไปฉีดก็จะปะทุขึ้นมา สัตว์ก็ยิ่งเจ็บป่วยจำนวนมาก นโยบายจะต้องฉีดสัตว์ที่ไม่ได้รับเชื้อเท่านั้นเพื่อป้องกัน แต่โรคนี้มาพริบตาเดียวแค่ 3-4 วัน ระบาดถึงกันหมดเลย เพราะป้องกันยุงไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมว่าใครทำนโยบายนี้ก็ลำบาก ไม่มีทาง อารมณ์เหมือนวัคซีนโควิด ในขณะนี้ จะให้แก้ปัญหาฉับพลัน ผมเห็นใจ แต่ตอนนี้ทางกรมปศุสัตว์ก็พยายามทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมเห็นใจ อีกด้านก็สงสารเกษตรกรรายย่อย อยากจะให้แก้ไขโรคนี้ให้จบโดยเร็ว
ด้านนัยฤทธิ์ จำเล ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าว ถึงการที่ ทัวร์มาลง อธิบดีกรมปศุสัตว์ ในความเป็นจริงต้องไปดูระดับนโยบาย ผมว่าอธิบดีทำงานแอคชั่น! แต่ที่สมาชิกทางภาคอีสาน รายงาน ว่าโดนผู้ใหญ่สกัดเพื่ออะไรมิทราบ แต่ที่ทราบอธิบดีพยายามจะปิดโรค เช่น มีโรคแถวชายแดน มุกดาหาร สั่งปิด ห้ามเคลื่อนย้าย แต่อธิบดีโดนใครไม่รู้เบรกกลางอากาศ ฝ่ายสมาชิกก็ร้องเรียนมายังประธานฯ ว่าไม่ไหวแล้ว โรคระบาดหนักมาก แต่หลังจากนั้นท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เลยสั่งการด้วยตัวเอง จึงมีที่มาที่ไปประมาณนี้แต่ผมไม่รู้ตื้นลึกหนาบางผมไม่รู้ แต่มีสมาชิกทางภาคอีสานแนวตะเข็บชายแดนรายงานมาให้ทราบ
“วันนี้เหมือนไม่เด็ดขาด โรคลัมปีสกิน มาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ปี 2562 ปลายปี ไม่ใช่เพิ่งมารู้ปี 2564 แล้วถ้าทราบก็ซื้อวัคซีนมาป้องกันไว้ ก็จบแล้ว ปล่อยเรื่องเนิ่นนาน ช้าไป 1 ก้าว ถ้าทำงานรวดเร็วน่าจะดีกว่านี้ ผมไม่ได้โทษอธิบดี ผมไม่ได้โทษใคร วันนี้ก็เหมือนวัคซีนคน “วัคซีนโควิด” ตัดสินใจชักเข้าชักออก เหตุการณ์บานปลาย ทำให้ธุรกิจโคเนื้อ โคนมเสียหายมาก”
นายนัยฤทธิ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ทางชุมนุมฯ ได้ทำเป็นตัวอย่างให้ทุกภาคส่วนได้มองเห็น ถ้าเราไม่ทำ จะรอวันตายไม่ได้ วันนี้โคนม จะต้องขับเคลื่อนเรื่องของซื้อบริจาควัคซีนลัมปีสกิน 7 หมื่นโด๊ส วันนี้เราไม่ได้เอาหน้า โดยที่ประชุมคณะกรรมการชุมนุมฯ มีนโยบายนำเข้าวัคซีนโดยไม่รองบประมาณจากรัฐบาลแล้ว ล่าสุดกรมปศุสัตว์ และรัฐมนตรีช่วยฯ บอกว่าจะนำเข้า ครม.อีก 5 ล้านโด๊ส ผมประเมินได้เลยว่าจะเข้ามาใช้เดือน ตุลาคมก็ยังไม่ได้ฉีด เพราะกว่าจะผ่านขั้นตอนยุ่งยาก รอไม่ได้ วันนี้ที่สั่งซื้อวัคซีน เมื่อวาน 28 มิถุนายน ผ่านมา วัคซีนถึงท่าเรือคลองเตยเรียบร้อยแล้ว
