svasdssvasds

ตั้งการ์ดรับมือ “โอมิครอน” ปิดประตูล็อกดาวน์

ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล
|
10 ธ.ค. 2564 เวลา 1:30 น. 8.0k

คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย... ว.เชิงดอย

*** คอลัมน์ฐานโซไซตี ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3739 ระหว่างวันที่ 12-15 ธ.ค.2564 ว.เชิงดอย ประจำการรายงานสถานการณ์ ข่าวสารที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเช่นเคย
 

*** สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ล่าสุด ณ วันที่ 8 ธ.ค.2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงว่า จากผลการสอบสวนเบื้องต้นพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) เพิ่มอีก 2 ราย ซึ่งเป็นหญิงไทยอาชีพล่ามประจำคริสตจักรแห่งหนึ่ง โดยเป็น 2 ใน 3 คนไทย ที่เดินทางไปเข้าร่วมประชุมตัวแทนคริสตจักรในช่วงวันที่ 13-23 พ.ย.64 ที่เมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย รวมผู้เข้าประชุมทั้งหมด 20 คน ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจยืนยันสายพันธุ์อีกครั้ง
 

*** มีการเปิดเผย “ไทม์ไลน์” ของผู้ติดเชื้อ “โอมิครอน” ชาวไทย 2 รายดังกล่าว โดยรายแรกเป็นหญิงไทยวัย 46 ปี ยังไม่เคยได้รับวัคซีน วันที่ 21 พ.ย.64 ตรวจ RT-PCR ที่ไนจีเรีย ผลเป็นลบ, วันที่ 23 พ.ย.64 เริ่มป่วย ไอ เจ็บคอเล็กน้อย, วันที่ 24 พ.ย.64 เดินทางกลับถึงไทยด้วยเที่ยวบิน QR803 เข้า ASQ ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ผลตรวจ RT-PCR พบว่าติดเชื้อโควิด, วันที่ 25 พ.ย.64 เข้ารักษาตัวที่ Hospitel แห่งหนึ่ง, วันที่ 5 ธ.ค.64 ครบกำหนดการกักตัว

*** ส่วนรายที่สอง เป็นหญิงไทยวัย 36 ปี ยังไม่เคยได้รับวัคซีน แต่ช่วงเดือน ก.ค. เคยป่วยเป็นโควิด-19 และเข้ารักษาที่ รพ.บุษราคัม วันที่ 21 พ.ย.64 ตรวจ RT-PCR ที่ไนจีเรีย ผลเป็นลบ, วันที่ 24 พ.ย.64 เดินทางกลับถึงไทยด้วยเที่ยวบิน QR803 เข้า ASQ ที่โรงแรมแห่งเดียวกับรายแรก ผลตรวจ RT-PCR พบว่าติดเชื้อโควิด, วันที่ 25 พ.ย.64 เริ่มป่วย ไอ เจ็บคอเล็กน้อย เข้ารักษาตัวที่ Hospitel แห่งหนึ่ง, วันที่ 5 ธ.ค.64 ครบกำหนดการกักตัว แต่เนื่องจากวันที่ 26 พ.ย.64 องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศเรื่องสายพันธุ์โอมิครอน ดังนั้น จึงได้นำตัวอย่างเชื้อของทั้ง 2 รายไปตรวจย้อนหลังเพิ่มเติม ผลพบว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่เป็น “สายพันธุ์โอมิครอน” จึงเข้าสู่ขั้นตอนการถอดรหัสพันธุกรรม เพื่อยืนยันผลอีกครั้ง ซึ่งจะออกมาภายใน 1-2 วัน
 

*** ระหว่างนี้กรมควบคุมโรคได้เข้าไปสอบสวนโรคเพิ่มเติม พบว่าทั้ง2 ราย ทำกิจกรรมในระหว่างเข้าประชุม โดยไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย และไม่เคยได้รับวัคซีนทำให้เสี่ยงสูงในการติดเชื้อ พร้อมทั้งสอบสวนผู้สัมผัสใกล้ชิดกับ 2 รายนี้ และแม้ทั้ง 2 ราย จะรักษาครบกำหนดแล้ว แต่ก็ได้ติดต่อให้คุมไว้สังเกตเพิ่มเติมอีก 7 วัน ส่วนคนไทยอีก 1 คน ที่เดินทางเข้าร่วมประชุมเช่นเดียวกันนั้น ได้เดินทางต่อไปยังสวีเดน และจากการตรวจสอบไปทางสวีเดนพบว่าติดเชื้อโควิด-19 เช่นกัน ... จาก  1 ราย ที่พบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ “โอมิครอน” (Omicron) รายแรก เมื่อ 6 ธ.ค.64 ซึ่งเป็นชายไทยสัญชาติอเมริกันเดินทางจากสเปนถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 30 พ.ย.64 ทำให้ขณะนี้ “ไทย” พบผู้ติดเชื้อที่สงสัยเป็นสายพันธุ์โอมิครอนแล้ว 3 ราย แต่ก็ต้องรอผลการ “ถอดรหัสพันธุกรรม” อีกครั้งสำหรับ 2 รายหลังว่าใช่ “โอมิครอน”หรือไม่ 

