thansettakij
thansettakij
BCP ซื้อ ESSO… ไม่ได้ดีอย่างที่คิด

BCP ซื้อ ESSO… ไม่ได้ดีอย่างที่คิด

19 ม.ค. 66 | 23:30 น.

คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์

*** แน่นอนว่าการซื้อเอา ESSO เข้ามารวมอยู่ในอาณาจักร อาจจะสามารถเปิดโอกาสใหม่ๆ ได้บ้าง แต่เจ๊เมาธ์ขอบอกไว้ก่อนว่า อย่าได้หวังไว้สูงเกินไป อย่างหนึ่งก็คือ ถึงแม้ว่าการซื้อ ESSO เป็นการซื้อหุ้นตรงจากผู้ถือหุ้นที่ดูเหมือนอาจจะใช้เงินไม่มาก แต่จะมากจะน้อยอย่างไร ก็ยังเป็นเงินจำนวนหลายหมื่นล้าน ที่แม้ในวันนี้ปากจะบอกว่าไม่มีการเพิ่มทุน แต่สุดท้ายแล้วในอนาคตอาจจะมีการเพิ่มทุนก็เป็นได้ ของแบบนี้มันก็ไม่แน่ ...ใครจะรับประกัน

ส่วนอีกเรื่องก็คือ การลงทุนซื้อ ESSO เข้ามาในครั้งนี้ ยังไม่แน่ว่าเมื่อหักลบกลบหนี้แล้วสินทรัพย์ที่จะได้มา จะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรคุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายออกไปได้แค่ไหน เพราะถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่การโตในแบบที่เป็นธรรมชาติ...เป็นเพียงการจ่ายเพื่อเพิ่มช่องทางการขาย

เอาเป็นว่าสำหรับเจ๊เมาธ์แล้ว ประเด็นเรื่องการดูดเอา ESSO เข้ามาอยู่ด้วย มันก็เป็นได้เพียงแค่จังหวะเพื่อการขยับราคาหุ้นเฉพาะหน้า ประมาณว่า มองแค่ปัจจัยพื้นฐานที่เป็นปัจจุบันของ BCP ก็พอแล้ว ส่วนเรื่องการได้มาซึ่ง ESSO ให้ถือซะว่าเป็นแค่ของแถม...งานนี้ต้องมองเกมยาวเจ้าค่ะ

 

*** ถึงตอนนี้อาจจะต้องจับตาดูหุ้น KOOL เอาไว้บ้าง แต่บอกไว้ก่อนว่าไม่ใช่เป็นเพราะว่า ผลการดำเนินงานในธุรกิจเดิมที่ทำอยู่จะดีขึ้นหรือไม่ สาเหตุที่เจ๊เมาธ์เกิดสนใจหุ้นตัวนี้ขึ้นมา เป็นเพราะการที่ “เกรียงไกร ศิระวณิชการ” ได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ที่จำนวน 615.6 ล้านหุ้น ในสัดส่วน 24.90%

และ “เกรียงไกร” คนนี้ก็เป็นคนเดียวกันที่เคยเข้าไปซื้อหุ้นล็อตใหญ่ของ A5 ในราคาไม่กี่สตางค์เป็นเวลาหลายปีก่อน ที่ A5 จะได้กลับเข้ามาซื้อขายหุ้นในตลาดฯ (RESUME TRADE) จนสร้างปรากฏการณ์วันแรกของการซื้อขายราคาหุ้น ก็พุ่งแรงขึ้นไปถึงจุดสูงสุดที่ 8 บาท ก่อนที่จะกลับลงมาอยู่ที่ราวๆ 4 บาท ในปัจจุบัน

โดยล่าสุด “เกียงไกร” ได้ดึงเอา บริษัท แคปปิตอล ลิ้งค์ เจ้าพระยา จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจเดิมของตนเข้ามาอยู่ใน KOOL ในสัดส่วนร้อยละ 99.98 ของทุนจดทะเบียนด้วยจำนวนเงินแค่ 999,800 บาท และเมื่อมาทรงนี้แล้วมันก็น่าจะออกมาในรูปของการที่ “เกรียงไกร” ได้ทำการ “Backdoor (แบคดอร์)” KOOL แบบกลายๆ ไปแล้วนั้นเอง

