บลจ.ปักหลักลงทุนหุ้นจีน มองลดค่าหยวนปั๊มเศรษฐกิจ/‘วรรณ’มั่นใจทริกเกอร์10%

18 August 2015






ผู้จัดการกองทุนในประเทศมอง จีนลดค่าเงินหยวนไม่กระทบ เดินหน้านำเงินลงทุนตลาดหุ้นแดนมังกร เหตุเป็นผลบวกส่งออกและบริษัทจดทะเบียน ชี้หุ้นลงเป็นโอกาสซื้อลงทุนระยะกลาง-ยาว บลจ.วรรณฯ ลุยต่อทริกเกอร์ฟันด์ เชื่อทำกำไรได้ตามเป้า 10 % ในเวลา 10 เดือน บลจ.ทิสโก้ฯ ยังชูให้เป็นดาวเด่นในเอเชีย มอร์นิ่งสตาร์ เผยล่าสุดมีเงินคนไทยไปลงทุนในหุ้นจีน 3.1 หมื่นล้าน เป็นทริกเกอร์ฟันด์ 6.5 พันล้าน

"ฐานเศรษฐกิจ"ได้สำรวจไปยังบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่มีกองทุนซึ่งมีนโยบายลงทุนในตลาดหุ้นจีน (กองทุนFIF ) พบว่าแต่ละบริษัทยังไม่ปรับมุมมองหรือนโยบายการลงทุน โดยยังให้น้ำหนักและเดินหน้าลงทุนในตลาดหุ้นจีน หลังธนาคารกลางจีนประกาศลดค่าเงินหยวน และมองว่าการดำเนินนโยบายดังกล่าวก็เหมือนกับประเทศญี่ปุ่นและยุโรปที่ออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(คิวอี)เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบ

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม(บลจ.)วรรณ จำกัด กล่าวว่า มุมมองการลงทุนในตลาดหุ้นจีนสำหรับบริษัทไม่ได้เปลี่ยนไปมาก เนื่องจากผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจและที่มีต่อบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนจะเป็นบวก

ดังนั้นจึงมองว่าช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวลงถือเป็นโอกาสซื้อสำหรับการลงทุนในระยะกลางและระยะยาว และตั้งแต่ต้นปีมานี้ ดัชนีตลาดหุ้นจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 50% ซึ่งการปรับตัวลดลงในรอบนี้ มองว่าเป็นระดับที่มีการขายทำกำไรออกไปบ้าง
สำหรับบลจ.วรรณฯ ยังคงเดินหน้าลงทุนในหุ้นจีน หลังล่าสุดได้ออกกองทุนเปิด วรรณ ไชน่า แวลู 10 ฟันด์ (ONE-CHINA10) หรือทริกเกอร์ฟันด์ โดยตั้งเป้าทำกำไร 10% ภายใน 10 เดือน ซึ่งปิดการจองซื้อไปแล้วเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา
"การปรับตัวลงของตลาดหุ้นจีนทำให้มูลค่าหุ้นของบริษัทจดทะเบียนของประเทศจีนอยู่ในระดับราคาที่น่าสนใจ ขณะที่รายได้ของบริษัทจดทะเบียนยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2014 -2016 อัตราการเติบโตของรายได้บริษัทจดทะเบียนอยู่ที่ประมาณ 7% 9% และ 11% ตามลำดับ "

ดร.วินกล่าวว่า หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ของจีนน่าสนใจจากขนาดตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ ในขณะที่มูลค่าหุ้นอยู่ในระดับต่ำ โดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐาน และอัตราการปล่อยสินเชื่อขยายตัวอย่างแข็งแกร่งหลังการผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบสินทรัพย์ต่อทุนของธนาคารพาณิชย์ทั้งตลาด A-Share และ H-Share อยู่ที่ประมาณ 15-16 เท่า ซึ่งถือว่ายังมีทุนค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่ครอบครอง

"ทริกเกอร์ฟันด์กองล่าสุดของบลจ.วรรณฯ เป็นทริกเกอร์ระยะยาว ดังนั้นช่วงที่ตลาดหุ้นจีนซบเซาถือเป็นโอกาส และมั่นใจว่าจะทำผลตอบแทนได้ตามเป้า"

อย่างไรก็ตามบลจ.วรรณฯ จะยังจับตาเศรษฐกิจจีนอย่างใกล้ชิดเพราะการลดค่าเงินหยวนครั้งนี้จีนค่อนข้างใช้นโยบายเชิงรุกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และทำเกินกว่าที่ตลาดคาดจนทำให้มีการมองว่าเศรษฐกิจจีนชะลอตัวมากกว่าที่คาด
นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ฯ กล่าวว่าการประกาศลดค่าเงินหยวนของจีนจะส่งผลให้การส่งออกของจีนขยายตัวดีขึ้น และส่งผลดีต่อกำไรบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งเศรษฐกิจโดยรวม ผลที่ตามมา คือ ตลาดหุ้นจีนก็จะดีตามไปด้วย ดังนั้นบริษัทยังคงมุมมองเดิม อีกทั้งยังชูตลาดหุ้นจีนเป็นดาวเด่น และคาดว่ามีอัพไซด์หรือปรับขึ้นมากกว่า 20 % รองจากตลาดหุ้นญี่ปุ่น และเยอรมนี ที่คาดว่ามีอัพไซด์ 15-20%

สอดคล้องกับนายนายสมิทธ์ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์ฯ กล่าวว่า บริษัทไม่ได้เปลี่ยนแปลงมุมมองต่อการลงทุนในตลาดหุ้นจีน ทั้งนี้การลดค่าเงินหยวนจะเป็นผลบวกกับตลาดหุ้นจีนโดยเปรียบเสมือนการลดราคาสินค้า แต่มุมมองที่มีต่อตลาดหุ้นอื่นในเอเชียจะเป็นลบ

นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุนรวม ประจำประเทศไทย บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่าปัจจุบันบลจ.ในประเทศไทย มีกองทุนหุ้นจีนภายใต้การบริหารรวม 22 กองทุน (รวมทริกเกอร์ฟันด์)คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 3.1 หมื่นล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวมีทริกเกอร์ฟันด์ 13 กองทุน มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 6.5 พันล้านบาท
ด้านผลกระทบจากความผันผวนของเงินลงทุนในหุ้นจีน นายกิตติคุณ มองว่ามีไม่มาก เนื่องจากความผันผวนของค่าเงินหยวนส่งผลต่อตลาดหุ้นจีนไม่มาก อีกทั้งบลจ.ได้ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินไว้แล้ว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3079 วันที่ 16 - 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558


ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บลจ.) วรรณ จำกัด บลจ.ไทยพาณิชย์ บริษัท มอร์นิ่งสตาร์รีเสิร์ช หุ้นจีน ค่าเงินหยวน สมิทธ์ พนมยงค์