thansettakij
thansettakij
เศรษฐกิจไทยปีมะโรง อีก 1 ปีที่ยังไม่สดใส

เศรษฐกิจไทยปีมะโรง อีก 1 ปีที่ยังไม่สดใส

09 ธ.ค. 66 | 00:30 น.

เศรษฐกิจไทยปีมะโรง อีก 1 ปีที่ยังไม่สดใส บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3947

นับถอยหลังอีกไม่กี่วันก็จะสิ้นสุดปี 2566 ปีเถาะ-กระต่าย และปี 2567 ปีมะโรง-งูใหญ่ จะเข้ามาแทนที่ บรรยากาศก่อนสิ้นปี เศรษฐกิจ กำลังซื้อของคนไทยยังไม่คึกคักเท่าที่ควร และในภาพรวมปีนี้ยังต้องลุ้นว่าเศรษฐกิจ หรือ จีดีพีไทย จะขยายตัวได้ถึง 3% หรือไม่ เพราะตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ 10 เดือนแรกปี 2566 ยังติดลบ (-2.7%) 
 
ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นความหวังช่วยฟื้นเศรษฐกิจ ตัวเลขสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 มีต่างชาติเที่ยวไทยแล้ว 25.08 ล้านคน สร้างรายได้ 1.06 ล้านล้านบาท ซึ่งทั้งปีนี้ ททท.คาดต่างชาติเที่ยวไทยจะมีประมาณ 27 ล้านคน สร้างรายได้ 1.2 ล้านล้านบาท จากที่วางเป้าหมายไว้ที่ 25-28 ล้านคน สร้างรายได้ 1.6 ล้านล้านบาท 
     
โดยททท.คาดว่าตลอดทั้งปี 2566 นี้ เมื่อรวมรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.2 ล้านล้านบาท และรายได้จากนักท่องเที่ยวไทยอีก 8 แสนล้านบาท รวมจะมีรายได้จากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท ตํ่ากว่าเป้ารายได้ที่ตั้งไว้ 2.4 ล้านล้านบาท หรือพลาดเป้าไป 4 แสนล้านบาท

ทั้งนี้หลายฝ่ายทราบกันดีว่า มีปัจจัยหลักส่วนหนึ่งจากนักท่องเที่ยวจีนที่เป็นนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก ทำไม่ได้ตามเป้าหมายที่ 5 ล้านคน จากผลกระทบเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว คนเดินทางน้อยลง และยังเป็นผลจากกระแสข่าวเชิงลบในจีน ที่ประโคมมาเที่ยวไทยแล้วไม่ปลอดภัย ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเร่งช่วยกันแก้ไข ขณะที่กำลังซื้อของคนในประเทศยังถูกกดทับจากหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบ หนี้เอสเอ็มอี หนี้เอ็นพีแอล ที่ยังสูง และรอรัฐบาลพิสูจน์ฝีมือในการแก้ปัญหา 
     
มองไปข้างหน้าในปี 2567 ค่าไฟฟ้าที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ และต้นทุนของภาคธุรกิจจ่อปรับขึ้นอีก ซึ่งจะส่งผลต่อราคาสินค้าปรับขึ้นตามมา ขณะที่นักลงทุนไทย-เทศ ที่จะขยายการลงทุน หรือ มีแผนจะลงทุนใหม่ ค่าไฟฟ้าที่จะปรับเพิ่มขึ้น และยังแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนจะใช้ในการตัดสินใจว่าจะลงทุนในไทยดีหรือไม่
      
ส่วนค่าจ้าง หรือ แรงงานขั้นตํ่า ที่ไตรภาคีทั่วประเทศได้หารือและส่งข้อสรุปให้กระทรวงแรงงาน เตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา (12 ธ.ค.)เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับผู้ใช้แรงงาน ด้านหนึ่งช่วยให้คนหาเช้ากินคํ่ามีรายได้เพิ่มขึ้น มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งก็จะไปเพิ่มภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการ ซึ่งในรายที่ยังขาดสภาพคล่อง สายป่านไม่ยาว อาจถึงขั้นไปไม่รอด
 

ส่วนโครงการดิจิทัล วอลเล็ต เติมเงิน 10,000 บาท ให้คนไทย 50 ล้านคน 5 แสนล้านบาท ด่านแรกยังต้องรอคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า การออก พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้าน ทำได้หรือไม่ หากทำได้ และผ่านขั้นตอนต่าง ๆ และสามารถเติมเงินให้ประชาชนได้ตามไทม์ไลน์เดือนพฤษภาคม 2567 ก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้หมุนได้หลายรอบ แต่หากติดขัดแง่กฎหมายไม่สามารถทำได้ การกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้เงินก้อนใหญ่ของรัฐบาล เพื่อดันจีดีพีให้ได้ตามเป้าหมายที่ 5% ก็คงต้องสะดุด และต้องหาแนวทางใหม่มากระตุ้น 
     
แค่หนังตัวอย่างถึงภาพที่จะเกิดขึ้นในปีมะโรง 2567 ข้างต้น ที่ยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้านที่รอรัฐบาลเร่งแก้ไข และให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรม ก็เห็นภาพลาง ๆ แล้วว่า เศรษฐกิจไทยปีหน้ายังอยู่ในภาวะที่ไม่แตกต่างจากปีนี้มากนัก