
บทพิสูจน์ขุนคลังคนใหม่ กับการฟื้นเศรษฐกิจไทย
บทพิสูจน์ขุนคลังคนใหม่ กับการฟื้นเศรษฐกิจไทย : บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3991
เข้าประจำการในพื้นที่เป็นที่เรียบร้อย สำหรับรัฐมนตรีใหม่ ในรัฐบาล “เศรษฐา 2” คนที่เป็นที่จับตา หนีไม่พ้นขุนคลัง อย่าง "พิชัย ชุณหวชิร" ที่เข้ามารับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และยังไม่กระจายตัว
แถมยังเกิดแรงปะทะระหว่างรัฐบาลในฐานะผู้กำกับดูแลนโยบายการคลัง กับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ในฐานะกำกับดูแลนโยบายการเงินที่มีความเห็นต่างเรื่องนโยบายดอกเบี้ย
ที่ประทุขึ้นมาถึงขั้นมองไปถึงการเดินหน้าแก้ไขกฎหมายแบงก์ชาติ หลังหัวหน้าพรรคเพื่อไทย “แพทองธาร ชินวัตร” ออกมาแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “10 เดือนไม่รอทำต่อให้เต็ม 10” เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งความตอนหนึ่งวิจารณ์การทำงานของธปท.ว่า
“กฎหมายพยายามจะให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นอิสระจากรัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นปัญหาและอุปสรรคมากๆ สำหรับการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ เพราะว่านโยบายทางด้านการคลังถูกใช้งานเพียงด้านเดียวมาโดยตลอด ทำให้ประเทศของเรามีหนี้ที่สูงมากขึ้น และก็สูงเพิ่มมากขึ้นทุกปีจากการตั้งงบประมาณที่ขาดดุล ถ้านโยบายการเงินที่บริหารโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ยอมที่จะเข้าใจ และไม่ยอมให้ความร่วมมือประเทศของเราจะไม่มีทางลดเพดานหนี้ได้เลย”
ก่อนที่จะมีกระแสตามมาว่า รัฐบาลเพื่อไทยกำลังยกร่างแก้ไขกฎหมาย ธปท.ใน 2 ประเด็นหลักคือ ความเป็นอิสระที่มากเกินไป และเตรียมแยกการกำกับดูแลสถาบันการเงินออกมาเป็นหน่วยงานเฉพาะ ไม่ต้องอยู่ภายใต้แบงก์ชาติอีกต่อไป
เหมือนๆ กับการแยกกรมการประกันภัย ออกจากกระทรวงพาณิชย์ มาจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำกับดูแลบริษัทประกันภัยออกมา เพื่อให้ดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ ไม่ต้องยึดโยงกับดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติอีกต่อไป
แม้กระแสสังคมจะแตกเป็นสองฝ่าย แต่ดูเหมือนแรงหนุนจะขึ้นฝั่งที่บางขุนพรหมมากกว่า ที่ทุกคนยังต้องการเห็นความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล
ที่สุดรัฐบาลต้องเริ่มเสียงอ่อน พร้อมๆ กับยืนยันว่า การแก้ไขกฎหมายแบงก์ชาติจะเป็นทางสุดท้าย ซึ่งนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ออกมายืนยันว่า คู่กรณีของตนไม่ใช่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย แต่คู่กรณีคือ ความยากจนของประชาชนและความยากจนเกิดมาจากดอกเบี้ยสูง
พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงประกาศนโยบายเร่งด่วนทันทีอันดับแรกคือ การเพิ่มรายได้ควบคู่กันกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาหนี้
รวมถึงสะสางปัญหาโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่ยังคาราคาซัง เพื่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะมีความเชื่อมโยงถึงกันทั้งรายใหญ่ รายเล็ก เอสเอ็มอี และ ภาคแรงงาน ซึ่งการเติมเงินเม็ดเงินเข้าไป จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจช่วยให้จีดีพีเติบโตได้






