thansettakij
thansettakij
‘3 วิกฤต’ ในเมียนมา

‘3 วิกฤต’ ในเมียนมา

11 มี.ค. 66 | 02:30 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มี.ค. 66 | 04:09 น.

‘3 วิกฤต’ ในเมียนมา : คอลัมน์บทความ โดย... นายหัวอัทธ์ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,869 หน้า 5 วันที่ 12 - 15 มีนาคม 2566

‘3 วิกฤต’ ในเมียนมา

บทความโดย : นายหัวอัทธ์

รัฐประหารในเมียนมาเพิ่งครบรอบ 2 ปี ไปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 (วันรัฐประหารเริ่ม 1 ก.พ. 2564) และกำลังเข้าสู่ปีที่สามที่ไร้ทางออก ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ภายใต้รัฐบาลทหารเมียนมา ในมุมมองของผมมี 3 ประเด็นสำคัญที่กลายเป็นวิกฤตในเมียนมาขณะนี้คือ วิกฤติเศรษฐกิจ ประชาชนเมียนมา และฉันทามติ 5 ข้ออาเซียน  

ผมขอเริ่มจาก “วิกฤตสิทธิมนุษยชน” ผ่านทางรายงานของ UN โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน ที่เพิ่งออกรายงานต้นเดือนมีนาคม 2566 เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2564 ถึง 31 ม.ค. 2566 ชื่อว่า “Situation of human rights in Myanmar, OHCHR Myanmar” ซึ่งประเมินความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน เสรีภาพ การเข้าถึงอาหาร และการศึกษาออกมา “เป็นตัวเลข” 

 

ตามรายงานดังกล่าว พบว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คนเมียนมาเสียชีวิต 2,940 คน ถูกจับคุม 17,572 คน มีการต่อสู้ใน 255 เมือง จากทั้งหมด  330 เมือง สามารถพูดได้ว่าเกือบทุกเมืองมีการสู้รบ รัฐสกาย (Sagaing) ที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ (ติดกับอินเดีย) เป็นพื้นที่ที่มีการต่อสู้ ที่ทำให้คนเมียนมาเสียชีวิตมากที่สุดจำนวน 1,200 คน ตามด้วยการเสียชีวิตของคนเมียนมาในเขตย่างกุ้ง และเขตมัณฑะเลย์ ตามลำดับ 

โดยมี 4 รูปแบบที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตและความเสียหายอื่นๆ  คือ การโจมตีทางอากาศ การโจมตีทางพื้นดิน การโจมตีด้วยการเผา และ การจับกุม โดยการโจมตีใน 3 วิธีการแรก ทำให้ในปีที่สอง (2565) มีความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินมากที่สุด  

 

 

ที่น่าสังเกตคือ ในปีแรก (2564) ส่วนใหญ่เป็นยุทธวิธีคือ การจับกุมมีการเสียชีวิตไม่มาก แต่ในปีที่สอง (2565) มีการจับกุมลดลง แต่มีการเสียชีวิตมากขึ้น นั่นแสดงว่า การเข้าสู่ปีที่สอง เป็นความรุนแรงถึงชีวิตมีมากขึ้น 

ตลอดปี 2565 จำนวนบ้านเรือนของประชาชนถูกเผาเพิ่มขึ้นจาก 2,929 แห่ง เป็นเกือบ 4 หมื่นแห่ง การแสดงความคิดเห็นถูกปิดกั้น มีการประเมินการติดต่อสื่อสารทางอินเตอร์เทอร์ที่ถูกปิดตัวลง จับกุมผู้สื่อข่าวจำนวน 178 คน ยกเลิกใบอนุญาตสำนักพิมพ์ 21 แห่ง ใครที่แสดงความคิดเห็นสนับสนุนต่อต้านรัฐบาลโดยการกด “Like” จะถูกจำคุก 10 ปี 

สำหรับในพื้นที่ที่มีการต่อสู้ การขนส่งอาหารจะถูกปิดกั้น และมีการทำลายคลังอาหารทำให้การเข้าถึงอาหารของประชาชนชาวเมียนมายากลำบาก กระทบการเข้าถึงอาหารของประชาชนถึง 15 ล้านคน เด็กไม่สามารถไปโรงเรียน 3.7 ล้านคน 

‘3 วิกฤต’ ในเมียนมา

ส่วน “วิกฤตเศรษฐกิจ” นั้นไม่ต้องพูดถึง ได้รับผลกระทบมากมาย เศรษฐกิจเมียนมาในปีแรกของการปฎิวัติ GDP ติดลบ 18% ตํ่าที่สุดในอาเซียน และตํ่าที่สุดในประวัติของการพัฒนาประเทศ ค่าเงินจ๊าตซึ่งเป็นสกุลเงินหลักของประเทศ เมื่อเทียบกับ ดอลลาร์ อ่อนไป 60% จาก 1,300 เป็น 2,000 จ๊าตต่อดอลลาร์ และเทียบเงินบาทอ่อนไป 50% จาก 40 จ๊าต เป็น 64 จ๊าตต่อบาท 

เงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) หายไป 4 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 2 พันล้านดอลลาร์ต่อปี หายไป 50% แต่ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ยังอยู่ที่ระดับ 7 พันล้านเหรียญ เพราะ 1. รัฐบาลทหารเมียนมา เน้นการใช้จ๊าต เก็บดอลลาร์ไว้ ใครมีดอลลาร์ให้มาแลกเป็นจ๊าต  2. กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนให้สอด คล้องกับอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดมืด ธุรกิจก่อสร้าง อุตสาหกรรมเสื้อผ้า 

ธุรกิจท่องเที่ยว เป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากสุดในระยะ 2 ปี ที่ผ่านมา คนเมียนมาตกงาน 1.6 ล้านคน (International Labor Organization (ILO) stated in its January 2022 report) คนจนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 25 ล้านคน 

ในขณะที่วิกฤต “วิกฤตฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน” เหมือนจะเป็น “หมัน” เพราะตลอด 2 ปีที่ผ่านมา อาเซียนยังไม่สามารถเข้าไปช่วยคลี่คลายปัญหาในเมียนมาได้เลย แม้ว่าจะมีประธานอาเซียนมาแล้ว 3 ท่านผู้นำจาก 3 ประเทศอาเซียนก็ตาม สะท้อนถึงจุดอ่อนของอาเซียน และกลไกการแก้ ปัญหาของประเทศอาเซียนด้วยกัน ไม่สามารถดำเนินการได้ 

ปีนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของ ประธานอาเซียนจากอินโดนีเซีย (ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย) ว่าจะเข้าไปช่วยแก้ไขสถานการณ์เมียนมาได้อย่างไร 

 

‘3 วิกฤต’ ในเมียนมา