บิ๊กไรมอนด์แลนด์ยันลงทุนในสินทรัพย์KPNLไม่ใช่แบ็คดอร์ ลิสติ้ง

21 August 2018






บิ๊กไรมอนด์แลนด์เผยยุทธศาสตร์ลงทุนในสินทรัพย์ เคพีเอ็น แลนด์ เสยันไม่ใช่แบ็คดอร์ ลิสติ้ง ของพันธมิตร แต่เป็นการเสริมแกร่ง-ศักยภาพและต่อยอดธุรกิจ

นายเอเดรียน ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML เปิดเผยว่าคณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติให้บริษัทฯ เข้าลงทุนในทรัพย์สินของบริษัท เคพีเอ็น แลนด์ จำกัด (KPNL) ประกอบด้วย โครงการ S19 ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เนื้อที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 1 ไร่ 0 งาน 8 ตารางวา ตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิท ซอย19 และ โครงการ S28 ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เนื้อที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 2 ไร่ 0 งาน 16.4 ตารางวา ตั้งอยู่ที่ ถนนสุขุมวิท ซอย 28 ซึ่งทางบริษัทคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้เชิงพาณิชย์ได้ในปี 2566 นอกจากนี้ทางคณะกรรมการบริษัทฯ ยังได้อนุมัติในการเข้าซื้อยูนิตที่เป็นยอดขายรอโอนและยูนิตที่ยังเหลืออยู่จากโครงการ Diplomat 39 และ Diplomat สาทร ตีเป็นมูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ส่วนใหญ๋ในปี 2561



เมื่อได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว ซึ่งจะมีในเดือนตุลาคมนี้ โดยบริษัทจะจ่ายให้กับ KPNL รวม 2,500 ล้านบาท แบ่งจ่ายเป็น 3 เฟส โดยเฟสแรก 1,000 ล้านบาท แลกกับการได้มาจำนวนยูนิตที่รอโอนและยูนิตเหลือขายในโครงการดิโพลแมท 39 และดิโพลแมท สาทร ซึ่งจะโอนในปีนี้ ทำให้รับรู้รายได้ทันที เฟสสอง จะจ่ายอีก 500 ล้านบาท ซื้อที่ดิน 2 แปลงคือ โครงการ S19 และโครงการ S28 และเฟสที่ 3 การขายหุ้นเพิ่มทุนในวงจำกัด หรือ PRIVATE PLACEMENT มูลค่า 1,000 ล้านบาท 1 หุ้น ราคา 1.80 บาท

หลังการร่วมลงทุนครั้งนี้ทาง KPNL จะส่งตัวแทนของบริษัทฯ จำนวน 2 ท่าน เข้ามาเป็นกรรมการในไรมอน แลนด์ ซึ่งตัวแทนของ KPNL ดังกล่าวจะไม่ใช่ผู้มีอำนาจควบคุมการดำเนินงาน โดยผู้บริหารชุดปัจจุบันของไรมอน แลนด์ ยังคงบริหารงานและควบคุมการดำเนินงานเฉกเช่นเดิม แต่เพื่อการเติมเต็มการดำเนินงานซึ่งกันและกันเท่านั้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ทั้ง 2 บริษัทเดินไปข้างหน้า พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพดีๆ ให้กับผู้บริโภค สร้างผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องให้กับบริษัทฯ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนที่ดี” นายเอเดรียน กล่าว พร้อมย้ำว่า



“ไม่ใช่การเทคโอเวอร์ หรือ เคพีเอ็น แบ็ค ดอร์ ผ่านไรมอนด์แลนด์ แต่เป็นการลงทุนในทรัพย์สินเพื่อเสริมความแข็งแรงและศักยภาพ รวมทั้งเพิ่มรายได้ให้บริษัท”

ทั้งนี้การมีพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่นี้ จะเป็นการต่อยอดธุรกิจของบริษัทฯ และช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในการขยายตลาดคอนโดมิเนียมระดับบน อาทิ กลุ่มลูกค้า ซึ่งกว่า 50% ของฐานลูกค้า ไรมอน แลนด์ เป็นชาวต่างชาติ ในขณะที่ KPNL มีฐานลูกค้ากว่า 90% เป็นคนไทย ทำให้เรามีฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งเป็นการเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น

การออกหุ้นเพิ่มทุนให้กับ KPNL ในครั้งนี้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุม และมีสิทธิออกเสียงโดยไม่นับส่วนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงต้องได้รับอนุมัติจาก กลต. ด้วยเช่นกัน



ไรมอน แลนด์ เคพีเอ็น แลนด์