thansettakij
thansettakij
คนไทยเตรียมตัวรวย

คนไทยเตรียมตัวรวย

12 ต.ค. 69 | 01:00 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ต.ค. 69 | 01:04 น.

คนไทยเตรียมตัวรวย คอลัมน์ Mr.Clean Capital นายทุนสะอาด โดย พชร นริพทะพันธุ์ กรรมการ ก.ล.ต.

สัปดาห์นี้ คนกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี WORLD BANK - IMF หลังจากเคยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี พ.ศ.2534 ในสมัย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน หกปีหลังจากนั้น ประเทศไทยได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี พ.ศ.2540 ซึ่งถือว่าเป็นฉบับที่ทำให้ประเทศไทยก้าวกระโดดทางเศรษฐกิจมากที่สุดฉบับหนึ่ง จนกระทั่งถูกเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2550 และฉบับปัจจุบันปี พ.ศ.2560

การพัฒนาระหว่างปี 2534ถึงปี 2560 เราได้มี พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ที่สร้างโครงสร้างตลาดทุนของประเทศไทยรองมาจากระบบธนาคาร จนกระทั่งเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งปี พ.ศ.2540 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเงินครั้งใหญ่ของประเทศไทย และทำให้เศรษฐกิจของเราแข็งแกร่งเป็นอันดับต้น ๆ ของอาเซียนหลังจากนั้นเป็นเวลาหลายสิบปี

พชร นริพทะพันธุ์ กรรมการ ก.ล.ต.

 

การกลับมาเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ผู้นำทางการเงินและการธนาคารทั่วโลกจะได้เห็นการพัฒนาของกรุงเทพฯ และประเทศไทย ตั้งแต่สนามบินลงมาถึงใจกลางเมืองที่เปลี่ยนแปลงหน้าตาไปมากในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา และเป็นการเตือนเราว่า ทุกการพัฒนา ทุกการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น มักจะต้องประสบอุปสรรคเคราะห์กรรมก่อนจะเห็นผล ซึ่งก็เริ่มด้วยน้ำท่วมจากฝน 300 มม. ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก

ประเทศไทยกับตลาดเงินที่มั่นคงและการเข้าถึงการบริการทางการเงินที่ล้ำสมัย

หลังจากวิกฤติต้มยำกุ้งปี พ.ศ.2540 ประเทศไทยได้พัฒนาระบบการเงิน การธนาคาร และตลาดทุน จนทำให้เรามีทุนสำรองและความสามารถในการรับมือการแทรกแซงจากต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ ระบบการลงทุนในตลาดทุนและตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นมาตรฐานโลก พร้อมรับมือกับผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และโอกาสใหม่ ๆ ที่เข้ามา ทำให้คนไทยสามารถลงทุนและกลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จทางการลงทุนเพิ่มมากขึ้น เราได้เห็นเศรษฐีหุ้นมากมายและธุรกิจที่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น

ประเทศไทยยังมีระบบเทคโนโลยีทางการเงินที่ผสมผสานกับระบบโทรคมนาคมที่แข็งแกร่ง การทำระบบพร้อมเพย์ การโอนเงินโดยไม่มีค่าธรรมเนียม ระบบโมบายแบงก์กิ้งที่สามารถทำให้ประชาชนเข้าถึงทุกบริการของธนาคาร ทั้งการฝาก ยืม ลงทุน ความสามารถในการสั่งซื้อหุ้น การสั่งซื้อกองทุน และการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากสมาร์ทโฟน ถือเป็นประเทศที่ล้ำหน้าในระดับต้น ๆ ของโลก

 

คนไทยยังสามารถยืนยันตัวตนและทำธุรกรรมได้อย่างปลอดภัยผ่านโทรศัพท์มือถือทั้งหมด ถึงแม้ว่าเราจะต้องต่อสู้กับกลโกงของอาชญากร แต่เราก็ได้เรียนรู้วิธีการและการป้องกันเป็นประเทศแรก ๆ ของโลกเช่นกัน

รัฐบาลกับ Keynesian เต็มเพดาน 70% กับเอกชนที่แข็งแกร่ง

ด้วยวิกฤติทางการเมืองกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจเติบโตต่ำ ทำให้ความสามารถในการเจริญเติบโตต่ำกว่าโอกาสที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ส่งผลให้ความสามารถในการลงทุนของรัฐต่ำลง เนื่องจากความสามารถในการกู้เงินที่ลดลง และไม่สามารถลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประเทศอยู่ในภาวะที่โตต่ำกว่ามาตรฐาน

