ตลาดยางรถยนต์"เดือด" ค่ายใหญ่ส่งรุ่นใหม่รับหน้าฝน ‘มิชลิน’ทุ่ม 4 พันล้านลุย OEM

18 August 2018






ยางรถยนต์เปิดศึกกระตุ้นยอดขายช่วงหน้าฝน “มิชลิน” ทุ่ม 4,000 ล้านพัฒนาสินค้าใหม่ พร้อมป้อนโรงงานผลิตรถยนต์ OEM ด้าน “บริดจสโตน” เล็งส่งยางสปอร์ตรุ่นท็อป ลงตลาดปลายไตรมาส 3  ขณะที่ “กู๊ดเยียร์” อัดโปรโมชันผ่อนชำระ 6 เดือนดอกเบี้ย 0%

หน้าฝนอาจจะเป็นช่วงโลว์ซีซันของหลายๆธุรกิจ แต่สำหรับบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดตัวโปรดักต์ใหม่ พร้อมอัดโปรโมชันเชิญชวนให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนยางช่วงนี้ ด้วยประสิทธิภาพของการรีดนํ้า การเกาะถนน ที่ให้ความอุ่นใจปลอดภัยมากกว่าการใช้ยางเก่า



โดยค่ายใหญ่ทั้ง มิชลิน บริดจสโตน และกู๊ดเยียร์ ต่างเปิดตัวยางรุ่นใหม่ออกมาในช่วงนี้ และมุ่งไปที่กลุ่มรถยนต์นั่งระดับคอมแพ็กต์ และขนาดกลาง พร้อมชูความสามารถในการยึดเกาะถนน และระยะเบรกที่สั้นลงเป็นจุดขาย (เมื่อเทียบกับยางรุ่นเดิมของตัวเอง) ขณะเดียวกันค่ายยางระดับโลกเหล่านี้ยังลงทุนขยายความสามารถการผลิตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้อนตลาดโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) ตลาดทดแทน (REM) และช่องทางการขายผ่านศูนย์ดูแลรักษารถยนต์แบบ “ฟาสต์ฟิต”

นายลีโอเนล ดันเตียก กรรมการผู้จัดการมิชลิน ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่ใหญ่และสำคัญของมิชลิน โดยนอกจากจะมีโรงงานผลิตยางประเภทต่างๆแล้ว ยังมีศูนย์ R&D ในประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพฯเองยังเป็นศูนย์กลางการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคนี้อีกด้วย ซึ่งในแต่ละปีมิชลินมีการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยงบประมาณที่วางไว้จะอยู่ที่ 100 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี



ปัจจุบันมิชลินมีโรงงาน 6 แห่งในประเทศไทย ได้แก่ โรงงานผลิตยางรถบรรทุก-ยางเครื่องบิน ที่หนองแค สระบุรี, โรงงานผลิตยางรถยนต์นั่ง และโรงงานผลิตแม่พิมพ์ยางที่แหลมฉบัง ชลบุรี ,โรงงานผลิตยางรถมอเตอร์ไซด์และรถยนต์นั่ง ที่พระประแดง สมุทรปราการ, โรงงานผลิตเส้นลวดเหล็ก ที่ระยอง และโรงงานผลิตยางสังเคราะห์ ที่หาดใหญ่ สงขลา

โดยกำลังการผลิตของทั้ง 6 โรงงานในปีที่ผ่านมา แบ่งออกเป็น ยางรถยนต์นั่ง และปิกอัพ  45%, ยางรถบรรทุก 35%, ยางเครื่องบิน 10 % ,ยางรถจักรยานยนต์ 10 %  ขณะที่สัดส่วนการขายของปีที่ผ่านมาพบว่ามิชลินขายยางในกลุ่มปิกอัพ และรถปิกอัพ 40%, รถบรรทุก 40%, รถจักรยานยนต์ 10%, ยางเครื่องบิน 5% และอื่นๆ 5%

นายดันเตียก กล่าวว่า ยางที่ผลิตในประเทศไทยนั้นแบ่งออกเป็นทั้งการจำหน่ายในประเทศ และส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยมิชลินลงทุนในไทยต่อปีไม่ตํ่ากว่า 100 ล้านยูโร และมีเป้าหมายคือการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้น

ปัจจุบันมิชลินมีส่วนแบ่งทางการตลาดในไทย 30 % ส่วนในภูมิภาคนี้มิชลินตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการตลาดให้ถึง 20% ภายใน 5 ปี โดยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 8% ต่อปี

“การตั้งเป้าที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้มิชลินมีการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่โดดเด่นให้กับคู่ค้า ผู้จำหน่าย และลูกค้า โดยมิชลินวางลูกค้าไว้เป็นจุดศูนย์กลางเพื่อนำเสนอความปลอดภัย และการสัญจรที่ดีกว่า อันเป็นพันธกิจหลักที่เรายึดมั่นและนำมาใช้ปฏิบัติในทุกๆ สาขา ไม่ว่าจะเป็น ประเทศไทย เอเชีย รวมถึงทุกภูมิภาคที่มิชลินดำเนินธุรกิจอยู่ทั่วโลก”

