กูรูวงการเทคเปิดมุมมอง "Data Science" ศาสตร์มาแรงของธุรกิจยุคดิจิทัล

8 November 2018






ในยุคที่ดาต้ากำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในองค์กรต่าง ๆ ศาสตร์ที่มาแรงคงหนีไม่พ้น "Data Science" หรือ "วิทยาศาสตร์ข้อมูล" ที่คนทั่วไปอาจนึกภาพไม่ออกว่าคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร ธุรกิจจะได้ประโยชน์อะไรจากศาสตร์นี้ "ทรู ดิจิทัล พาร์ค" โดย "โอลิเวอร์ เบคเคอร์" หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านคอมมูนิตี้ จึงจัดงานเสวนา "Tech Supper Club #2" หัวข้อ "Technology and Data Science for Business Growth" เชิญนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) จากองค์กรชั้นนำ ร่วมพูดคุยถึงประเด็นต่าง ๆ โดยภายในงานคับคั่งไปด้วยผู้คนที่สนใจศาสตร์ฮอตแห่งยุคนี้

งานเสวนาครั้งนี้ ได้ 3 หนุ่มแถวหน้าแห่งวงการเทค ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ Skooldio สถาบันสอนด้านการพัฒนาเทคโนโลยี และนักพัฒนาจากกูเกิล, นายชารินทร์ พลภาณุมาศ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล จาก BridgeAsia ธุรกิจที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีและบิสิเนสโซลูชั่น ด้านการแพทย์ พร้อมด้วย ชิตพล มั่งพร้อม ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Zanroo (แสนรู้) มาร์เทค (Marketing Technology) สตาร์ทอัพ โดยมี นายเบิร์นด์ สเวน วินเดอโวจ์ล Head of Analytics Business บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นผู้ที่คร่ำหวอดในวงการ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ไขเคล็ดลับและมุมมองแบบเจาะลึกให้ทราบกัน


ความท้าทายไม่มีดาต้า หรือ ข้อมูล
ความท้าทายของวิทยาศาสตร์ข้อมูลในมุมมองของ ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ Skooldio และนักพัฒนาจากกูเกิล ที่มีประสบการณ์ทั้งทางด้านวิชาการและการร่วมงานกับกูเกิลและเฟซบุ๊ก เผยว่า ความท้าทาย คือ การไม่มีดาต้า หรือ คลังข้อมูล ที่ใหญ่พอจะพยากรณ์สิ่งที่ต้องการและจะเก็บข้อมูลที่ตอบโจทย์ได้อย่างไร เช่น ธนาคารอาจต้องการนำเสนอบัตรเครดิตที่เหมาะสมกับลูกค้า ธนาคารจะต้องรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของลูกค้า บางธนาคารอาจจะมีข้อมูลอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญ คือ จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์อย่างไร

 

ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล



"นักศึกษาด้านนี้บางคนไม่ทราบว่าจะวิเคราะห์ ตีความข้อมูลที่มี เพื่อใช้พยากรณ์ได้อย่างไร ซึ่งไม่ได้เป็นหน้าที่ของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลคนเดียวเท่านั้น ทุกคนในบริษัทควรจะมีไอเดียเรื่องข้อมูลแบบนี้ด้วย จึงจะเกิดประโยชน์" ดร.วิโรจน์ กล่าว


ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับดาต้า
นายชารินทร์ พลภาณุมาศ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล จาก BridgeAsia ผู้ซึ่งมีพื้นฐานด้านเศรษฐศาสตร์และการตลาด รวมทั้งเคยร่วมงานกับ Shopee เห็นว่า "ความท้าทายปัจจุบัน คือ การขาดความเข้าใจเกี่ยวกับดาต้า ความสามารถในการเปลี่ยนความรู้ในสาขาต่าง ๆ ให้เป็นวิทยาศาสตร์ข้อมูล นอกจากนี้ จุดมุ่งหมายของการใช้เทคโนโลยีก็สำคัญ บางครั้งผู้บริหารอาจบอกว่า ต้องใช้ AI แต่ก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไมต้องใช้ จะใช้เพื่อแก้ปัญหาอะไร จะใช้อย่างไร จะมีตัวชี้วัดอะไร เป็นต้น"

 

นายชารินทร์ พลภาณุมาศ



คนไม่เข้าใจ
ดาต้ากับความท้าทายสำหรับเจ้าของธุรกิจอย่าง นายชิตพล มั่งพร้อม ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Zanroo (แสนรู้) ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่รุ่นแรก ๆ ที่นำข้อมูลมาใช้ให้เกิดคุณค่า จนปัจจุบันเป็นกิจการที่นำเสนอโซลูชั่นการใช้ข้อมูลในโลกโซเชียลมาพัฒนาให้ตอบโจทย์ธุรกิจ มองว่า ความท้าทายมี 2 ด้าน ด้านแรก คือ คนมักไม่เข้าใจว่าอะไรคือดาต้า และบิ๊กดาต้าคืออะไร รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลบางคนไม่มีแนวคิดด้านธุรกิจ อาจไม่สามารถมองได้ว่าจะแปรเปลี่ยนดาต้าให้เกิดผลทางธุรกิจได้อย่างไร