เพื่อที่จะทำให้คนไทยรวยขึ้น รัฐต้องใช้เงินอย่างประหยัด ปรับลดงบรายจ่ายประจำ และเพิ่มความสามารถในการลงทุนจากนวัตกรรมทางนโยบายต่าง ๆ เช่น การลดจำนวนข้าราชการ การจัดโครงการเกษียณอายุพิเศษ การปรับลดองค์กรที่ไม่จำเป็น และขันน็อตองค์กรกำกับดูแลให้เป็นมาตรฐานของโลกเศรษฐกิจเสรีนิยม เพื่อรองรับการขยับการลงทุนและการสร้างโอกาสให้เศรษฐกิจไทย

ประชาชนยังต้องช่วยสนับสนุนการเติบโตของภาคเอกชนไทยมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เอกชนไทยมีคุณภาพและเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างมูลค่าในการพัฒนาประเทศไทย จำนวนเอกชนขนาดใหญ่ต้องเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยพยุงการสร้างงานและสร้างคนชนชั้นกลางให้มีคุณค่ามากขึ้นในสังคมไทย

การสร้างความมั่นใจกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศ

ประเทศไทยมีระบบและโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีมาตรฐานสูงมากประเทศหนึ่งในภูมิภาค จะเป็นรองก็แค่สิงคโปร์ หากประเทศไทยสามารถใช้โอกาสนี้ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ก็จะเป็นรากฐานให้คนไทยในอนาคตได้อย่างมั่นคง ความสามารถในการสร้างพลังทางเศรษฐกิจก็จะทำให้ทุกสถาบันในประเทศไทยมั่นคง ประชาชนก็สามารถช่วยรัฐขับเคลื่อนและเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจ รวมถึงมั่นใจที่จะจ่ายภาษีเพื่อการบริการของภาครัฐที่มีคุณภาพ

ความมั่นใจของนักลงทุนและประชาชนส่วนใหญ่เกิดจากความมั่นใจในความยุติธรรม ความเท่าเทียมกันทางกฎหมาย และการเข้าถึงโอกาส สิ่งเหล่านี้จะประสบผลสำเร็จได้หากหน่วยงานและระบบของกระบวนการตัดสินใจมีความโปร่งใสและมีความชัดเจน การลดอำนาจการใช้ดุลยพินิจและกลับไปยังพื้นฐานของระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร (Civil Law) ที่ยึดตัวบทและบัญญัติที่มีความชัดเจน มีบรรทัดฐาน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ และส่งเสริมให้คนภูมิใจในระบบของไทย ไม่ใช่ช่องว่างดุลยพินิจ มีใบสั่ง ใบเสร็จ หรือการตั้งธง จนทำให้ระบบยุติธรรมสั่นคลอน แปลงร่างจนกลายเป็นระบบทุนนิยมยุติธรรม ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการสร้างความมั่นใจในการลงทุน

การออกกฎระเบียบที่มากเกินไป การมีผลกระทบย้อนหลัง และการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ทำให้ระบบเกิดความอ่อนไหวและสวนทางกับทิศทางการพัฒนาของประเทศ อาทิ การออกระเบียบกำกับดูแลต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา ได้ถูกศาลสูง (Supreme Court) ออกแนวทางในการนับเวลาการใช้สิทธิอายุความ โดยนับจากวันที่เกิดผลกระทบ ไม่ได้นับจากวันที่บังคับใช้ เหตุเพราะหลายครั้งเกิด Unintended Consequence (ผลกระทบที่ไม่คาดคิด) จนกระทั่งมีเหตุที่เกิดผลกระทบขึ้นมา ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายหลายปีหลังจากออกระเบียบนั้น ๆ ด้วยเหตุนี้ การออกระเบียบใด ๆ จึงต้องใช้ความระมัดระวังและคงเส้นคงวา ไม่จำเป็นต้องออกหรือแก้ไขเพื่อตอบสนองเหตุการณ์ระยะสั้นเพียงเพราะสังคมโซเชียลเรียกร้อง

การเตรียมพร้อมของคนไทยที่จะรวย

ความรวยของคนไทยไม่ได้มาจากเงินแจก เงินเบี้ยคนชรา หรือเงินอุดหนุนสินค้าเกษตร แต่คนไทยจะต้องรวยจากการพัฒนาอาชีพ การสร้างธุรกิจ และการลงทุนทางการเงิน ซึ่งต้องเริ่มจากการพัฒนาความสามารถและวิสัยทัศน์ของคนไทยที่จะช่วยสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่แข็งแกร่ง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่ระดับการศึกษา และสามารถปลูกฝังให้อยู่ในสัมปชัญญะพื้นฐานของวิญญูชนทั่วไป ที่สามารถกระตุ้นและส่งเสริมกันได้ ไม่ต่างกับพฤติกรรมอื่น ๆ ที่ส่งเสริมสุขภาพ เช่น การงดสูบบุหรี่ การงดดื่มเหล้า ฯลฯ โดยคนไทยต้องคำนึงถึงกฎสี่ข้อที่ต้องใช้เตรียมพร้อมกับความรวย:

