ฐานโซไซตี : จาก"นกแอร์" ถึง"นกสกู๊ต" บทเรียนการบินไทย

31 August 2018






บทเรียนสอนใจ “การบินไทย”สายการบินแห่งชาติ จากกรณีของ “นกแอร์” คงต้องเป็นเรื่อง“ผิดปกติ” ที่ไม่ธรรมดาแน่และยากจะหาคำอธิบายได้ ภายหลัง ก.ล.ต.ได้ประกาศแจ้งว่า ปิยะ ยอดมณี ได้ขอลาออกทุกตำแหน่งใน บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) และพ้นจากการเป็นพนักงานบริษัท ซึ่งมีผลทันที จะว่าไปแล้วก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ในเรื่องนี้ เพราะการดำเนินธุรกิจของแอร์ไลน์นี้ ประสบปัญหา “ขาดทุนบักโกรก” มาตลอด และที่สำคัญความตรงต่อเวลาของเที่ยวบินที่ลดลงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ ตรงนี้แหละที่ยิ่งกว่าไหปลาร้าหล่นแตกกระจาย



“กลุ่มจุฬางกูร”ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุด และการบินไทยถืออันดับ 2 ที่ 21.75% (ว่ากันตามจริงสถานะทางการเงินของเจ้าจำปีก็แย่อยู่แล้ว แต่ก็ยังทำตัวเป็นเตี้ยอุ้มคร่อมมาตลอด อุ้มทั้งไทยสมายล์และนกแอร์ เสมือนหนึ่งว่าตัวเองเก่ง แต่บ่มิไก๊) โดยมีการส่งผู้บริหารจากการบินไทยไปนั่งเป็นบอร์ด ผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ต่างก็หวังพึ่งพาการบินไทยที่เชื่อกันว่ามีทั้งประสบการณ์ และโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องธุรกิจการบิน บรรดาบุคคลที่เข้าไปนั่งบริหารอยู่ พอสรุปได้ว่า บ้างก็ของแท้และของปลอมผสมปนเปกันอยู่ เข้าทำนองเกษียณแล้วดีกว่าอยู่เปล่า ๆ และอย่านิ่งดูดายปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น นั่งเป็นบอร์ดกินเบี้ยประชุม หาอีเวนท์ทำ ว่างั้นเถอะ



วันดีคืนดีก็คิดสร้างอะไรต่อมิอะไรทำสะหน่อย ก่อตั้งแอร์ไลน์อะไรไม่รู้ชื่อ “ไทยยิ้ม”เจ๊งมาจนถึงปัจจุบัน เพราะตั้งเด็กตัวเองที่ไม่เป็นมวยมาเป็นเบอร์ 1 นี่ยังไม่นับที่ตั้งกุ๊กกิ๊กมานั่งในระดับใหญ่ ดูแล้วทำงานไม่เป็นสัปปะรด  คิดทุบหม้อข้าวตัวเองที่เคยมีบุญคุณเลี้ยงครอบครัวและตัวเองมา พอเกษียณมาก็เสนอไอเดียตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ“นกร่ำรวย นกมั่งคั่ง” ไปเรื่อย เพื่อเอาไปลงทุนกับสิงคโปร์แอร์ไลน์และเปิดตัวสายการบินใหม่ที่ชื่อเจ้า “นกสกู๊ต”ขึ้นมา แล้วให้มาบินแข่งทับเส้นทางกับ “การบินไทย”โดยเฉพาะตลาดเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน ถ้าเป็น “ภาษาโจร” ก็จัดอยู่ในประเภท  “เลี้ยงไม่เชื่อง”... รู้ก็รู้อยู่ว่า “สิงคโปร์แอร์ไลน์”เป็นคู่แข่งทางการค้ากับ “เจ้าจำปี” นอกจากพวกที่มีอำนาจในการกำหนดนโยบายจะไปเสี้ยมไปสอนใครให้มาทำร้ายแม่ผู้ให้กำเนิดแล้ว ก็ยังช่วยกันคิดการณ์ไกลที่จะยกเส้นทางการบินของ “นกแอร์”ไปให้ “นกสกู๊ต”ที่ร่วมทุนกับสิงคโปร์แอร์ไลน์ และสุดท้ายจะต้องมายึดนกแอร์ เชื่อหรือไม่?รอดูกันไป...



เวรกรรมจริงๆ รูปแบบนี้ช่างคล้ายกับ “การบินไทย” ที่ไปเปิดสายการบิน “ไทยสมายล์” เป๊ะเลย ทั้ง 2 แอร์ไลน์บริษัทลูกการบินไทย ขาดทุนแบบตายสนิทแม้แต่ตัวตนหรือภาษาการตลาดที่เรียกกันว่า“Brand & Market Positioning” ก็ยังหาไม่เจอและตอบ “บิสซิเนส โมเดล” ไม่ได้เลย ทุกวันนี้ผู้บริหารและบอร์ดทั้งหลายก็ยังเดินหลงอยู่ในถ้ำมืดสนิท คงต้องให้ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองงัด ม.44 สั่งการให้หน่วยซีล (SEAL)จู่โจมเข้าไปลากออกมา   แล้วกระมั้ง...

 

ปิดฉากการรับสมัครไปแล้ว สำหรับการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพิ่มอีก 2 คน จากที่ได้ไปแล้ว 5 คน โดยรอบนี้มีผู้สมัครชิงเก้าอี้ทั้งหมด 18 คน โฟกัสดูแล้ว มีที่พอจะ “เข้าตา” และได้ลุ้นเก้าอี้อยู่บ้าง 4 คน คือ  เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ, ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์  รองประธานมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย, ศิริพงษ์ ห่านตระกูล   อดีตอธิบดีกรมการปกครอง และ พล.อ.กะสิณ ทองโกมล   อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจําสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ขั้นตอนขณะนี้อยู่ระหว่างจะส่งรายชื่อผู้สมัครไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ และตรวจสอบลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ใครจะ“เข้าวิน” บ้าง ต้องรอลุ้นกัน...

ฐานโซไซตี โดย... ว.เชิงดอย ฉบับ 3397 หน้า 4 ระหว่างวันที่ 2-5 ก.ย.2561



การบินไทย ขาดทุน ฐานโซไซตี่ นกเเอร์