เอาเป็นว่า KOOL ถือว่าเป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่เจ๊เมาธ์อยากฝากให้แฟนๆ ของเจ๊เก็บเอาไว้เป็นการบ้าน ถึงแม้ว่าเกมนี้อาจจะยาวไปบ้าง...แต่บอกเลยว่าไม่ธรรมดาแน่นอน

 

*** เจ๊เมาธ์บอกไปเมื่อปลายปีที่แล้วว่า ใครที่ดอยหุ้น MAKRO จะสามารถหลุดดอยได้ ซึ่งถึงตอนนี้ก็เป็นไปอย่างที่เจ๊เคยบอกไปแล้วไม่มีผิด แต่สิ่งที่เจ๊เมาธ์บอกเคยเพิ่มเติมไปว่า “อย่าได้คาดหวังว่าเมื่อหลุดดอยแล้วราคาหุ้นจะวิ่งได้แรงก็คงจะบอกได้เลยว่าไม่ถึงขนาดนั้น” ส่วนสาเหตุเจ๊เมาธ์ก็ยังยืนยันตามเดิมว่า มีหลักๆ อยู่เพียงแค่ 2 อย่าง โดยอย่างแรกคือ การเพิ่มทุนที่ว่านี้ทำให้ MAKRO มีจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นมากว่าหมื่นล้านหุ้นจากหุ้นเดิมที่เคยมี...ทำให้แม้จะมีกำไรที่มากขึ้น แต่กำไรที่มีจะถูกกระจายจนทำให้กำไรต่อหุ้นมีน้อยลงนี้ไม่สร้างแรงดึงดูดใจ

ขณะที่เรื่องที่สองเป็นเรื่องของแรงขาย ที่จะเกิดขึ้นภายหลังจากการหลุดดอย ซึ่งอาจจะเกิดจากการขายเอาทุนคืน หรือ การขายเพื่อทำกำไรจากนักลงทุนที่เก็บหุ้นมาแล้วก่อนหน้านี้ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม...มาถึงตอนนี้แล้วก็ถือว่าหุ้น MAKRO เป็นหุ้นใหญ่อีกหนึ่งตัว ที่ได้ผ่านการปรับฐานราคาใหม่ไปแล้วจนน่าจะถือยาวได้ แต่เจ๊ของย้ำคำว่า “ถือยาว” เท่านั้นนะคะ เพราะงานนี้บอกเลยว่าคนธรรมดาทำไม่ได้ มีแต่ “คนอึด” เท่านั้นถึงจะได้กำไรจากหุ้นเครือซีพีเจ้าค่ะ อิอิอิ

*** สัปดาห์หน้าหุ้นโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามรายใหม่อย่าง บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER จะเข้าซื้อขายหุ้นวันแรกในวันที่ 25 ม.ค. 66 ซึ่งโดยส่วนตัวของเจ๊เมาธ์แล้วเจ๊เองก็ยอมรับว่าธุรกิจเสริมความงามนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ ซึ่งมีส่วนที่จะทำให้ราคาหุ้นตัวนี้วิ่งแรงได้แบบไม่ธรรมดา

แต่อีกเรื่องที่เจ๊เมาธ์อยากจะตั้งข้อสังเกตว่า จะเป็นอีกแรงผลักดันที่จะทำให้หุ้นตัวนี้ดูฟิตมากกว่าปกติ ก็คือ เรื่องของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับหุ้นตัวนี้ ไม่ว่าจะญาติทางฝ่ายภรรยา ที่เกี่ยวข้องอยู่กับบริษัทรับเหมาที่อยู่ในตลาดฯหลักทรัพย์ไทย เซเลบทั้งหลายที่เป็นทั้งพรีเซนเตอร์ ผู้แทนจำหน่ายและผู้ใช้บริการ รวมไปถึงบรรดาเซียนหุ้นรายใหญ่หลายคน ที่เข้ามามีเอี่ยวอยู่กับหุ้นตัวนี้ เอาเป็นว่ารอดูหน้างาน...ไม่ต้องพูดมาก หุ้นตัวนี้ไม่ธรรมดาแน่นอนเจ้าค่ะ

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 42 ฉบับที่ 3,855 วันที่ 22 - 25 มกราคม พ.ศ. 2566