*** แม้จะมีเรื่อง “โอมิครอน” ที่อยู่ในความสนใจ และต้องเฝ้าระวังกันมากขึ้น แต่เมื่อดูสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยแล้วว่าถือว่า “สถานการณ์ดีขึ้น” ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แสดงพอใจต่อภาพรวมของสถานการณ์โควิด-19 ในไทย เพราะปรับตัวดีขึ้นติดต่อกันต่อเนื่อง ณ วันที่ 8 ธ.ค.64 ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ 3,618 ราย ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ในขณะที่ 5 ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จำนวน 37,939,641 ราย อินเดีย จำนวน 32,474,773 ราย บราซิล จำนวน 20,583,994 ราย ฝรั่งเศส จำนวน 6,708,163 ราย และรัสเซีย จำนวน 6,672,373 ราย ส่วนภาพรวมยอดฉีดวัคซีนโควิด-19 ณ วันที่ 8 ธ.ค.64 ยอดฉีดทั่วประเทศ สะสม 95,381,559 โดส แบ่งเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 49,201,590 ราย สัดส่วนต่อประชากร 74.33% เข็มที่ 2 จำนวน 42,434,607 ราย และ เข็มที่ 3 จำนวน 3,723,724 ราย 
 

*** “นายกฯ ตู่” อยากเห็นคนไทยมีความสุขในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และไม่ต้องการกลับมาใช้มาตรการ “ล็อกดาวน์” ซึ่งจะกระทบต่อผู้ประกอบการและประชาชนอีก จึงขอให้คนไทยทุกคนยึดมั่นการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 แบบครอบจักรวาล ยึดหลักอนามัยส่วนบุคคล สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง เพราะการดูแลป้องกันตนเองปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ทุกสายพันธุ์ ถึงแม้จะมีพบโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในไทย แต่ระบบสาธารณสุขของไทยมีความพร้อมและเตรียมมาตรการรับมือไว้แล้ว ซึ่งจะมีการหารือเพิ่มเติมในที่ประชุม ศบค. วันที่ 13 ธ.ค.นี้
 

*** จากเรื่อง “โควิด-19” ไปดูเรื่องทางการเมืองกันหน่อย และแล้ว “ศาลรัฐธรรมนูญ” ก็มีมติเอกฉันท์ 9 เสียง วินิจฉัยให้ “5 แกนนำ กปปส.” พ้นจากสภาพการเป็น ส.ส. จากกรณีชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และถูกศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุก และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง โดย 5 คนดังกล่าวประกอบด้วย ชุมพล จุลใส, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, อิสสระ สมชัย, ถาวร เสนเนียม และ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ศาลวินิจฉัยให้สมาชิกภาพทั้ง 5 คนสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.2564 เป็นต้นไป เมื่อสภาพสมาชิกภาพส.ส.สิ้นสุดลง จึงต้องตราให้มีตราพระราชกฤษฏีกาเลือกตั้งซ่อมแทน นับแต่วันที่ศาลอ่านคำวินิจฉัยให้สมาชิกภาพสิ้นสภาพ 
 

*** ส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อว่างลง 3 คน คือ อิสสระ สมชัย พรรคประชาธิปัตย์ คนที่จะเลื่อนเป็นแทนคือ จักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ขณะที่ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ พรรคพลังประชารัฐ คนที่จะขึ้นมาแทนคือ ต่อศักดิ์ อัศวเหม และ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ ได้ลาออกไปก่อนหน้านี้ มี ยุทธนา โพธสุธน เลื้อนเป็นส.ส.ไปก่อนหน้านี้แล้ว
 

*** สำหรับที่จะต้องเลือกตั้งซ่อมมี 2 เขต แทน ชุมพล จุลใส  ส.ส.ชุมพร เขต 1 และ ถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา เขต 6 พรรคประชาธิปัตย์ โดย กกต.เตรียมที่จะกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 16 ม.ค.2565 เป็นเลือกตั้งซ่อม ทั้งนี้ ชุมพร เขต 1 เดิม ชุมพล ได้เป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยคะแนนเลือกตั้ง 42,683 คะแนน รองลงมาคู่แข่งจากพรรคพลังประชารัฐ ชวลิต อาจหาญ ได้คะแนน 31,219 คะแนน ขณะที่เขต 6 สงขลา ถาวร ชนะเลือกตั้งได้ 28,465 เสียง มีคู่แข่งจากพลังประชารัฐ มาอันดับ 2 สมปอง บริสุทธิ์ ได้ 19,317 คะแนน ... เลือกตั้งซ่อมทั้ง 2 เขตในภาคใต้ครั้งนี้ ประชาธิปัตย์ คงต้องเจอคู่ปรับเก่าอย่าง พลังประชารัฐ เชื่อว่าพลังประชารัฐ คงไม่หลีกทางให้ ประชาธิปัตย์ อีกเช่นเดิม ทำให้เราจะได้เห็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง 2 พรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะไปสู่การเลือกตั้งใหญ่ต่อไป
 

*** ปิดท้าย... ขอแสดงความเสียใจกับ “ครอบครัวเที่ยงธรรม” ที่ได้สูญเสีย เจรจา เที่ยงธรรม น้องชาย จองชัย เที่ยงธรรม โดยมีกําหนดการพิธีนําหลวงอาบศพ ณ บ้านเที่ยงธรรม เลขที่ 44 หมู่ 5 ต.บ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ในวันศุกร์ที่ 10 ธ.ค. 2564 เวลา 16.00 น. และระหว่างวันที่ 10-16 ธ.ค. 2564 เวลา 19.00 น. สวดพระอภิธรรม และ วันเสาร์ที่ 18 ธ.ค.2564 เวลา 14.00 น. เชิญหีบศพแห่เวียนเมรุแล้วเชิญตั้งบนจิตกาธาน เวลา 16.00 น. ทอดผ้าบังสุกุลแด่พระสงฆ์ แล้วพระราชทานเพลิง