thansettakij
thansettakij
มหาวิทยาลัยกับพันธกิจด้านความยั่งยืนในระดับนานาชาติ

มหาวิทยาลัยกับพันธกิจด้านความยั่งยืนในระดับนานาชาติ

13 ต.ค. 65 | 00:50 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ต.ค. 65 | 07:56 น.

มหาวิทยาลัยกับพันธกิจด้านความยั่งยืนในระดับนานาชาติ : คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯทัศนะ โดย ผศ.ดร.วรประภา นาควัชระ ผู้ช่วยอธิการบดี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,826 หน้า 5 วันที่ 13 - 15 ตุลาคม 2565

 

พันธกิจด้านความยั่งยืนถือเป็นงานที่สำคัญขององค์กรชั้นนำทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐภาคเอกชนหรือภาคการศึกษา เพราะการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ การพัฒนาที่ตอบโจทย์ความต้องการของมนุษย์ในยุคปัจจุบันโดยไม่สร้างปัญหาให้คนรุ่นหลัง เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ ซึ่งนานาชาติก็เห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ตรงกันจึงได้ร่วมตั้งเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เพื่อเป็น กรอบความตกลงด้านความยั่งยืนเพื่อให้แต่ละประเทศบรรลุร่วมกัน

 

 

มหาวิทยาลัยกับพันธกิจด้านความยั่งยืนในระดับนานาชาติ

 

 

ที่ผ่านมา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับพันธกิจด้านความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นในด้านนโยบายและการบริหารจัดการ การวิจัยและนวัตกรรม การเรียนการสอน รวมถึงการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมกับชุมชน นอกจากนี้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังเล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างและเชื่อมโยงกับเครือข่ายนานาชาติเพื่อบรรลุเป้าประสงค์ด้านความยั่งยืนร่วมกัน และร่วมสร้างผลกระทบได้ในระดับสากล

 

 

โดยในปีนี้จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัยได้เป็นแกนนำในการจัดทำโครงการ APRU SDG Education for Global Citizenship (APRU SDG4GC) ร่วมกับสมาคมมหาวิทยาลัยภาคพื้นแปซิฟิก (Association of Pacific Rim Universities: APRU) ซึ่งประกอบด้วย 60 มหาวิทยาลัย จากทวีปอเมริกา เอเชีย และออสเตรเลีย และสหประชาชาติ (United Nations: UN) ซึ่งเป็นโครงการที่ให้นิสิตนักศึกษาของมหาวิทยาลัยในเครือข่ายได้มา ร่วมเรียนรู้และมีความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาที่ชาวโลกต้องเผชิญ โดยได้ เน้นยํ้าเรื่องความสำคัญของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการ (17 SDGs) โดย Theme ของปีนี้คือ “Shaping the Future of Health & Wellbeing” นอกจากกิจกรรมด้านการเรียนการสอนแล้วยังมีกิจกรรมอื่นในอีกหลายด้าน เพื่อให้นิสิตนักศึกษาได้มีประสบการณ์เชิงลึกเกี่ยวกับปัญหารวมถึงการเสนอแนวทางแก้ไขที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริง

 

 

นอกจากนี้ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้นำโลกทั้งภาครัฐและเอกชนเดินทางมาเพื่อร่วมประชุม APEC ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็จะมีการจัดประชุมผู้นำ ‘APEC University Leaders’ Forum (AULF) ร่วมกับ APRU โดยมีประเด็นหลักของการร่วมประชุมคือ “Preventing the Next Pandemic” ซึ่งที่ผ่านมาวิกฤต Covid ได้สร้างผลกระทบทางลบทั้งในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สังคมควรจะต้องถอดบทเรียนรวมถึงมีการเตรียมความพร้อมหากจะเกิดวิกฤตแนวนี้อีกในอนาคต มหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพด้านวิจัยจึงมีบทบาทที่สำคัญในการชี้นำสังคมเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยการหารือจะแบ่งประเด็นออกเป็น 3 ด้านคือ

 

(1) Partnering on Biomedical Research, (2) Partnering on Effective Socio-cultural Strategies, และ (3) Partnering on Combatting the Infodemic การรวมตัวกันของเครือข่ายผู้นำมหาวิทยาลัย ผู้นำภาครัฐ และผู้นำภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้อง จะช่วยนำมาซึ่งการนำแนวคิดใหม่ๆ ในการแก้ปัญหา รวมถึงการสร้างกรอบแผนงานร่วมกัน เพื่อให้สังคมมีความพร้อมตั้งรับกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

พันธกิจด้านความยั่งยืนเป็นเรื่องที่สำคัญและใหญ่เกินกว่าองค์กรเพียงองค์เดียวหรือประเทศเพียงประเทศเดียวจะบรรลุได้ การทำงานเชื่อมโยงกับเครือข่ายนานาชาติจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อให้เป้าประสงค์ด้านความยั่งยืนประสบความสำเร็จลุล่วงได้

 

References:

https://www.inter.chula.ac.th/apru-sdg-education-for-global-citizenship/

https://www.apru.org/event/aulf2022/