นายนัยฤทธิ์ กล่าวว่า ผมก็ยังมองการทำงานของท่าน ก็ขับเคลื่อน แต่ไม่ทันสถานการณ์ แต่ความรู้ผมคิดว่ายังคงมีคนที่ใหญ่กว่าอธิบดี อธิบดีอำนาจไม่เพียงพอ วันนี้โคนม-โคเนื้อ มี จำนวน 7 ล้านตัว ช้าไปแล้ว เกิดโรคไปแล้ว แล้ววัคซีนราคาก็ไม่ได้แพง โด๊สละ 41-43 บาท แต่ กรมปศุสัตว์นำเข้ามาล็อตแรกแค่ 6 หมื่นโด๊ส แลกกับชีวิตโคตัวละ 5 หมื่น-6 หมื่นบาท ผมสงสารเกษตรกร และเศรษฐกิจแบบนี้ แล้วหากปล่อยไว้แบบนี้ผู้บริโภคจะทำให้ไม่กล้ารับประทานเป็นโรคยิ่งแย่ใหญ่ หากโคนม เป็นโรค ก็ส่งน้ำนมดิบไม่ได้ ปล่อยไว้ปัญหาจะบานปลาย
“ตอนนี้สมาชิกก็มาร้องเรียนกันเป็นจำนวนมาก ในเรื่องการจัดสรร "โควตาวัคซีนโรคลัมปีสกิน" ว่า จังหวัดนั้น ทำไมจัดสรรวัคซีนได้แค่นี้ จังหวัดนี้ทำไมได้แค่นั้น โดนหลายเด้งจนทุกคนมองว่า กรมปศุสัตว์ทำอะไรอยู่ แต่ในความเป็นจริงก็มองว่ากรมก็ทำนะแต่ว่ายังขับเคลื่อนไม่เต็มที่หรือไม่ หรือโดนฝ่ายการเมืองบีบหรือไม่ ว่าจะต้องจัดสรรวัคซีนไปจังหวัดโน้น เท่านี้ ที่เราเห็นตัวเลขเยอะผิดปกติ แต่ทำไมจังหวัดที่มีวัวนม มีวัวเนื้อทำไมจัดสรรโควตาวัคซีนมาน้อย จะต้องชี้แจงให้เกษตรกรเข้าใจและรับรู้ว่าเพราะอะไร เคลือบแคลงใจ ส่วนจังหวัดที่จัดสรรโควตาวัคซีนไปเยอะ ต้องมีเหตุผลให้เพราะอะไร อยากทราบวิธีการจัดสรรจัดด้วยหลักอะไร ก็รู้สึกน้อยใจ และก็ต้องทำใจ เพราะ "ค่าวัคซีนโรคลัมปีสกิน" ราคาโด๊สละ 41-43 บาท รับประทานข้าว 1 มื้อ ยังมากกว่านี้”
อัพเดทโพลล์ล่าสุด เวลา 14.30 น.วันที่ 29 มิถุนายน 2564
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ไร้ไอ้โม่งทุจริตวัคซีน “โรคลัมปี สกิน”
- ศ.ดร.กนก บี้ ประภัตร เร่งฉีดวัคซีนโรคลัมปี สกิน แฉไอ้โม่งฉีดตัวละ 500-700 บาท
- บริจาค “วัคซีนลัมปีสกิน” ให้กรมปศุสัตว์ 50,000 โด๊ส
- ไฟเขียว “เกษตรกร –เอกชน “ นำเข้า “วัคซีนลัมปีสกิน” (มีคลิป)
- เปิดแผนกระจายวัคซีน “โรคลัมปี สกิน”
- ถึงไทยแล้ว "วัคซีนโรคลัมปี สกิน” 60,000 โดส










