ประสิทธิ์เปิดใจ “ศุกร์นี้” “พี่สาวบูม” รอดนอนคุก ค้นบ้านพบถ่ายเงิน “90 ล้านให้พ่อแม่”

15 August 2018






- 15 ส.ค. 61 - กรณีนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิตหรือบูม นักแสดง ขณะถ่ายละคร หลังพบพฤติกรรมร่วมกับพวกอีก 2 คน คือ นายปริญญา จารวิจิต และน.ส.สุพิชฌา จารวิจิต ซึ่งทั้งสองคนเป็นพี่ชายและพี่สาวของนักแสดง จากกรณีหลอกลวงนายอาร์นี โอตาวา ซาริมา เศรษฐีชาวฟินแลนด์ ลงทุนเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอล จนสูญเงินกว่า 797 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีนี้ และออกหมายจับ นายปริญญา และ น.ส.สุพิชย์ฌา พี่ชายและพี่สาวนายบูมว่า ขณะนี้น.ส.สุพิชย์ฌา ได้เดินทางมาพร้อมกับทนายความเพื่อพบพนักงานสอบสวน บก.ป. ตั้งแต่ช่วงเวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา หลังถูกออกหมายจับในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของเส้นทางการเงินที่ถูกรับโอนไปจากนายปริญญา

ช่วงบ่ายวันนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำ น.ส.สุพิชย์ฌา และมีการแจ้งข้อหาแล้ว จึงนำตัวไปฝากขังผลัดแรกที่ศาลอาญา โดยทนายความได้ขอประกันตัวด้วยเงินสด 2 ล้านบาท ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวแต่ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการพิจารณา ขอหมายจับผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มอีก 5-6 คนนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะเอกสาร เส้นทางการเงินที่ต้องประสานกับธนาคารซึ่งเป็นเจ้าของบัญชี อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการดำเนินการสอบสวนความผิดทั้งข้อหาร่วมกันฟอกเงิน และฉัอโกง นั้น ยืนยันว่าพนักงานสอบสวนมีการทำงานควบคู่กันต่อเนื่อง

พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เปิดเผยว่า น.ส.สุพิชย์ฌา เข้ามอบตัวตามที่ทนายความได้ติดต่อ ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ โดยเฉพาะประเด็นการรับโอนเงินจากนายปริญญาซึ่งเป็นพี่ชายตามเส้นทางการเงินในบัญชี น.ส.สุพิชย์ฌา รับสารภาพว่านายปริญญาได้โอนเงินเข้ามาในบัญชีของตัวเขาเองจริงแล้วก็โอนออกไป หมุนเข้าหมุนออกมียอดเงินประมาณ 200 ล้านบาท แต่ไม่รู้ว่าเงินมาจากไหน อย่างไรก็ตาม น.ส.สุพิชย์ฌา ยอมรับว่ายังมีเงินอีกส่วนหนึ่งที่รับมาเเละนำไปรับซื้อฝากที่ดินเอาไว้


ขั้นตอนจากนี้ หลังแจ้งข้อหา สอบปากคำเสร็จแล้ว จะนำตัวไปฝากขัง ส่วนผู้ร่วมขบวนการซึ่งเป็นนักธุรกิจในตลาดหุ้นนั้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เเละเมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กองปราบปรามได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของพ่อและแม่ของนายบูมที่ จ.ชลบุรี เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม

เบื้องต้นพบเอกสารเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน สำหรับพ่อหรือแม่ของกลุ่มผู้ต้องหาจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน แต่เบื้องต้นมีแนวโน้มที่จะเกี่ยวข้องด้วย

“จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า นายปริญญา ได้ผ่องถ่ายเงินที่หลอกลวงจากผู้เสียหายมาจำนวน 90 ล้านบาทไปให้มารดา จากนั้นก็ได้โอนเงินจากบัญชีมารดาไปเข้าบัญชีของบิดา จำนวน 40 ล้านบาท ซึ่งกองปราบปรามได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ ปปง. ทำการอายัดไว้ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินดังกล่าวแล้ว” พล.ต.ต.ไมตรี กล่าว

พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นเชื่อว่า พ่อแม่ของ นายปริญญา ไม่น่าจะมีเจตนาร่วมกระทำความผิดด้วย ซึ่งจะมีการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดถึงที่มาของเงินจำนวนดังกล่าวอีกครั้ง อย่างไรก็ตามล่าสุดได้รับการประสานจากทนายความของ น.ส.สุพิชฌาย์ ว่าจะเข้ามอบตัวในคดีฟอกเงินกับพนักงานสอบสวน กองปราบปราม  หาก น.ส.สุพิชฌาย์ เข้ามอบตัวตามที่แจ้งมาจริง ตามขั้นตอนแล้วทางพนักงานสอบสวน ก็จะทำการสอบปากคำเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น เมื่อเสร็จสิ้นก็จะนำตัวฝากขังศาลอาญา และให้ผู้ต้องหาไปดำเนินการขอประกันตัวในชั้นศาล


เพิ่มเพื่อน
พล.ต.ต.ไมตรี ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ที่เข้าข่ายร่วมกระทำความผิดกับนายปริญญา ในข้อหาฉ้อโกงอีก 5-6 ราย โดยมีเจ้าพ่อตลาดหุ้น รวมอยู่ด้วยว่า ผู้ที่เข้าข่ายที่จะถูกออกหมายจับนั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวน กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจะขออนุมัติศาลออกหมายจับในคดีฉ้อโกง ซึ่งเป็นคดีฉ้อโกงธรรมดา สามารถเจรจายอมความกันกับผู้เสียหายได้

รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากการตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมที่บ้านของบิดา-มารดาของนายบูมในพื้นที่ จ.ชลบุรี แล้วยังได้เข้าตรวจค้นหลักฐานบริษัทเกี่ยวกับการลงทุนทางการเงินอีกหนึ่งจุด หลังพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ได้ออกหมายเรียกให้เจ้าของบริษัทดังกล่าวมาให้ปากคำ แต่เจ้าของบริษัทไม่ได้เข้ามาพบตามหมายเรียก จึงได้ขออนุมัติหมายค้นเพื่อเข้าตรวจสอบเเละการเข้าตรวจค้นสืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่า นายปริญญา มีการซื้อขายหุ้นบริษัทดังกล่าว จากการตรวจค้นทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเอกสารบางส่วนของบริษัทมาตรวจสอบหาความเชื่อมโยงต่อไป


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ หนึ่งในผู้ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงนายอาร์นี โอตาวา ซาริมา เศรษฐีชาวฟินแลนด์ ลงทุนเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลนั้นนายประสิทธิ์ได้ระบุวันนี้ว่า วันที่ 16 ส.ค. จะแจ้งสถานที่แถลงข่าว โดยนายประสิทธิ์จะแถลงข่าววันที่ 17 ส.ค. เวลา 10.00-12.00 น.


ฐานเศรษฐกิจ บิตคอยน์ ปริญญา จารวิจิต บิทคอยน์ Thansettakij บูม จารวิจิต จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต สุพิชฌา จารวิจิต อาร์นี โอตาวา ซาริมา