นายเอกชัย คหการบำรุง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C บริษัท สยามมิชลิน จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า  หนึ่งในแผนการรุกตลาดของมิชลินในตอนนี้คือการขยายเข้าสู่ตลาดโออีเอ็ม โดยเตรียมผลิตให้กับโตโยต้าโคโรลล่า อัลติส ใหม่ และเปิดตัวยางรุ่นใหม่ “มิชลินไพรมาซี่4”  เจาะกลุ่มลูกค้าที่ใช้รถโตโยต้า คัมรี, ฮอนด้า แอคคอร์ด, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 และซีรีส์ 5, เมอร์เซเดส-เบนซ์  อี-คลาส และ ซี-คลาส



“เราหายไปจากตลาดโออีเอ็ม 4-5 ปี ซึ่งแผนงานหลังจากนี้คือจะเข้าไปเจาะตลาดนี้ให้เพิ่มขึ้นซึ่งล่าสุดเราได้ออร์เดอร์ที่จะป้อน ให้กับโตโยต้า ในรุ่นอัลติส ใหม่”

ส่วนผู้นำในตลาดยางอีกหนึ่งแบรนด์อย่างบริดจสโตน เปิดตัวยางรุ่นใหม่ต่อเนื่อง ตั้งแต่TURANZA T005A”ที่ใช้เทคโนโลยีการผสมเนื้อยางแบบใหม่NanoPro-Tech เอกสิทธิ์เฉพาะของบริดจสโตน แถมล่าสุดก็เตรียมส่ง “POTENZA S007A” ที่จะเริ่มขายในช่วงปลายไตรมาส 3 โดยยางรุ่นใหม่มาพร้อมกับเทคโนโลยี KEVLAR FLIPPER & HYBRID SPIRAL และ 3D-M SHAPED SIPES ที่ช่วยในการควบคุมและการตอบสนองบนทุกสภาพพื้นผิวถนน และการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

 

นอกจากนั้นแล้ว ยังส่งแคมเปญ “เสียงของคุณสำคัญสำหรับเรา” (Voice Of Customer) ให้สิทธิพิเศษรับประกันยางรถยนต์ 120 วัน สำหรับลูกค้าที่ซื้อยางบริดจสโตน, ไฟร์สโตน หรือ เดย์ตัน ทุกรุ่น ทุกขนาด จำนวน 4 เส้นต่อ 1 ใบเสร็จ พร้อมกรอกแบบสอบถามให้ครบถ้วนบนแอพพลิเคชัน “Voice4Bridgestone” ภายใน 14 วันนับจากวันที่ซื้อยาง เมื่อมี SMS ตอบกลับ ก็รับสิทธิ์รับประกันยางทั้ง 4 เส้นภายใน 120 วัน เมื่อยางรถยนต์ที่ใช้งานปกติ ถูกของมีคมบาด ทิ่มตำ แก้มยางบวมจากการตกหลุมอย่างรุนแรง หรือเบียดฟุตบาทจนปริแตก ไม่สามารถซ่อมแซมได้ บริดจสโตนจะทำการชดเชยเป็นยางเส้นใหม่ให้ทันที

ด้านกู๊ดเยียร์ เป็นอีกหนึ่งค่ายที่เพิ่งเปิดตัวยางสำหรับรถยนต์นั่งรุ่น “แอชชัวแรนช์ ทริปเปิ้ลแมกซ์ 2” ที่มีจุดขายคือ การยึดเกาะถนนเพราะใช้เทคโนโลยีไฮดีเทรด ซึ่งกู๊ดเยียร์ถือเป็นเจ้าแรกที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ และจุดเด่นอีกประการคือ ระยะเบรกสั้นบนถนนเปียก นอกจากนั้นแล้วยังมีการส่งโปรโมชัน อาทิ ผ่อนยาง 0% เป็นเวลา 6  เดือน

“เรามั่นใจว่ายางรุ่นใหม่นี้จะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในเมืองไทยโดยยางในรุ่นนี้ถือเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งสำคัญ เพื่อฉลองครบรอบ 120 ปีของกู๊ดเยียร์นับตั้งแต่ก่อนตั้งบริษัทในปี 2441 และฉลองครบรอบ 50 ปีของกู๊ดเยียร์ในประเทศไทย” นายไรอัน แพตเตอร์สัน ประธานบริษัท กู๊ดเยียร์ เอเชียแปซิฟิกฯ กล่าว

ล่าสุด บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยังประกาศแต่งตั้ง นายลูก้า เครปาโชลี่ เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท กู๊ดเยียร์ ประเทศไทยฯ โดยจะเข้ามาดำรงตำแหน่งต่อจากนายฟินบาร์ โอคอนเนอร์ ที่เกษียณอายุ

หน้า 32-33 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,392 วันที่ 16 - 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561



ยางรถยนต์ ครึ่งปีหลัง