1. ความรวยไม่มีทางลัด - การรวยทันใจคือจุดเริ่มต้นของความจนถาวร มันคือวิบัติที่รอเกิดกับคนที่ชอบใช้ทางลัด ไม่ว่าจะเป็นการพนัน การเสี่ยงดวง การขโมย หรือการเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น

2. ความรวยเกิดจากความพอใจมากกว่าการเปรียบเทียบ  หากเราเปรียบเทียบกับคนที่รวยกว่าเราตลอดเวลา เราก็จะเป็นคนจนเมื่อเทียบกับคนที่รวยกว่าเสมอ

3. ความรวยเกิดจากสติ - ความรวยเกิดจากความระมัดระวัง ละทิ้งความใจร้อน และต้องรู้ว่าทุกทรัพยากรมีจำกัด เราต้องใช้ให้เหมาะสมและมีสมรรถภาพ ไม่ได้เกิดจากการที่เพื่อนบอกให้ลงทุนซื้อหุ้นซื้อทองแล้วแห่กันไปตามคำบอกเล่า

4. ความรวยเกิดจากความรับผิดชอบ - เมื่อเราทำหน้าที่ของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง เราจะเกิดความเก่ง ความเชี่ยวชาญ และความสามารถในการพัฒนาต่อยอด ยกตัวอย่างเช่น ร้านราเม็งในประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น

เมื่อคนไทยจะรวยไม่ไหวแล้ว

รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมักกลัวการไม่ได้รับเลือกตั้งครั้งต่อไป และไม่กล้าที่จะไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชนที่เป็นผู้เลือกเขา ดังนั้น ประชาชนจึงเป็นผู้มีสิทธิที่จะบอกว่าพวกตนต้องการอะไรที่จะทำให้รวยได้ ซึ่งประชาชนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของประเทศไทยก็ตาม ควรขอจากรัฐบาลเพียงไม่กี่อย่าง ดังนี้:

  • ระบบสาธารณสุขและการศึกษาที่มีคุณภาพ และไม่สร้างภาระให้ประชาชนเพิ่ม เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตและสร้างเศรษฐกิจของตัวเองได้โดยไม่ต้องพะวงกับภาระเบื้องหลัง
  • การลงทุนของรัฐที่สร้างคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน เช่น ถนนที่ปลอดภัย การเดินทางที่ปลอดภัย ระบบน้ำ ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และระบบคมนาคม ที่จะช่วยลดภาระและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับประชาชน
  • เลือกคนใส่ใจและมีใจมาทำงานในตำแหน่งที่ถูกต้องและเหมาะสมเพื่อประชาชนและสังคม คนที่รู้หน้าที่และมีใจกับการทำงานจะทำทุกอย่างเพื่อความเชื่อ และทุ่มเทพลังกับการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประชาชน โดยไม่ดูเพียงการตลาดผิวเผิน
  • ลดกฎเกณฑ์ที่สร้างกำแพงกั้นระหว่างชนชั้นของประชาชน กฎเกณฑ์ในเมืองไทยมักถูกเลือกใช้ปฏิบัติกับคนบางกลุ่ม และงดใช้กับคนบางกลุ่ม ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของระบบแบบไทย ๆ วิธีการแก้ไขคือ ลดกฎเกณฑ์ให้เหลือน้อยที่สุด และใช้เกณฑ์สำหรับกั้นคนร้าย ไม่ใช่กั้นคนดี

สุดท้ายนี้ นิยามของความรวยถูกบัญญัติไว้ในหลายรูปแบบ คนรวยที่ไม่เคยรู้สึกพอเมื่อไปเทียบกับคนที่รวยกว่า กับคนรวยที่ไม่ไม่มีวันจนคือคนที่สามารถมีความสุขกับทุกอย่างที่ตนมี ซึ่งสิ่งสำคัญของความรวยคือ "ความสามารถที่จะรู้สึกรวย" บางคนรวยเพื่อน บางคนรวยเงิน บางคนรวยวัตถุ แต่ความรวยที่รัฐสามารถจัดสรรให้กับคนไทยได้คือ การมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีความยุติธรรมและความเท่าเทียม

ความรวยนี้จะไม่มีใครพรากไปจากคนไทยได้ หากทุกคนร่วมมือกันและใช้โอกาสในการเตรียมพร้อมรับความรวยครั้งนี้ แสดงให้แขกจากนานาชาติเห็นว่าคนไทยทุกคนเป็นคนรวย เป็นสยามเมืองยิ้มที่ผู้คนรู้จักดี เพราะที่แน่ๆ ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมกับคนจน