ประชันสูตรกู้เศรษฐกิจ

20 July 2015






หน่วยงานวิจัยทางเศรษฐกิจทางการเพิ่งปรับลดเป้าจีดีพีไทยปีนี้ลงอยู่ที่ระดับ 3% หลังตัวเลขเศรษฐกิจครึ่งปีเริ่มแน่ชัด


แต่ผ่านครึ่งหลังของปีมาแค่ครึ่งเดือนกว่าทั้งแรงกระเพื่อมจากวิกฤติกรีซฟองสบู่ตลาดหุ้นจีนทำให้ต้องปรับลดเป้าส่งออกของปีนี้ลงอีกที่มองหนักสุดคืออัทธ์  พิศาลวานิช ผอ.ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย คาดหดตัวถึง 3.8% คิดเป็นมูลค่าเกือบ 2.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ


สมทบด้วยวิกฤติภัยแล้งที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) ประเมินเลวร้ายสุดฉุดจีดีพีเกษตรปี 2558 ติดลบ 3.4% มากสุดในรอบ 36 ปี และฉุดจีดีพีรวมลง 0.5%


สำนักวิจัยเศรษฐกิจต้องปรับลดจีดีพีไทยกันอีกรอบลงมาอยู่ที่ระดับ 2.5-2.7%


ในภาวะเศรษฐกิจยอบแยบนี้ หม่อมอุ๋ย...ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ ชี้เป็นภาพรวมของเศรษฐกิจโลกช่วงขาลง ประจวบกับราคานํ้ามันลดลง ฉุดราคาโลหะและสินแร่ลงหมด ตามด้วยสินค้าเกษตร  ทำให้ปริมาณการค้าลดลงทั่วโลก


เศรษฐกิจโลกจะชะลออย่างนี้ไปอีก 2-3 ปี การใส่เงินกระตุ้นลงไปไม่เกิดประโยชน์ ใส่ไปก็หายหมด แต่จะดูแลเป็นจุดๆ ไม่ทำพรํ่าเพรื่อ เพราะเงินมีต้นทุนต้องใช้ให้คุ้มค่า


ขณะที่เศรษฐกิจไทยวันนี้ยังแข็งแรงกว่ายุค ป๋าเปรมพล..เปรม ติณสูลานนท์ ก่อนลดค่าเงินบาทในอดีต


สูตรเศรษฐกิจแนว หม่อมอุ๋ยคือ ไม่ฝืนตลาด ประคับประคองรักษา ทรง ของกลไกเศรษฐกิจให้ขยับไปได้และรักษาตามอาการในจุดหนักเช่นดูแลเยียวยาหรือเสริมรายได้ชาวนาที่ประสบภัยแล้ง


แต่ไม่ใช่มาตรการกระตุ้นแบบหว่านทั่วหน้าอีกแล้ว


ด้านผู้ว่าการประสาร ไตรรัตน์วรกุล จากแบงก์ชาติ ก็เสนอ ระยะต่อไปหากต้องการดันเศรษฐกิจไทยให้โตตามศักยภาพที่ 4-5% ควรเพิ่มการลงทุนภาครัฐจากระดับ 20% ขึ้นเป็น 26% ของงบประมาณรายจ่าย  หรือจากระดับประมาณ 4.5 แสนล้านบาท เป็นประมาณ 7 แสนล้านบาทขึ้นไป


เป็นเรื่องเป้าหมายระยะยาวเพราะการใช้จ่ายผ่านแผนงานลงทุนต่างๆมีระเบียบขั้นตอนปฏิบัติทางราชการที่ต้องใช้เวลาดังปรากฏในการเร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐบาลนี้ที่เร่งเต็มที่ก็ยังไม่ถึงเป้าที่วางไว้


ขณะที่ธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย แสดงความกังวล ที่ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคหดตัว 6 เดือนต่อเนื่องและตัวเลขเดือนมิถุนายนล่าสุดตํ่าสุดในรอบปีเป็นสัญญาณอันตรายของภาวะเศรษฐกิจ


เสนอรัฐบาลต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นแพ็กเกจเร่งเบิกจ่ายงบให้ลงถึงพื้นที่สร้างรายได้เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นคืนมา


ล่าสุดจากภาวะจีดีพีภาคเกษตรหดตัวสูงสุดในรอบ 36 ปีจากภัยแล้ง ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ชี้มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรต้องดำเนินการทุกมิติ โดยรัฐบาลต้องเข้ามาแทรกแซงสถานการณ์อย่างเต็มที่


มาตรการหนึ่งที่ ผศ.ดร.อนุสรณ์เสนอปัดฝุ่นคือ การแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรและการรับจำนำข้าว เพราะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการลดความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกตํ่าได้เร็วที่สุด ยํ้ารับจำนำข้าวดีกว่าและมีประสิทธิภาพสูงกว่าการแจกเงินต่อไร่ให้เกษตรกร


เพียงแต่ต้องปรับปรุงการดำเนินงานปิดจุดอ่อนในอดีตเริ่มประชันกันแล้วแต่จะเลือกสูตรไหนอย่าลืมงบประมาณทุกบาทเป็นของประชาชนต้องใช้อย่างคุ้มค่าและไม่สร้างปัญหาในระยะยาว


Writer : อรุณ ลอตระกูล



ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ธนวรรธน์ พลวิชัย ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