
พุทธศาสนา พระพุทธเจ้ามิได้ฝากไว้กับพระภิกษุ
พุทธศาสนา พระพุทธเจ้ามิได้ฝากไว้กับพระภิกษุ คอลัมน์ ทำมาธรรมะ โดย ราชรามัญ
ยามใดมีข่าวพระภิกษุสงฆ์เกิดขึ้นผู้คนต่างกรนบ่นว่า ศาสนาเสื่อมแล้ว แต่ตามความเป็นจริงพระพุทธศาสนาไม่เคยเสื่อม คำสอนทั้งปวงตั้งตรงเป็นธรรมคู่โลกเช่นเดิม ที่เสื่อมคือบุคคลบางคน พระภิกษุบางรูปเท่านั้น ที่ว่าบุคคลและพระภิกษุเสื่อม คือ เสื่อมจากคุณธรรมที่ควรมีตามสมณสารูป บุคคลคือคนทั่วไปที่เสื่อมก็คุณธรรมว่าสิ่งใดควรทำควรห่าง
คำว่า ศาสนา ประกอบด้วย ศาสดา คำสอนสูงสุดของศาสนานั้นๆ สาวก พิธีกรรม ผู้เป็นศาสนิก (อุปถัมภ์) รวมกันจึงเป็นศาสนาได้ ดังนั้นเมื่อสาวกบางรูปเสื่อมก็ยังเหลืออีกหลายส่วนที่ดีอยู่ ดังนั้นศาสนาไม่มีเสื่อม ด้วยเหตุนี้
เมื่อพระภิกษุมีข่าวอันขัดต่อศรัทธาศีลจารวัตรไม่งดงามตามพระธรรมวินัย ไม่ว่าจะพระนวกะพระเถระ ย่อมต้องได้รับการชำระความ ทั้งคดีโลกคดีธรรม อันนี้เป็นสิ่งที่ควรอย่างยิ่ง แต่เราท่านก็มิควรไปจาบจ้วงพระพุทธศาสนา ต่างๆ นานา เพราะแม้เป็นพระเหมือนกันแต่ก็คนละบุคคลจะเอาความไปเหมารวมนั้นมิควรอย่างยิ่งพระดีก็มีอีกมาก
บางคนถึงขนาดกลัวไปว่า พระที่มีพฤติกรรมเสื่อมเสียโดยมากเป็นมหานิกายมากกว่าธรรมยุตินิกาย แม้เป็นความจริงเรื่องนิกายนี้มิควรนำเอามาเกี่ยวข้อง ย่อมเป็นธรรมดาเมื่อจำนวนพระมหานิกายมีมากกว่าย่อมง่ายที่จะผิดพลาดมากกว่า
ถ้าจะว่ากันไปตามหลักที่เป็นจริงนั้น พระพุทธเจ้าพระองค์ ไม่เคยฝากพุทธศาสนา ไว้กับพระภิกษุ แต่ประการใด กลับกัน พระองค์ทรงตรัสไว้ชัดเจนว่า ศาสนาของพระองค์นี้ จะอยู่ได้ยืนยาวนานเพราะพุทธบริษัท 4 อันประกอบไปด้วย
- ภิกษุ
- ภิกษุณี
- อุบาสก
- อุบาสิกา
ในยามนี้ก็เหลือเพียงแค่ 3 บริษัท เพราะภิกษุณี ได้หมดและจบสิ้นไป เนิ่นนานแล้ว สำหรับหลักการในประเทศไทย และเมื่อมีข่าวที่พระภิกษุปฏิบัติไม่ดี ไม่ตรง ตามข้อวัตรปฏิบัติ พึงควรจะเป็น ย่อมถูกแล้วที่ อุบาสกอุบาสิกา ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบ ท้วงติง พระภิกษุรูปนั้น นี่ก็เป็นการทำหน้าที่ปกป้องพระพุทธศาสนาในรูปแบบหนึ่ง และยิ่งมีคดีความในคดีโลก คิดในกฎหมายบัญญัติ พระภิกษุนั้น ย่อมสมควรได้รับโทษ ตามที่บัญญัติไว้ เมื่อมีความผิดที่ปรากฏชัดแล้ว
บางคนมีแนวคิดว่าเมื่อพระภิกษุทำผิด ทำไมไม่ให้มีการสืบสวนสอบสวน ในรูปแบบแห่งความเป็นภิกษุ ตลอดทั้งลงโทษปรับอาบัติตามรูปแบบแห่งสมณสารูป ต้องเข้าใจก่อนว่า ถ้าความผิดนั้นๆ ไม่เอื้อกับคดีทางโลก เป็นแต่คดีธรรม ย่อมพึงอาศัยวิธีการแห่งธรรมได้ แต่ถ้าการทำผิดนั้นเอื้อคดีโลกด้วยแล้ว ชอบด้วยกฏหมายนักที่จะดำเนินการตามทางโลกเลยทันที
ดังนั้นแม้มีข่าวพระภิกษุที่ไม่ดี อุบาสก อุบาสิกาทั้งหลาย ก็ยังควรที่จะอุปถัมภ์ ค้ำชูพระพุทธศาสนา เป็นกำลังใจส่งเสริมให้ พระภิกษุที่ดี รูปอื่นๆ ต่อไป เพื่อเป็นการสืบทอดพระศาสนา และปกป้องพระศาสนาด้วยไปในตัว มิใช่มาพร่ำบ่นโดยที่ตนไม่ได้พึงทำหน้าที่ เป็นอุบาสกอุบาสิกาที่ดี แต่ประการใดเลย
เมื่อเราเห็นพระภิกษุปฏิบัติไม่ดี ก็ควรแจ้งกับพระในสายปกครอง อาทิเจ้าคณะ อำเภอ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค เป็นลำดับแค่ถ้าความผิดนั้นเนื่องด้วยกฏหมายบ้านเมืองก็แจ้งต่อเจ้าหน้าที่บ้านเมืองได้โดยชอบ แต่ใดๆ หากเป็นการกลั่นแกล้งกัน ผู้ร้องก็ควรได้รับโทษนั้นๆด้วย ตามกฏหมายเช่นกัน







