thansettakij
thansettakij
แบงค์คอกฯปรับโมเดลดันรายได้โต20%

แบงค์คอกฯปรับโมเดลดันรายได้โต20%

10 พ.ค. 62 | 23:45 น.
อัปเดตล่าสุด :13 พ.ค. 62 | 11:19 น.

“แบงค์คอก ไรเตอร์” ปรับโมเดลธุรกิจเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ ขยายงานผ่านออนไลน์ พร้อมฟื้นอี-แม็กกาซีน เดินหน้าจัดคอนเสิร์ตตลอดปี หวังดันรายได้สิ้นปีโตกว่า 20%

นายรัฐรงค์ ศรีเลิศ กรรมการบริหาร บริษัท แบงค์คอก ไรเตอร์ จำกัด และบรรณาธิการบริหาร นิตยสารหนีกรุง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปีนี้บริษัทจะปรับโมเดลการทำงานใหม่ และสามารถทำรายได้ต่อเนื่องเข้ามาทุกเดือน โดยรูปแบบการทำงานของบริษัทจากนี้จะเน้นการทำงานร่วมกับลูกค้า และเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ผ่านทุกกิจกรรม เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทมองว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคปัจจุบันชอบเข้าร่วมกิจกรรม หรือต้องการประสบการณ์ผ่านกิจกรรมมากขึ้น ดังนั้นในปีนี้บริษัทจะมุ่งเน้นการทำงานที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมด้านต่างๆ อาทิ การท่องเที่ยว ดนตรี เป็นต้น พร้อมทั้งในปีนี้จะฟื้นสื่อรูปแบบอี-แม็กกาซีนกลับขึ้นมาทำอีกครั้งในปลายปี โดยเน้นรูปแบบ Creative Magazine และมุ่งเน้นการทำสื่อทีวีออนไลน์

“ปัจจุบันบริษัทถือหมวก 2 ใบทั้งในด้านการทำงานเอเยนซี และเป็นสื่อ จากการทำงานทั้งสองด้านในวันนี้ทำให้บริษัทไม่อาจปฏิเสธได้ว่าออนไลน์เป็นสิ่งไม่จำเป็น แต่ปัจจุบันออนไลน์กำลังมีอิทธิพลมากทั้งในแง่คนทำงานและผู้บริโภค ในขณะเดียวกันออนไลน์ก็ไม่ใช่สื่อที่ทรงอิทธิพลต่อผู้บริโภค 100% เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นทุกคอนเทนต์ และสื่อต่างๆที่ใช้สื่อสารออกไป ต้องผสมผสานกันจึงจะทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งในยุคนี้การสร้างแบรนด์รูปแบบการสร้างกิจกรรมร่วมกับแบรนด์จึงเป็นสิ่งสำคัญ”

แบงค์คอกฯปรับโมเดลดันรายได้โต20%

รัฐรงค์ ศรีเลิศ

ขณะเดียวกันในด้านการทำงานของเอเยนซี จากเดิมในอดีตการทำโฆษณา 1 เรื่องต้องใช้เงินจำนวนมากกว่า 10-20 ล้านบาทและใช้ระยะเวลานานเกือบ 1 ปีกว่าจะสื่อสารไปยังผู้บริโภค แต่ในปัจจุบันเมื่อมีสื่ออนไลน์เกิดขึ้นจากเคยใช้ระยะเวลา 1 ปีออกโฆษณา 1 เรื่อง ปัจจุบันต้องผลิตคอนเทนต์หรือโฆษณารูปแบบคลิปออกมาตลอดเกือบทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน อีกทั้งจากเคยใช้เงินหลักล้าน ปัจจุบันก็เหลือเพียงหลักหมื่นหลักแสนบาทเท่านั้น แม้ในปัจจุบันสื่อมีเดียจะมีราคาถูกลง แต่ในแง่ของคอนเทนต์ก็ไม่ควรลด และควรเน้นคุณภาพคอนเทนต์ให้ดีขึ้น ซึ่งคอนเทนต์ที่มีคุณภาพหลักๆต้องประกอบด้วย ภาพคมชัดสวยงาม สื่อสารข้อความให้ชัดเจน และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตรงจุด ทั้งนี้ในด้านของกิจกรรมอีเวนต์ บริษัทยังคงมุ่งเน้นการทำงานในด้านท่องเที่ยว และดนตรี ซึ่งเป็นความถนัดและมีประสบการณ์มายาวนาน โดยปีนี้บริษัทได้วางแผนจัดคอนเสิร์ตประมาณ 6 งาน ได้แก่ อัสนี-วสันต์, GrandEX บริบูรณ์ อื่นๆเป็นต้น ซึ่งงบลงทุนการจัดคอนเสิร์ตแต่ละครั้งใช้งบลงทุนกว่า 10-20 ล้านบาท และทุกคอนเสิร์ตที่บริษัทจัดขึ้นจะพิจารณาองค์ประกอบ 2-3 ด้านคือ 1.ศิลปินที่จัดมีฐานแฟนเพลงมากน้อย และชัดเจนหรือไม่ 2.เป็นที่รู้จัก และผลตอบรับดี 3.คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการชมคอนเสิร์ตต่างๆ

นายรัฐรงค์ กล่าวว่า บริษัทยังได้ปรับระบบการทำงานจากเดิมเคยวางแผนงานเฉพาะช่วงต้นปีและปลายปี และขาดช่วงกลางปี ซึ่งเป็นช่วงหน้าฝน ปัจจุบันบริษัทได้วางแผนใหม่ในช่วงที่ว่างหน้าฝนบริษัทจะให้ความสำคัญกับการทำสื่อทีวีออนไลน์ หรือครีเอทีฟคอนเทนต์ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันในปัจจุบันบริษัทไม่ได้มุ่งเน้นการทำงานที่ต้องการแข่งขันเพื่อรับรางวัลแล้ว แต่บริษัทมองว่าการแข่งขันคอนเทนต์ หรือกิจกรรมใหม่ๆ เป็นเรื่องที่สนุกกว่า พร้อมทั้งในแง่รายได้ปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้สิ้นปีนี้เติบโตกว่า 20% 

หน้า 32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3468 ระหว่างวันที่ 9-11 พฤษภาคม 2562

แบงค์คอกฯปรับโมเดลดันรายได้โต20%