thansettakij
thansettakij
พุทธศาสนา​ พระพุทธเจ้ามิได้ฝากไว้กับพระภิกษุ

พุทธศาสนา​ พระพุทธเจ้ามิได้ฝากไว้กับพระภิกษุ

21 พ.ค. 68 | 22:30 น.

พุทธศาสนา​ พระพุทธเจ้ามิได้ฝากไว้กับพระภิกษุ คอลัมน์ ทำมาธรรมะ โดย ราชรามัญ


ยามใดมีข่าวพระภิกษุสงฆ์เกิดขึ้น​ผู้คนต่างกรนบ่นว่า​ ศาสนาเสื่อม​แล้ว​ แต่ตามความเป็นจริงพระพุทธศาสนาไม่เคยเสื่อม​ คำสอนทั้งปวงตั้งตรงเป็นธรรมคู่โลกเช่นเดิม​ ที่เสื่อมคือบุคคลบางคน​ พระภิกษุบางรูปเท่านั้น​ ที่ว่าบุคคลและพระภิกษุเสื่อม​ ​คือ​ เสื่อมจากคุณธรรมที่ควรมีตามสมณสารูป​ บุคคลคือคนทั่วไปที่เสื่อมก็คุณธรรมว่าสิ่งใดควรทำควรห่าง​ 

คำว่า​ ศาสนา​ ประกอบด้วย​ ศาสดา​ คำสอนสูงสุดของศาสนานั้นๆ​ สาวก​ พิธีกรรม​ ผู้เป็นศาสนิก​ (อุปถัมภ์)​ รวมกันจึงเป็นศาสนาได้​ ดังนั้นเมื่อสาวกบางรูปเสื่อมก็ยังเหลืออีกหลายส่วนที่ดีอยู่​ ดังนั้นศาสนาไม่มีเสื่อม​ ด้วยเหตุนี้

เมื่อพระภิกษุมีข่าวอันขัดต่อศรัทธาศีลจารวัตรไม่งดงามตามพระธรรมวินัย​ ไม่ว่าจะพระนวกะ​​พระเถระ​ ย่อมต้องได้รับการชำระความ​ ทั้งคดีโลก​คดีธรรม​ อันนี้เป็นสิ่งที่ควรอย่างยิ่ง​ แต่เราท่านก็มิควรไปจาบจ้วงพระพุทธศาสนา​ ต่างๆ นานา​ เพราะแม้เป็นพระเหมือนกันแต่ก็คนละบุคคลจะเอาความไปเหมารวมนั้นมิควรอย่างยิ่งพระดีก็มี​อีกมาก​

บางคนถึงขนาดกลัวไปว่า​ พระที่มีพฤติกรรมเสื่อมเสียโดยมากเป็นมหานิกายมากกว่าธรรมยุติ​นิกาย​ แม้เป็นความจริงเรื่องนิกายนี้มิควรนำเอามาเกี่ยวข้อง​ ย่อมเป็นธรรมดาเมื่อจำนวนพระมหานิกายมีมากกว่าย่อมง่ายที่จะผิดพลาดมากกว่า​   

ถ้าจะว่ากันไปตามหลักที่เป็นจริงนั้น พระพุทธเจ้าพระองค์ ไม่เคยฝากพุทธศาสนา ไว้กับพระภิกษุ แต่ประการใด กลับกัน พระองค์ทรงตรัสไว้ชัดเจนว่า ศาสนาของพระองค์นี้ จะอยู่ได้ยืนยาวนานเพราะพุทธบริษัท 4 อันประกอบไปด้วย 

  • ภิกษุ​ 
  • ภิกษุณี​ 
  • อุบาสก
  • อุบาสิกา

ในยามนี้ก็เหลือเพียงแค่​ 3 บริษัท​ เพราะภิกษุณี ได้หมดและจบสิ้นไป เนิ่นนานแล้ว สำหรับหลักการในประเทศไทย​ และเมื่อมีข่าวที่พระภิกษุปฏิบัติไม่ดี ไม่ตรง ตามข้อวัตรปฏิบัติ พึงควรจะเป็น ย่อมถูกแล้วที่ อุบาสกอุบาสิกา ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบ ท้วงติง พระภิกษุรูปนั้น นี่ก็เป็นการทำหน้าที่ปกป้องพระพุทธศาสนาในรูปแบบหนึ่ง และยิ่งมีคดีความในคดีโลก คิดในกฎหมายบัญญัติ พระภิกษุนั้น ย่อมสมควรได้รับโทษ ตามที่บัญญัติไว้ เมื่อมีความผิดที่ปรากฏชัดแล้ว

บางคนมีแนวคิดว่าเมื่อพระภิกษุทำผิด ทำไมไม่ให้มีการสืบสวนสอบสวน ในรูปแบบแห่งความเป็นภิกษุ ตลอดทั้งลงโทษปรับอาบัติตามรูปแบบแห่งสมณสารูป​ ต้องเข้าใจก่อนว่า​ ถ้าความผิดนั้นๆ ไม่เอื้อกับคดีทางโลก​ เป็นแต่คดีธรรม​ ย่อมพึงอาศัยวิธีการแห่งธรรมได้​ แต่ถ้าการทำผิดนั้นเอื้อคดีโลกด้วยแล้ว​ ชอบด้วยกฏหมายนักที่จะดำเนินการตามทางโลก​เลยทันที​ 

ดังนั้นแม้มีข่าวพระภิกษุที่ไม่ดี อุบาสก อุบาสิกาทั้งหลาย ก็ยังควรที่จะอุปถัมภ์ ค้ำชูพระพุทธศาสนา เป็นกำลังใจส่งเสริมให้ พระภิกษุที่ดี รูปอื่นๆ ต่อไป เพื่อเป็นการสืบทอดพระศาสนา และปกป้องพระศาสนาด้วยไปในตัว มิใช่มาพร่ำบ่นโดยที่ตนไม่ได้พึงทำหน้าที่ เป็นอุบาสกอุบาสิกาที่ดี แต่ประการใดเลย

เมื่อเราเห็นพระภิกษุปฏิบัติไม่ดี ก็ควรแจ้งกับพระในสายปกครอง อาทิเจ้าคณะ อำเภอ เจ้าคณะจังหวัด​ เจ้าคณะภาค​ เป็นลำดับ​แค่ถ้าความผิดนั้นเนื่องด้วยกฏหมายบ้านเมืองก็แจ้งต่อเจ้าหน้าที่บ้านเมืองได้โดยชอบ แต่ใดๆ หากเป็นการกลั่นแกล้งกัน​ ผู้ร้องก็ควรได้รับโทษนั้นๆด้วย​ ตามกฏหมายเช่นกัน​