 

ชิตพล มั่งพร้อม



"ด้านที่ 2 คือ การมีข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน เพราะโลกปัจจุบันมุ่งที่ประสบการณ์ของลูกค้า "Customer Experience is The King" ลูกค้าซื้อเพราะได้รับการปฏิบัติอย่างดี และเมื่อลูกค้ามีปัญหา บริษัทก็ต้องเก็บข้อมูลส่วนนี้ด้วย เพื่อรักษาประสบการณ์ที่ดีไว้ให้ได้"

ในยุคที่ดาต้ายิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้สายงาน "นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล" เป็นที่ต้องการ แต่พบว่า คนทำงานด้านนี้ยังขาดแคลน ดร.วิโรจน์ ให้ความเห็นว่า การพัฒนาคนต้องใช้เวลา แต่คนทำงานบางคนก็ต้องการทางลัด จึงไม่อยู่กับองค์กรนาน สิ่งแวดล้อมในบริษัทต้องเอื้ออำนวยด้วย เช่น มีโครงสร้างพื้นฐานและมีข้อมูล ควรมีทีมสื่อสารเรื่องดาต้ากับเขา เพื่อเปลี่ยนปัญหาทางธุรกิจให้เป็นโจทย์ที่เขาสามารถนำไปทำงานต่อได้ นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับทีมงาน หรือ รุ่นพี่ที่ต้องช่วยดูแล รวมถึงมีปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ที่จำเป็น ในวงการไม่ได้ขาดแคลนเพียงนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลเก่ง ๆ ที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังขาดโปรแกรมเมอร์ ทั้งระบบส่วนหน้าและส่วนหลังด้วย


ปมปัญหาขาดข้อมูล
ในประเด็นบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล นายชารินทร์ ยังกล่าวเสริมว่า บริษัทหลายแห่งไม่ต้องการนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจำนวนมาก แต่ปัญหาในไทย คือ การขาดข้อมูลและโครงสร้างข้อมูล "สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความเชี่ยวชาญของนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล แต่ที่วงการต้องการก่อน คือ วิศวกรข้อมูล ผู้วางพื้นฐานต่าง ๆ ต้องมีการวางแผนข้อมูล มีโมเดล มีข้อมูลการใช้และความสัมพันธ์กับระบบ (Use Case) สิ่งที่สำคัญกว่าการรับคนที่ชอบทำงานวิเคราะห์ คือ การเตรียมข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์"

สำหรับผู้ที่สนใจสายงานด้านนี้ ดร.วิโรจน์ ซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล ให้คำแนะนำว่า ต้องให้ความสำคัญกับประสบการณ์จริงและการนำความรู้ไปใช้ได้จริง ซึ่งทำได้โดยริเริ่มทำโปรเจ็คต่าง ๆ และเริ่มต้นทำตั้งแต่วันนี้ "บางคนมีความรู้มาก แต่ไม่รู้ว่าจะนำไปใช้จริงเมื่อไร ในชีวิตจริงต้องเริ่มตั้งแต่จะหาดาต้าอย่างไร เมื่อได้แล้วจะวางกรอบปัญหาอย่างไรให้ได้โซลูชั่นออกมา จึงแนะนำให้เลือกประเด็นในด้านที่สนใจก่อน ไม่ว่าจะเป็น อาหาร ภาพยนตร์ ฟุตบอล ฯลฯ ต้องตั้งคำถามและเริ่มทำงานโปรเจ็ค การเริ่มจากสิ่งที่เราชอบดีกว่าจะไปเรียนทฤษฎีโดยไม่มีทิศทาง" ด้าน 'ชารินทร์' เน้นเรื่องปฏิบัติเช่นเดียวกัน และย้ำถึงความสำคัญของข้อมูล หลักการของศาสตร์ที่เป็นพื้นฐาน ทั้งการตั้งข้อสังเกต การตั้งสมมติฐาน การทดสอบ การให้ผลย้อนกลับ เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อทำโปรเจ็ค ใส่ใจกับหลักการก่อนที่จะไปใช้เทคนิคที่ซับซ้อนตามกระแส ต่อประเด็นเดียวกันในมุมมองของเจ้าของธุรกิจ นายชิตพลซึ่งประสบความสำเร็จจากการนำข้อมูลที่ได้เป็นเชิงลึกมาช่วยต่อยอดธุรกิจและสร้างกิจการให้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ กล่าวทิ้งท้ายว่า "ถ้าคุณไม่ใช่เจ้าของกิจการ แต่เป็นนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ก็ควรพูดคุยกับซีอีโอให้มากขึ้น บางทีอาจจะมีช่องว่างระหว่างผู้บริหารอยู่ หรือ ถ้าเป็นเจ้าของกิจการอยู่แล้ว ก็แนะนำให้พูดคุยกับลูกค้าให้มากขึ้น"

และทั้งหมด คือ มุมมองมอง "Data Science" ศาสตร์มาแรงของธุรกิจยุคดิจิทัล



ฐานเศรษฐกิจ เทคโนโลยี ไอที ยุคดิจิทัล กูรู มุมมอง เปิดมุมมอง Thansettakij วงการเทค Data Science ศาสตร์มาแรง